
ตะลึง!คนไทยใช้ยา128ล้านเม็ดต่อวัน
สธ.เผยคนไทยใช้ยาเฉลี่ยวันละ 128 ล้านเม็ด รอบ 8 ปีมูลค่าใช้ยาเพิ่มขึ้นกว่า 6 หมื่นล้านบาท เล็งใช้มาตรการไข่-ขันแลกยาเหน็บฝาบ้าน จูงใจคนไทยใช้ยาสมเหตุสมผล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 55 นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของ สธ. ว่า กรมการแพทย์รายงานตัวเลขปริมาณการใช้ยาของคนไทย พบว่าคนไทยใช้ยามากถึงกว่า 4.7 หมื่นล้านเม็ด หรือวันละ 128 ล้านเม็ด ถือเป็นตัวเลขที่น่าห่วงอย่างยิ่ง ซึ่งอาจจะทำเกิดการสะสมและเกิดอันตรายต่อสุขภาพ ดังนั้น คนไทยควรที่จะดูแลสุขภาพป้องกันไม่ให้ตนเองป่วย จะช่วยลดปริมาณการบริโภคลง โดยในปีงบประมาณ 2556 สธ.จะเน้นส่งเสริมสุขภาพประชาชนด้วยการรณรงค์อาหารสุขภาพและออกกำลัง เพื่อลดปริมาณการบริโภคยา
"ผมได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการรณรงค์ให้มีการลดการใช้ยาที่ไม่จำเป็น โดยมีมาตรการจูงใจแก่ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาที่ประชาชนซื้อหรือรับไปแล้วนำไปเหน็บไว้ตามฝาผนังบ้านไม่ได้ใช้ประโยชน์ อาจจะจะมีมาตรการจูงใจลดการใช้ อาทิ นำไข่หรือขันน้ำไปแลกยาจากชาวบ้าน เป็นต้น ซึ่งมีบางจังหวัดดำเนินการใช้มาตรการนี้แล้ว แต่จะให้ใช้ทั่วประเทศคงเป็นไปไม่ได้ให้พิจารณาตามความเหมาะสมของพื้นที่ว่าจะใช้มาตรการใด"
นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองอธิบดีกรมการแพทย์ นำเสนอในที่ประชุมว่า มูลค่ายาที่ใช้ในประเทศไทย แนวโน้มมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น โดยมูลค่าการใช้ยาเพิ่มขึ้นจาก 36,506 ล้านบาทในปี 2543 เป็น 98,375 ล้านบาทในปี 2551 มีอัตราเพิ่มเฉลี่ยปีละประมาณ 15% และมีแนวโน้มใช้ยานำเข้าจากต่างประเทศในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยจาก 46.06% เป็น 65.54% ในช่วงระหว่างปี 2543-2551 สำหรับจำนวนยาเม็ดที่บริโภคต่อวัน จากข้อมูลยาแผนปัจจุบันและแผนโบราณทั้งนำเข้าและผลิตเองในปี 2553 มีประมาณ 46,900 ล้านเม็ด แยกเป็นยาแผนปัจจุบันประมาณ 44,800 ล้านเม็ด ยาแผนโบราณ 2,100 ล้านเม็ด
รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวอีกว่า การใช้ยาปฏิชีวนะ ซึ่งพบว่ามีการใช้มากเป็นอันดับ 1 มูลค่าประมาณ 18-20% ของยาทั้งหมด และบางครั้งเป็นการใช้ยาที่ไม่มีความจำเป็น เช่น ใช้รักษาอาการไข้หวัดที่เกิดจากไวรัส และท้องเสียที่เกิดจากอาหารเป็นพิษ เป็นต้น จากการศึกษาพบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของการใช้ยา 10 ข้อสำคัญ คือ 1. ปรับขนาดยาเองตามใจชอบ ซึ่งอาจเกิดอันตราย เพราะโรคบางอย่างต้องการยาต่อเนื่อง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือยาบางอย่างต้องกินให้หมดตามแพทย์สั่ง
2. นำยาของคนอื่นมาใช้ 3. ไม่ฟังคำอธิบายจากเภสัชกร เนื่องจากรีบกลับบ้าน และไม่สนใจอ่านฉลากหรือเอกสารกำกับยา 4. เก็บยาไม่ถูกต้อง ทำให้ยาเสื่อมก่อนถึงวันหมดอายุ ประสิทธิภาพยาลดลง 5. ไม่ดูวันหมดอายุเวลาซื้อยา 6. ลืมรับประทานยา 7. ใช้ยาไม่ถูกต้องทำให้ใช้ยาไม่ได้ผล 8. ไม่นำยาเก่ามาด้วยเวลามารักษาตัวในโรงพยาบาล บางครั้งจึงไม่ได้รับยาที่รับประทานต่อเนื่อง 9. รับการรักษาจากหลายสถานพยาบาล ทำให้ได้รับยาซ้ำซ้อน และ 10. เชื่อว่าการใช้ยาดีกว่าการป้องกันการเกิดโรค



