ไลฟ์สไตล์

'อิ่มแต่พอดี'ป้องกันมะเร็งได้

'อิ่มแต่พอดี'ป้องกันมะเร็งได้

15 มี.ค. 2555

'อิ่มแต่พอดี' ป้องกันมะเร็งได้

                     หากกล่าวถึงสาเหตุที่คร่าชีวิตประชากรบนโลกใบนี้อันดับ 1 แน่นอนว่าคงไม่พ้นโรคมะเร็ง แม้จะเป็นโรคที่ทุกคนรู้จักกันดีอยู่แล้วแต่ยังขาดความตระหนักและเข้าใจในการดูแลสุขภาพจึงทำให้โรคดังกล่าวยังคงครองแชมป์สาเหตุการตายสูงสุดทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทย โดยจากสถิติพบว่าคนทั่วโลกมีอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเฉลี่ย 20,822 คนต่อวัน

                     ดร.เดวิด ชุง คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านผลิตภัณฑ์ของฟาร์มาเน็กซ์ บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส อิงค์ และประธานสถาบันผู้ป่วยโรคมะเร็งแผนกรังสีรักษา โรงพยาบาลแม็คเคย์ เมโมเรียล ประเทศไต้หวัน ได้ให้ความเห็นในงานสัมมนาหัวข้อ “มะเร็ง.. ภัยร้ายที่ป้องกันได้” ว่า ปัจจุบันประชากรบนโลกมีสาเหตุการตายมาจากโรคมะเร็งสูงเป็นอันดับต้นๆ อาทิ มะเร็งที่พบบ่อยในประเทศสหรัฐอเมริกา คือ มะเร็งลำไส้ใหญ่ ประเทศญี่ปุ่น คือมะเร็งในกระเพาะอาหาร จีน คือมะเร็งตับ  ประเทศอังกฤษ คือมะเร็งปอด และสำหรับประเทศไทยมะเร็งที่พบมากที่สุดในเพศชายได้แก่ มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งตับ มะเร็งท่อน้ำดี และมะเร็งที่พบมากที่สุดในเพศหญิง ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งปอด ตามลำดับ โดยสถิติของมะเร็งที่เป็นสาเหตุการตาย 5 อันดับแรกในประเทศไทย ได้แก่ มะเร็งเต้านม 40 เปอร์เซ็นต์ มะเร็งตับ 30 เปอร์เซ็นต์ มะเร็งปอด 15 เปอร์เซ็นต์  มะเร็งปากมดลูก 10 เปอร์เซ็นต์ และมะเร็งต่อมลูกหมากและลำไส้เล็ก  5 เปอร์เซ็นต์

                     "สาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็งอาจเกิดจากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียบางชนิด รวมถึงปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ทั้งจากความเครียด สารเคมี รังสี ฮอร์โมน การออกกำลังกายที่หักโหม รวมถึงการที่ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอหรืออยู่ในภาวะขาดสารอาหาร ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่จะสามารถป้องกันหรือยับยั้งโรคร้ายดังกล่าวได้ นอกจากจะต้องหมั่นตรวจเช็กสภาพร่างกายอย่างสม่ำเสมอแล้ว ยังควรเลือกบริโภคอาหารที่มีสารอาหารที่มีประโยชน์เพียงพอ และควรบริโภคอาหารแต่พอดี ซึ่งปริมาณการบริโภคที่พอดี คือให้รู้สึกอิ่มเพียง 80 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ไม่ควรให้รู้สึกอิ่มมากจนเกินไป รวมทั้งควรเลือกวัตถุดิบในการปรุงอาหารที่สด สะอาดและมาจากธรรมชาติ"

                     นอกจากหลักการรักษาและป้องกันโรคมะเร็งแล้ว ดร.เดวิค ชุง ยังได้แนะนำเพิ่มเติมอีกว่า การป้องกันสำคัญกว่าการรักษา จากสถิติองค์การอนามัยโลกใช้งบประมาณกว่า 355,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปกับยารักษาโรคมะเร็ง แต่มีการใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อการต่อต้านโรคมะเร็งเพียง 35,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1 ใน 10 เท่านั้น จึงอยากกระตุ้นให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญควรเลือกรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ช่วยเสริมสารต้านอนุมูลอิสระควบคู่ไปด้วย เนื่องจากในชีวิตประจำวันคงเป็นไปได้ยากที่จะบริโภคอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ในส่วนของการรักษาโรคมะเร็งนั้นควรดูแลทั้งร่างกายและจิตใจร่วมกันไปด้วย ซึ่งจะได้ผลที่ดีกว่าการมุ่งรักษาทางร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่อย่างไรก็ตามการป้องกันก็ดีกว่าการรักษาแน่นอน ฉะนั้นมาเริ่มดูแลตนเองตั้งแต่วันนี้ รับรองว่ายังไม่สายจนเกินไป