ไลฟ์สไตล์

แนะทำนาเกษตรอินทรีย์ลดหมอกควัน

แนะทำนาเกษตรอินทรีย์ลดหมอกควัน

12 มี.ค. 2555

ม.แม่โจ้ร่วมกับบริษัทเอกชน ประสบความสำเร็นำร่องนำเกษตรกร ทำเกษตรอินทรีย์เพื่อการส่งออก รองรับการเป็นครัวของโลก ระบุสามารถแก้ไขปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือได้

           12มี.ค.2555 รศ.ดร.ดนุวัต เพ็งอ้น ผู้อำนวยการสถาบันบริการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดเผยว่า ทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ร่วมกับบริษัทเดอะสุขขะเฮ้าส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ดำเนินโครงการส่งเสริมการปลูกข้าวอินทรีย์ เพื่อเป็นการยกมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ให้เท่ากับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์นานาชาติและการส่งออก โดยสถาบันบริการตรวจสอบคุณภาพ และมาตรฐานผลิตภัณฑ์(สถาบัน IQS) ได้ให้ความรู้เรื่องมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ด้านต่างๆ โดยเข้าไปตรวจสอบแปลงการผลิต ตรวจสอบสารเคมีตกค้างในแปลงหรือผลผลิตของเกษตรกร รวมทั้งออกใบรับรองให้ เพื่อสร้างความเชื้อมั่นว่า  ข้าวที่ปลูกเป็นเกษตรอินทรีย์จริง ปลอดสารตกค้าง100 %

             สำหรับโครงการดังกล่าว ดำเนินการในการผลิตข้าวในระบบอินทรีย์แบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำไปยังปลายน้ำ  โดยเริ่มตั้งแต่ประชุมรับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ ทำสัญญาอบรมมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบสากล จัดหาปัจจัยการผลิตมาให้เกษตรกรตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ยหมักจุลินทรีย์ สารชีวภัณฑ์ กระสอบบรรจุข้าวเปลือก การขนส่งข้าวเข้าโกดังโรงสี รวมถึงการสีและแปรรูปข้าวไปเป็นสินค้าในรูปแบบต่างๆ เพื่อป้อนสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งปีหนึ่ง สามารถนำเงินเข้าประเทศปีละไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท

             ดังนั้นการปลูกข้าวอินทรีย์เพื่อการส่งออก จะสามารถช่วยให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้โดยทางโครงการส่งเสริมการปลูกข้าวอินทรีย์ตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และพบว่ายังทำให้ดินดีขึ้น อุดมสมบูรณ์  ข้าวติดร่วงดี ได้ผลผลิตดี และยังเป็นการลดการใช้สารเคมีสังเคราะห์ และเผาตอซังหรือวัตถุอื่นๆขึ้น 

             เนื่องจากการทำเกษตรอินทรีย์ตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล  จะไม่อนุญาตให้เผาเด็ดขาด และไม่ให้ใช้สารเคมีใดๆทั้งสิ้น  โดยไม่ได้รับอนุญาต  เนื่องจากทั่วโลกเน้นเรื่องความปลอดภัยทางด้านอาหาร สุขภาพของประชาชน สิ่งแวดล้อม การไม่ทำลายป่า และการไม่เผา ซึ่งวิธีดังกล่าวก็จะเป็นการช่วยป้องกันสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือได้ ด้วย

             ทั้งนี้โครงการดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2548 นำร่องในพื้นที่  จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา อุตรดิตถ์ และลำปาง  มีเกษตรกรเข้าร่วม 30 ราย จำนวนพื้นที่ 113 ไร่ และในปี 2554 มีเกษตรกรเข้าโครงการทั้งสิ้น 484 ราย และจำนวนพื้นที่ 3,606 ไร่ และในปี 2555-2556 ทางมหาวิทยาลัยมีความต้องการพื้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 6,000 ไร่ เนื่องจากตลาดมีความต้องสูงขึ้น ทั้งนี้เกษตรกรท่านใดสนใจที่จะเข้าร่วมในโครงการปลูกข้าวอินทรีย์เพื่อการส่งออก สามารถติดต่อหน่วยบริการลูกค้าสถาบัน IQSหรือ โทรสอบถามรายละเอียดได้ที่ (053 -878842) หรือโทรศัพท์ มือถือ 081 -9500003 , 086-4296471


เสนอเปลี่ยนคำขวัญแม่ฮ่องสอนลดควันไฟ


             ที่วิทยาลัยแม่ฮ่องสอน ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ได้จัดการประชุมระดมความคิดเพื่อจัดทำแนวทางการพัฒนาแม่ฮ่องสอน โดยมีนางนฤมล ปาลวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประธานการประชุม ฯ ดังกล่าว และมีผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนมากเข้าร่วมประชุม

             นายประเสริฐ ประดิษฐ์ อดีตข้าราชการบำนาญสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาการประถมศึกษาเขต 1 แม่ฮ่องสอน ได้เสนอในที่ประชุม ฯ ว่า ขณะนี้ประชาชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอนกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับควันไฟ หรือหมอกควันไฟ ที่ปกคลุมจังหวัดแม่ฮ่องสอนอย่างหนาแน่น ซึ่งเป็นไปเกี่ยวพันกับคำขวัญจังหวัดแม่ฮ่องสอน คือ หมอกสามฤดู กองมูเสียดฟ้า ป่าเขียวขจี ผู้คนดี ประเพณีงานลือนามถิ่นบัวตอง โดยเสนอเปลี่ยนคำขวัญดังกล่าว ว่า เมืองในหมอกงามหรู กองมูเสียดฟ้า ป่าเขียวขจี คนคนดี ประเพณีงาม ลือนามถิ่นบัวตอง เพราะปัจจุบันคำว่าหมอกสามฤดูคือหมอกหนาว หมอกฝน และหมอกควันไฟ อย่างไรก็ตามการนำเอาควันไฟที่ไหม้ป่ามาเป็นคำขวัญอาจจะส่งผลให้มีการจุดไฟเผาป่าก็เป็นได้

 
สสจ.ลำพูนเตือนปชช.หมอกควันจะกลับมาอีกครั้ง

              นายแพทย์สมชาย โรจนรัตนางกูร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด(สสจ.)ลำพูน เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือน ก.พ. ถึง 10 มี.ค. 2555 จ.ลำพูน มีฝุ่นละอองและควันไฟในอากาศปริมาณมากเกินมาตรฐาน ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ เมื่อฝุ่นละอองและก๊าซเหล่านี้ตกลงน้ำก็จะก่อให้เกิดมลพิษทางน้ำ โดยเมื่อวันที่ 11 มี.ค. จ.ลำพูนได้รับอิทธิพลจากพายุฤดูร้อน ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน วันที่ 12 มี.ค. อยู่ที่ 46 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่จะมีแนวโน้มสภาวะหมอกควันลดลง ในช่วงระหว่างวันที่ 11-16 มีนาคม  หลังจากนั้นสภาวะหมอกควันอาจจะกลับมาอีกตามสภาพความความกดอากาศต่ำ/สูงที่พัดจากประเทศจีนแผ่เสริมปกคลุมประเทศไทย จึงขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวคอยฟังการแจ้งข่าวหรือการเตือนภัยเพื่อการปฏิบัติดูแลและป้องกันตนเอง ควรมีการเตรียมอุปกรณ์ป้องกันโรคให้พร้อมในกรณีมีโรคประจำตัว


ปภ.รายงานพื้นที่หมอกควันภาคเหนือยังวิกฤต2จังหวัด3อำเภอ

             นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) เปิดเผยว่า ฝนที่ตกบริเวณพื้นที่ตอนบนของประเทศในระยะนี้ ทำให้สถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือเริ่มคลี่คลาย แต่ยังคงมีพื้นที่ที่สถานการณ์หมอกควันอยู่ในขั้นวิกฤต และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน รวม 2 จังหวัด 3 อำเภอ ได้แก่ เชียงราย (อ.แม่สาย อ.เมืองเชียงราย) และแม่ฮ่องสอน (อ.เมืองแม่ฮ่องสอน)

             อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 9 พิษณุโลก เขต 10 ลำปาง เขต 15 เชียงราย และ ปภ. จังหวัดที่ประสบภัยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์หมอกควัน โดยประสานผู้ว่าราชการจังหวัดให้บังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ทำให้เกิดไฟป่าอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งจัดทำฝนหลวง รถบรรทุกออกฉีดพ่นน้ำ สร้างความชุ่มชื้นและลดปริมาณหมอกควันและฝุ่นละอองในอากาศ และขอความร่วมมือประชาชนให้งดเว้นการเผาวัสดุทุกชนิด และการประกอบกิจกรรมใดๆ ที่ทำให้เกิดหมอกควันทั้งนี้ หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากหมอกควันไฟป่า สามารถติดต่อสายด่วนนิรภัย 1784 เพื่อประสานการแก้ไขปัญหากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่โดยด่วนต่อไป


หน่วยฝนหลวงภาคกลางประสบผลสำเร็จฝนหลวงตกตามเป้า

             นายอาคเนย์ บุญเลิศ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลาง จ.นครสวรรค์ เปิดเผยว่า หลังจากที่หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลางได้ทำฝนเทียมเพื่อช่วยเพิ่มแหล่งน้ำในพื้นที่ภาคกลางได้แก่ จ.อุทัยธานี จ.สุพรรณบุรี และ จ.กาญจนบุรี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 มีนาคมเป็นต้นมา รวมจำนวนทั้งสิ้น 5 วัน 14 เที่ยวบิน ใช้สารฝนหลวง 14 ตัน ปรากฏว่ามีฝนตกตามเป้าหมายถึง 4 วันซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอในมาก โดยเฉพาะจังหวัดอุทัยธานีมีฝนตกทั่วไปค่อนข้างมาก ส่วนจังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดสุพรรณบุรีมีฝนตกบางแห่ง ซึ่งช่วยเพิ่มน้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติได้ทางหนึ่งเกษตรกรที่ขาดแคลนน้ำจะสามารถคลายร้อนได้แถมยังช่วยดับไฟป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าได้อีกด้วย 

"สุรพงษ์"ผุดไอเดียยกปัญหาเผาป่าขึ้นหารือในอาเซียน

            นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ตนเตรียมจะหยิบยกปัญหาหมอกควันจากการเผาถางป่า เป็นประเด็นการหารือในที่ประชุมอาเซียน ที่ประเทศกัมพูชา ในเดือนเม.ย.นี้ เพราะปัญหาหมอกควันเกิดขึ้นทุกปี และเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใน 

 

.............

(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)