ไลฟ์สไตล์

วิทยาการข้าวไทย

วิทยาการข้าวไทย

12 มี.ค. 2555

เกษตรยุคใหม่ : วิทยาการข้าวไทย : โดย ... รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ

          คนไทยภูมิใจอยู่เสมอว่า ข้าวไทย เป็นข้าวที่ดีที่สุดในโลก และปัจจุบันเราก็ยังคงครองความเป็นหนึ่งในเรื่องของการส่งออกข้าวไปยังที่ต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งคงเป็นสิ่งที่ย้ำความจริงข้อนี้ แต่ว่าต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะยังคงครองความเป็นหนึ่งอยู่ต่อไปได้หรือไม่ ก็เป็นสิ่งที่ต้องจับตามองต่อไป 

          คำถามสำคัญที่น่าศึกษาคือ ทำไมเมืองไทยจึงได้ผลิตข้าวที่มีคุณภาพสูงกว่าคนอื่นได้ และเราจะครองความเป็นหนึ่งเช่นนี้ต่อไปได้อย่างไร ก็ลองมาวิเคราะห์กันดูครับ ประการแรกคือ เมืองไทยเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์จนในอดีตมีคำกล่าวติดปากว่า ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว หมายความว่าเราแทบไม่ต้องดิ้นรนอะไรเลยก็ไม่อดตาย ดังนั้นคนไทยก็เลยมีเวลาและความประณีตสรรหาแต่ของดีๆ เอาไว้กินโดยไม่จำเป็นต้องดิ้นรนขวนขวายอะไรมากนัก 

          นั่นก็คือบรรพบุรุษของเราดำเนินการคัดเลือกแต่ของดีๆ ทิ้งไว้ให้ลูกหลาน ปัจจุบันเราจึงมีข้าวสายพันธุ์ต่างๆ มากมายนับไม่ถ้วนให้เลือกปลูก โดยส่วนใหญ่แล้วมีเป้าหมายเพื่อการบริโภคในครัวเรือน จึงเป็นข้าวที่อร่อย คุณภาพสูง ตรงตามรสนิยมคนไทย ส่วนเรื่องของผลผลิตต่อไร่กลายเป็นเรื่องรองลงไปมาก

          นั่นก็คือเราให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าปริมาณผลผลิต จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไปข้าวไทยจึงมีผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ต่ำกว่าทั่วๆ ไปของโลก แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญมากนัก เพราะว่าปัจจุบันถึงแม้ผลผลิตต่อไร่จะต่ำ แต่ว่าเราก็ยังสามารถผลิตได้มากเกินความต้องการจนเหลือส่งออกเป็นอันดับหนึ่งของโลก 

          ประเด็นสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือ ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตที่มีภัยพิบัติมาเยี่ยมกรายน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ เราไม่มีพายุหนักอย่างฟิลิปปินส์ หรือเวียดนาม ไม่มีภาวะแห้งแล้งทั่วประเทศจนผลิตข้าวไม่ได้เหมือนบางประเทศ ถึงแม้ว่าปัจจุบันภูมิอากาศของโลกมีการเปลี่ยนแปลง แต่ว่าผลกระทบที่เราได้รับยังจัดว่าน้อยเมื่อเทียบกับคนอื่น แต่หากเราชะล่าใจว่าเรามีทำเลที่ตั้งดี มีพันธุ์ข้าวดีที่มีคุณภาพสูงแต่ผลผลิตต่ำ แล้วยังคงภาพนี้ไว้ต่อไป เราก็จะถูกคนอื่นแซงอย่างแน่นอน เช่น ตอนนี้เวียดนาม ซึ่งเมื่อก่อนนี้ตามหลังไทยมาห่างมาก แต่ว่าวันนี้เวียดนามเริ่มใกล้ไทยเข้ามาทุกขณะและมีโอกาสแซงหน้าได้ไม่ยากหากเราไม่ทำอะไรที่ควรทำ

          ข้าวไทยที่เราภูมิใจนักหนาว่าเป็นหนึ่งของโลก อย่างเช่นขาวดอกมะลิ 105 ซึ่งเป็นข้าวหอมที่ทั่วโลกรู้จักและยอมรับในคุณภาพ แต่ว่าคนไทยไม่รู้ที่มาที่ไป อาจนึกว่าเป็นพันธุ์ดั้งเดิมที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติมาตั้งแต่บรรพบุรุษ แต่ความจริงแล้วข้าวพันธุ์นี้เป็นผลของการค้นคว้าวิจัยโดยนักวิชาการข้าวไทยในอดีต แต่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง ที่ผมนำมากล่าวในที่นี้ก็คือว่า นอกเหนือจากบรรพบุรุษของเราจะเก่งในเรื่องของการคัดเลือกของดีไว้ให้ลูกหลานแล้ว บรรดานักวิชาการหรือนักวิจัยของไทยก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง

          สำคัญในการนำของดีเหล่านั้นมาพัฒนาต่อ แต่ผลที่เกิดขึ้นมักเป็นลักษณะของการปิดทองหลังพระ ไม่ค่อยมีผู้ใดกล่าวถึง อย่างเช่นบรรดาผู้มีหน้าที่กำหนดนโยบายทั้งหลายและพวกที่ดูแลงบประมาณของประเทศมักจะมีคำกล่าวเสมอว่า งานวิจัยไทยมีเยอะแยะแต่ไม่เคยเห็นได้ใช้ประโยชน์ เสียเงินเปล่า ทำแล้วขึ้นหิ้ง ดังนั้นเมื่อจะต้องพิจารณางบประมาณก็จะตัดส่วนที่ง่ายที่สุดคืองบวิจัย ตรงนี้แหละอันตราย เพราะว่าเท่ากับตัดแข้งตัดขาของเราเองจนไม่สามารถไปสู้ได้กับประเทศอื่น

          ลองคิดดูว่า เฉพาะข้าวขาวดอกมะลิ 105 อย่างเดียว เราลงทุนวิจัยไปน้อยมาก แต่ว่ารายได้ที่เกิดจากข้าวพันธุ์นี้เป็นเท่าไหร่ก็ลองคิดดูครับ

 

 

----------

(หมายเหตุ : เกษตรยุคใหม่ : วิทยาการข้าวไทย : โดย ... รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ)

----------