ไลฟ์สไตล์

ครบรส...จิตวิญญาณอาหารไทย

ครบรส...จิตวิญญาณอาหารไทย

11 มี.ค. 2555

กม.ชวนชิม : ครบรส...จิตวิญญาณอาหารไทย

                       ได้เวลาวันอาทิตย์ลั้นลาอีกแล้ว สัปดาห์นี้นึกเอาไว้กันบ้างหรือยังว่าจะพาคนใกล้ชิดไปชิมอาหารให้พุงกางที่ไหนดี และถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ คราวนี้อนุญาตให้เป็นหน้าที่ของอร่อยแบบไทยๆ แต่ต้องล่องใต้ไปไกลถึงเกาะภูเก็ตสักหน่อย ที่ "โรงแรมศรีพันวา" ใช่ว่าเจ้าของเขาจะเอาใจลูกค้าด้วยอาหารฝรั่งมังค่าเพียงฝ่ายเดียว เพราะผู้บริหารหนุ่มรวยทั้งเงินและอารมณ์ขัน "ปลาวาฬ" วรสิทธิ์ อิสสระ ยังจัดหาอาหารสัญชาติสยามเมืองยิ้ม ลงที่ร้าน "Baba Soul Food" ในบรรยากาศการตกแต่งสไตล์ชิโน-โปรตุกีส มีมุมสบายๆ ให้เลือกนั่งทั้งแบบตากแอร์ และตากอากาศบริสุทธิ์ ซึ่งเจ้าตัวการันตีว่า ทุกจานนั้นเต็มไปด้วย "จิตวิญญาณของอาหารไทย" จริงๆ เพราะจานอร่อยในร้านกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ถ่ายทอดจากรุ่น (คุณยาย) สู่รุ่น (คุณแม่) และส่งต่อถึงรุ่น (ลูกชาย) กันเลยทีเดียว

                        อย่างอาหารว่าง "ข้าวตังกุ้งพิโรธและกุ้งหลน" ข้าวตังทอดธรรมด๊า ธรรมดา ทว่าพอมีเครื่องเคียงอย่าง "กุ้งพิโรธ" ที่ได้กุ้งเนื้อแน่นสับพอหยาบๆ ผัดในเครื่องแกงเขียวหวานแบบขลุกขลิกกับน้ำกะทิ ปรุงรสให้เผ็ดนิดๆ เค็มหน่อยๆ แอบเติมหวานเล็กๆ น้อยๆ อร่อยเพลินๆ แต่ถ้าไม่อยากให้เผ็ดเกินไปจะเบรกด้วย "กุ้งหลน" หวานๆ เค็มๆ เปรี้ยวๆ ไม่จี๊ดจ๊าด จากเต้าเจี้ยว น้ำตาลปี๊บและน้ำมะขาม จานนี้รับประทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

                        เบาๆ อีกจานจะรับประทานเล่นเรียกน้ำย่อยก็ไม่ว่ากัน สำหรับ "ยำเป็ดกรอบ" ได้เป็ดอบเลาะกระดูกออกจนเหลือแต่เนื้อนุ่มหนังกรอบ คลุกเคล้ากับเครื่องปรุงตะไคร้ ใบมะกรูด น้ำพริกเผา เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เน้นรสชาติหวาน เปรี้ยว เผ็ด มีทีเด็ดตรงที่แม่ครัวกลัวว่าเนื้อเป็ดจะไม่กรอบแน่กรอบนาน เธอจึงชุบแป้งทอดในน้ำมันร้อนจัดอีกรอบเพื่อความมั่นใจ

                         เล่นๆ เบาๆ เริ่มเอาไม่อยู่ เมื่อ "แกงปู" (ตำรับป้ากุหลาบเจ้าของร้านอาหารระย้า) ถูกยกมาวางตรงหน้า ก้ามปูคัดพิเศษในเครื่องแกงเผ็ดแบบฉบับชาวใต้ ได้พริกแดง ใบชะพลู ใบโหระพา ใบมะกรูด ฯลฯ ชูรสแค่ได้กลิ่นก็ร้องหา "ข้าวสวย" แบบลืมหวั่นไหวเรื่องแป้งไปชั่วคราว อีกจาน "ปูผัดมะนาว" เจ้าของรีสอร์ทหนุ่มยกนิ้วการันตีว่ามาถึงศรีพันวาทั้งทีต้องได้ชิมรสเบาๆ ของเปรี้ยว เค็ม หวาน ส่งให้จานนี้เป็นที่โปรดปรานของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก

                          ตามทำธรรมเนียมวงสำรับอาหารพื้นบ้านเรา องค์ประกอบหลักๆ ก็ต้องมีทั้งเผ็ด จืด ตามด้วยอาหารประเภทน้ำๆ เพื่อความคล่องคอและที่จะเล่าถึงชามต่อไปนี้ก็มีนามว่า "ต้มส้มปลากระบอก" เบื้องหลังน้ำสต๊อกเปรี้ยว หวาน เผ็ด และความหวานจากเนื้อปลากระบอกชิ้นโต "เซฟซี" แอบกระซิบเคล็ดลับความอร่อยให้ฟังว่า ถ้าต้องการให้น้ำสต๊อกเข้มข้นก็ให้ใส่กะปิลงไปสักหัวแม่มือ ส่วนปลาถ้าไม่อยากให้มีกลิ่นคาว ตอนหย่อนชิ้นปลาลงไปในหม้อต่อให้น้ำเดือดแค่ไหนก็ห้ามคนเด็ดขาด และเพื่อให้มีกลิ่นหอมควรใส่น้ำมะนาวในขั้นตอนสุดท้ายตอนยกลงจากเตา เพียงเท่านี้ก็อิ่มหมีพีมันกันแล้ว

                          เรื่อง (อาหาร) คาว ผ่านไป ถ้าไม่ได้ปิดท้ายด้วยของหวาน เป็นการล้างปาก ก็คงไม่ต่างอะไรกับล้างหน้าแต่ดันลืมแปรงฟัน ดังนั้นเพื่อให้ได้ครบเครื่องเรื่องอาหาร จานขนมครั้งนี้จึงเป็นหน้าที่ของขนมรุ่นคุณยาย "ข้าวเม่าไส้มะพร้าวกวน" ได้ข้าวเม่าทอดใหม่ๆ สอดไส้ด้วยมะพร้าวกวนกับกะทิและน้ำตาลแดงบนไฟอ่อนๆ ก่อนจะตักเข้าปากต้องไม่ลืมเพิ่มความกลมกล่อมด้วยการราดนมสด ครบรส หวาน มัน เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ

                          ใช่ว่าอาหารในร้าน "Baba Soul Food" จะจำกัดความอร่อยอยู่แค่ 5-6 จานอย่างที่กล่าวถึงหรอกนะ จะว่าไปแล้วยังมีน้ำพริกกุ้งเสียบ กินคู่กับผัดผักพื้นบ้านอย่างยอดเหลียงผัดไข่ แกงไตปลา ขนมจีนน้ำยา ฯลฯ ...ร้อนนี้หากมีโอกาสแวะเวียนไปเยี่ยมเยือนถิ่นใต้ อย่าลืมเข้าไปลองชิมซะให้ได้ จะสอบถามเส้นทางหรือจองโต๊ะก็โทรศัพท์ไปได้ที่ 0-7637-1000

....................................
(กม.ชวนชิม : ครบรส...จิตวิญญาณอาหารไทย)