
อายุมากเรียนน้อยไร้ทางไป
อายุมากเรียนน้อยไร้ทางไป ชี้รัฐหางานนอกระบบรองรับ โดย...หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ
อุทกภัยปี 2554 ผ่านไปแล้ว หลายบริษัทฟื้นฟูกิจการเดินหน้าธุรกิจต่อไป แต่อีกหลายแห่งไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะเครื่องจักร อุปกรณ์เสียหาย บางแห่งเลิกจ้างคนงาน มีทั้งที่จ่ายค่าแรงตามกฎหมาย บางแห่งยังตามหาตัวนายจ้างไม่พบ จึงมีคนงานจำนวนไม่น้อยที่ตกงาน อยู่ระหว่างการหางานใหม่ หลายคนยังมีความหวังว่าบริษัทที่ทำงานอยู่จะฟื้นฟูกิจการและเรียกตัวให้กลับไปทำงานอีกครั้ง
บัณฑิต แป้นวิเศษ หัวหน้าฝ่ายแรงงานหญิง มูลนิธิเพื่อนหญิง กล่าวว่า สถานการณ์ของแรงงานที่มีอายุมากขึ้น มีการศึกษาน้อย มีแนวโน้มว่าภาคอุตสาหกรรม และบริการ บางประเภทจะไม่รับเข้ามาทำงานแล้ว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสูง หรือมีอุปกรณ์ทันสมัย เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ จะรับลูกจ้างใหม่ที่มีอายุน้อย เช่น ไม่เกิน 25 ปี เพราะเป็นงานที่ต้องใช้สายตา ความรู้ และภาษาอังกฤษ
"แรงงานที่มีอายุมาก การศึกษาน้อย มักไม่สามารถกลับเข้าไปทำงานในโรงงานได้อีก ส่วนใหญ่ ผันตัวไปประกอบอาชีพอิสระ เป็นแรงงานนอกระบบ เป็นผู้รับงานไปทำที่บ้าน ค้าขายเล็กๆ น้อยๆ เช่นรถเข็นขายอาหาร หรือเป็นแม่บ้านรับทำความสะอาดตามบ้าน หากกรมการจัดหางานเข้ามาช่วยเหลือส่งเสริมให้ประกอบอาชีพอิสระ หรือการให้เงินกู้ไปประกอบอาชีพอิสระ นับว่าสามารถช่วยเหลือคนงานกลุ่มนี้ได้โดยตรง" หัวหน้าฝ่ายแรงงานหญิง มูลนิธิเพื่อนหญิง กล่าว
นิรัตน์ การบูรณ์ กรรมการสหภาพแรงงานไดนามิค กล่าวว่า คนงานที่มีอายุมาก หรือ 40 ปีขึ้นไป จะค่อนข้างมีปัญหา เพราะโรงงานบางแห่งจะไม่รับคนกลุ่มนี้ เพราะต้องใช้แรงงานที่มีอายุน้อยเข้ามาทำงาน เช่นอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ แม้นายจ้างจะจ่ายค่าจ้างบางส่วนให้ แต่ก็ไม่เพียงพอกับรายจ่าย เพราะรายได้หายไป แต่รายจ่ายมีทุกวัน ตั้งแต่ค่าอาหาร ค่าเช่าบ้าน ต้องส่งเงินกลับบ้าน และให้ลูกไปเรียนหนังสือ ตอนนี้พยายามให้กำลังใจกันและกัน หาทางช่วยเหลือคนที่ถูกนายจ้างเอาเปรียบ
อำไพ เห็นหอมวงค์ อายุ 56 ปี ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม เพราะบริษัท เทยิน (ประเทศไทย) จำกัด จ.ปทุมธานี โรงงานผลิตฝ้าย เส้นใยสังเคราะห์ น้ำท่วม จึงหยุดว่าจ้าง บริษัท ส.รัตนะ ที่อำไพทำงานเป็นแม่บ้าน สามีเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ตั้งแต่ 19 ตุลาคม 2554 จึงกลับไปอยู่บ้านที่ จ.ลำปางชั่วคราว โดยบริษัทจ่ายค่าจ้างให้ 50%
ปัจจุบัน อำไพ สามี และลูก กลับไปทำงานที่บริษัทเดิม สามีได้เงินเดือน เดือนละ 5,000 กว่าบาท แต่ต้องใช้หนี้ 3 หมื่นบาทที่กู้เงินดอกร้อยละ 20 มาใช้ช่วงที่ตกงาน หวังว่าจะได้ค่าแรงวันละ 300 บาทในเดือนเมษายนนี้ ตามที่รัฐบาลประกาศไว้คงจะพอช่วยได้บ้าง
ด้าน นิภา ทิพรส อายุ 38 ปี ชาวอุทัยธานี บริษัท โนเบิ้ลอิเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด นิคมอุตสาหกรรมนวนคร เลิกจ้างตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2554 ได้รับค่าชดเชยเลิกจ้างเดือนละ 5,000 บาท 10 เดือน เก็บไว้ส่งเข้ากองทุนประกันสังคม เพื่อจะได้มีใช้ในอนาคต สามีทำงานอยู่แถววังน้อย อยุธยา หยุดงานไป 1 เดือนกลับไปทำงานแล้ว ได้เงินเดือนละ 7,000 บาท เช่าคอนโดอยู่เดือนละ 2,000 บาท หลังวันที่ 15 มีนาคม จะไปขึ้นทะเบียนคนว่างงาน เพราะอายุเยอะคงหางานยาก
ประวิทย์ เคียงผล อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง กรมช่วยเหลือโดยจ่ายเงินชดเชยการเลิกจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานลูกจ้างที่ไม่ได้รับเงินชดเชยให้ยื่นขอรับเงินสงเคราะห์ ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือติดต่อได้ที่ ศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน โทรศัพท์/โทรสาร 0-2248-2279, 0-2248-2882 สายด่วน 1694 ซึ่งจะให้บริการเฉพาะด้านการหางาน เปลี่ยนอาชีพ เป็นต้น
สิทธิเมื่อเลิกจ้าง-ลาออก
1.เมื่อถูกเลิกจ้าง หรือลาออกจากงาน ต้องได้รับเงินค่าชดเชยการเลิกจ้าง จากนายจ้าง ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน หากยังไม่ได้ให้ติดต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) พื้นที่ที่สถานประกอบกิจการตั้งอยู่
2.จากนั้นไปขึ้นทะเบียนผู้ถูกเลิกจ้าง ที่สำนักจัดหางานพื้นที่ (กทม.) หรือสำนักจัดหางานจังหวัด ทั่วประเทศตามพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ ภายใน 30 วัน หลังถูกเลิกจ้าง หรือนับแต่สิ้นสุดการเป็นลูกจ้าง
3.ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานประกันสังคม (พื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่) เพื่อขอรับเงินประกันสังคมกรณีว่างงาน ถูกเลิกจ้างได้ร้อยละ 50 ของค่าจ้างเดือนสุดท้าย 6 เดือน เพดานสูงสุดที่ 15,000 บาท (เท่ากับเพดานสูงสุดในการจัดเก็บเงินสมทบ) ระหว่างนี้ ผู้ว่างงานจะต้องไปรายงานตัวตามนัดกับกรมการจัดหางานทุกเดือน พร้อมเอกสารให้ผู้ว่างงานนำไปให้นายจ้าง หรือฝ่ายบุคคลที่ผู้ว่างงานไปสมัครงานลงชื่อรับรองว่ามีการมาสมัครงานจริง แม้ว่าจะไม่ได้รับเข้าทำงานก็ตาม
กรณีที่ลาออกจากงานเอง มีขั้นตอนเหมือนกันกับผู้ถูกเลิกจ้าง แต่ได้รับเงินประกันสังคมร้อยละ 30 เป็นระยะเวลา 3 เดือน
..............................
(อายุมากเรียนน้อยไร้ทางไป ชี้รัฐหางานนอกระบบรองรับ โดย...หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ )



