ไลฟ์สไตล์

ม็อบหอมแดงแฉจนท.เอื้อนายทุนสวมสิทธิ์

ม็อบหอมแดงแฉจนท.เอื้อนายทุนสวมสิทธิ์

09 มี.ค. 2555

ม็อบหอมแดงศีรสะเกษจี้เอาผิด จนท.เอื้อนายทุนสวมสิทธิ์ ชาวนาโคราชแห่ปลูกข้าวนาปรังทะลุแผนเกิน 3.5 แสนไร่ หลัง 5 เขื่อนหลักระบายน้ำเต็มกำลังรับมือน้ำหลากช่วงหน้าฝน เกษตรกร 3 อำเภอบุรีรัมย์แห่แจ้งความหลัง อคส.ไม่ออกใบประทวนไปขึ้นเงินกับ ธกส.มากกว่า 400 ราย

              9มี.ค.2555 ที่ห้องประชุมอำเภอราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ได้มีกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงประมาณ 100 คน  จาก ต.ไผ่ อ.ราษีไศล ที่ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการช่วยเหลือราคาหอมแดงตกต่ำของรัฐบาลได้มารวมตัวยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นายรัฐพล  ธุรพันธ์  รักษาการนายอำเภอราษีไศล  หลังจากพบว่าการดำเนินงานของคณะทำงานโครงการรับซื้อหอมแดงของรัฐบาลระดับพื้นที่ ไม่มีความโปร่งใส   มีการเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องตนเอง โดยการลัดคิวให้ก่อน รวมทั้งมีการสวมสิทธิ์โดยการกว้านซื้อหอมจากต่างหมู่บ้านเข้ามาขายในโครงการเป็นจำนวนมาก ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกหอมจริง ๆไม่มีโอกาสได้ขายหอมมาร่วม 3 เดือนแล้ว

              นางฮ้อย พันธุ์หอม  อายุ 50  ปี ชาวบ้านไผ่  ม. 9  ต.ไผ่ อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ  กล่าวว่า  ก่อนหน้านี้มาขอรายชื่อไปบอกว่าจะไปขอเงินรัฐบาลมาช่วยเหลือราคาหอม  ก็ไปลงทะเบียนรอมากว่า 3 เดือนแล้วเห็นว่ารัฐบาลช่วยเหลือมาแล้วแต่เงินไปไหน

              เมื่อถามว่าตอนนี้มีข่าวหอมเน่าเกลื่อนเมืองศรีสะเกษในฐานะคนปลูกหอมรู้สึกอย่างไร  นางฮ้อย  กล่าวทั้งน้ำตาว่า  มันเจ็บปวด  เสียใจมาก เห็นแล้วน้ำตาไหล  เพราะแม้หอมจะราคาตกต่ำขนาดไหนก็ไม่เคยเห็นว่าหอมเราจะถูกย่ำยีขนาดนี้  แม้จะขายในราคา 5 บาทแต่ก็ภูมิใจว่าหอมเราได้ไปให้พี่น้อง ให้ชาวโลกเขาได้กิน  ปลูกเหนื่อยแต่ก็ภูมิใจตรงที่ไปถึงคนกิน ปลูกหอมมา 40 ปี ไม่เคยเห็นว่าปีไหนที่หอมแดงจะถูกย่ำยีมากขนาดนี้  เสียใจมาก ตั้งแต่เข้าโครงการนี้มากินข้าวไม่ได้นอนไม่หลับ เสียใจมาก

              นายสมพร   พิมวัน  อายุ  60 ปี  ชาวบ้านดอนมะเกลือ ม. 2  ต.ไผ่  กล่าวว่า ยังไม่พอใจในคำตอบใจ เพราะเห็นแล้วว่ามีการรั่วไหลไปหาพ่อค้าข้างนอกอย่างมากมาย  ทำทีถ่วงกันไปมาเหมือนต้องการเปิดโอกาสให้พ่อค้าข้างนอกออกมาซื้อหอมในเขตพื้นที่ต่าง ๆแล้วขนย้ายกันออกไปในเวลากลางคืน  แล้วนำไปสวมสิทธิ์เป็นเกษตรกร  ชาวบ้านที่ปลูกหอมจริง ๆยังไม่ได้ขาย  แต่พ่อค้าที่มากว้านซื้อเอาหอม แล้วได้สิทธิพิเศษในการขายหอมก่อน  ซึ่งจะมีทั้งนายทุนในพื้นที่และคนที่มาจากข้างนอก โดยหอมที่เขามารับซื้อไปสวมสิทธิ์นั้นก็เป็นหอมจากเกษตรกรที่เขาทนรอโครงการไม่ไหว จำเป็นต้องขายออกไปในราคา 5 - 6.75 บาท  จากนั้นพ่อค้าคนกลางก็จะเอาหอมไปสวมสิทธิ์เข้าโครงการขายในราคา 15 บาท โดยไปแย่งคิวเกษตรกรตาดำๆ

              นายรัฐพล ธุรพันธ์   ปลัดอาวุโส รักษาการนายอำเภอราษีไศล  กล่าวว่า  เท่าที่ฟังทราบว่าจุดประสงค์ของชาวบ้านต้องการระบายหอมออก  ซึ่งพบปัญหาที่แท้จริงคือการจัดคิวที่อาจจะมีการข้ามกันไปมา  ซึ่งเรื่องนี้นายกอบต.บ้านไผ่ได้แก้ปัญหาไปแล้วคือการให้ ส.อบต.แต่ละหมู่ไปจัดเรียงลำดับใหม่ ให้เป็นไปตามจริงแล้วมาหารกันทั้งตำบล หากใครที่เชื่อว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ให้ร้องเรียนโดยส่งรายชื่อส่งผ่านนายก อบต.มา
             
              "กรณีการสวมสิทธิ์เป็นเรื่องการทำผิดกฎหมายอย่างแน่นอน ซึ่งได้ให้ผู้นำในท้องที่หรือพลเมืองดีส่งรายชื่อมาในทางลับ จากนั้นจะส่งรายชื่อนี้ไปยังจุดรับซื้อ ห้ามนำหอมคนเหล่านี้ขึ้นตราชั่ง หรือหากจะขายก็ให้ขายในสัดส่วนที่เป็นไปตามจริง โดยการประเมินของผู้นำหมู่บ้านนั้น ๆ  " รักษาการนายอำเภอราษีไศล กล่าว


โคราชแห่ปลูกข้าวนาปรังเกิน3.5แสนไร่

              หม่อมหลวงอนุมาศ ทองแถม ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 8  นครราชสีมา เปิดเผยว่า ทางหน่วยงานชลประทานต่างๆภายในจังหวัดนครราชสีมา ยังคงเร่งทำการระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำของจังหวัดนครราชสีมา ทั้ง 5  แห่ง อย่างเต็มกำลังเพื่อเตรียมรับปริมาณมวลน้ำก้อนใหม่ที่จะไหลลงสู่อ่างตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2555 เป็นต้นไป เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน เนื่องจากก่อนหน้านี้ถึงแม้ว่ามีการประกาศรณรงค์ให้ชาวนาเร่งทำการเพาะปลูกข้าวนาปรังและเพิ่มพื้นที่ปลูกพืชฤดูแล้งเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวโดยวางแผนให้มีการปลูกข้าวนาปีในเขตชลประทานทั้งจังหวัดที่ 330,000 ไร่ แต่เนื่องจากปัญหาอุทกภัยในช่วงปลายปี 2554 ที่ผ่านมาทำให้ชาวนาในจังหวัดส่วนใหญ่เก็บเกี่ยวผลผลิตช้ากว่าปกติ


              ล่าสุดจากรายงานพบว่ามีเกษตรกรปลูกข้าวนาปรังในเขตชลประทานทั้งจังหวัดเกินเป้าที่ทางชลประทานได้ตั้งไว้แล้ว โดยมีการปลูกข้านาปรังทั้งจังหวัดประมาณ 350,000 ไร่ ขณะที่แผนการเพาะปลูกข้าวนาปรังในช่วงฤดูแล้งของจังหวัดนครราชสีมาตั้งไว้เพียง 330,000 ไร่เท่านั้น ทำให้คาดการณ์ว่าแผนการพร่องน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำต่างๆให้เหลือเพียงร้อยละ 50  ของความจุอ่างจะทำได้ทันช่วงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง และด้วยพื้นที่การเพาะปลูกข้าวนาปรังที่เกินกว่าแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งที่วางไว้อาจจะทำให้ต้องมีการลดการระบายน้ำลงในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคมนี้เพื่อเก็บปริมาณน้ำไว้ใช้ในการอุปโภคและบริโภค


ชาวบุรีรัมย์แห่แจ้งความหลังอคส.ไม่ออกใบประทวน

              เกษตรกรจาก 3 อำเภอ ได้แก่ อ.หนองหงส์, โนนสุวรรณ และ อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ที่นำข้าวเปลือกไปเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ยังโรงสีที่เข้าร่วมโครงการฯ ในเขตพื้นที่อำเภอหนองกี่ แต่ทางเจ้าหน้าที่องค์การคลังสินค้า(อคส.)ไม่ออกใบประทวนให้ เพื่อเป็นหลักฐานนำไปขึ้นเงินที่ ธกส.จำนวนกว่า 400 ราย เป็นเงินกว่า 50 ล้านบาท ได้นำเอกสารหลักฐานใบชั่งน้ำหนักข้าวที่ทางโรงสีออกให้ ทยอยเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรหนองกี่ จ.บุรีรัมย์ แล้วจำนวน 65 ราย เพื่อรักษาสิทธิ์หลังได้สิ้นสุดโครงการรับจำนำข้าว เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เพราะเกรงว่าจะมีปัญหาไม่ได้รับเงินในโครงการฯ


               ทางด้าน พ.ต.ท.สุทิน หวังกลับ รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหนองกี่ กล่าวว่า  เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเพื่อรอการตรวจสอบจากคณะกรรมการฯ ระดับอำเภอ และจังหวัด หากพบว่ามีการทุจริตในโครงการฯจริง ก็จะทำการแจ้งข้อหาฉ้อโกงกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องดังกล่าวทันที อย่างไรก็ตาม ขอให้เกษตรกรที่เหลือที่ประสบปัญหาในกรณีเดียวกัน ได้เข้ามาแจ้งความไว้เป็นหลักฐานเพื่อรักษาสิทธิ์ของตัวเองด้วย