ไลฟ์สไตล์

ความหวังใหม่ของผู้ป่วย'ภาวะหัวใจล้มเหลว'

ความหวังใหม่ของผู้ป่วย'ภาวะหัวใจล้มเหลว'

09 มี.ค. 2555

ความหวังใหม่ของผู้ป่วย 'ภาวะหัวใจล้มเหลว' โดย...พิมพ์ชนก ศรเพชร

                "หัวใจ" หนึ่งในอวัยวะที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ในร่างกาย แต่ถ้าหัวใจทำงานหนักมากเกินไปอาจเกิดภาวะที่เรียกว่า 'หัวใจล้มเหลว' ซึ่งเกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้เพียงพอ เมื่อผู้ป่วยมีภาวะของโรคดำเนินอยู่ หัวใจมีขนาดโตขึ้นเรื่อยๆ เพื่อปรับสภาพตัวเองให้สามารถบีบส่งเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย จึงเสี่ยงต่อการเสียชีวิต ภาวะหัวใจล้มเหลวเป็นอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจง ค่อยๆ เกิด และมีอาการคล้ายกับที่พบในโรคปอดหลายๆ โรค ทำให้วินิจฉัยได้ล่าช้าไม่ทันการณ์ คนไข้สูญเสียโอกาสที่จะได้รับการรักษา การตรวจพบตั้งแต่เริ่มแรก สามารถช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาและแพทย์สามารถให้คำแนะนำเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้ป่วยให้ถูกสุขลักษณะขึ้น

                แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวในงาน การประชุมสัมมนาทางวิชาการ Asian Pacific Congress of Heart Failure ครั้งที่ 6 เกี่ยวกับภาวะหัวใจล้มเหลวในปัจจุบันว่า ความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่ทำให้มีความหวังในการดูแลรักษาผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวมากขึ้น ด้วยการนำ "สาร NT-proBNP" ถือได้ว่าเป็นสุดยอดตัวบ่งชี้ที่ทำให้แพทย์สามารถตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยที่มีอาการเริ่มแรก หรือยังไม่แสดงอาการและใช้พยากรณ์ความรุนแรงของโรค ตลอดจนใช้ในการติดตามผลการรักษาได้

                NT-proBNP เป็นสารที่หลั่งจากหัวใจสู่กระแสเลือด เมื่อกล้ามเนื้อหัวใจถูกยืดจึงหลั่งสาร Pro BNP และแยกออกมาเป็นรูปโมเลกุล NT-proBNP และ BNP สาร 2 ตัวมีข้อแตกต่างกัน ที่สำคัญ BNP มีอายุในกระแสเลือดสั้น แต่ NT-proBNP จะมีอายุนานกว่า 100-120 นาที สามารถตรวจติดตามระดับได้ถึง 24 ชั่วโมง อีกทั้งมีความไวในการตรวจสภาวะหัวใจล้มเหลว ในระยะแรกเริ่มหรือในผู้ป่วยที่มีอาการเพียงเล็กน้อยได้

               ผู้ช่วยศาสตราจารย์คริสโตเฟอร์ เดอ ฟิลิเป้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทางอายุรศาสตร์ มหาวิทยาลัยแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกา กล่าว ภาวะหัวใจล้มเหลว เป็นภาวะที่ประสิทธิภาพการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจลดลง มีหลายสาเหตุทั้งโครงสร้างหัวใจที่ผิดปกติ ตั้งแต่กำเนิดหรือเกิดภายหลัง กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เป็นโรคเรื้องรัง ความดันโลหิตสูง ภาวะอักเสบของกล้ามเนื้อหัวใจ ที่เกิดจากการติดเชื้อ  ผลจากหัวใจเต้นผิดจังหวะของหัวใจช่องบน โรคภาวะหัวใจล้มเหลวพบได้ในผู้ป่วย  6-10% อายุมากกว่า 65 ปี ผู้สูงอายุที่ป่วยด้วยโรคหัวใจล้มเหลวจะมีโรคเรื้อรังร่วมด้วย

                อย่างเช่น คนในครอบครัวป่วยเป็นโรคหัวใจ การมีไขมันในเลือดสูง เสี่ยงต่อการเป็นโรค เกือบ 60% ของผู้ป่วยจะเสียชีวิตภายในเวลา 5 ปีหลังได้รับการวินิจฉัย การวินิจฉัยโรคทำได้ยาก เพราะอาการจะไม่แสดงจำเพาะ ผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนล้า อ่อนแรง เพลีย หายใจตื้นและถี่ ความสามารถในการออกกำลังกายลดลง ไอตลอดเวลาและขาดสมาธิ

                ด้าน นพ.เกรียงไกร เฮงรัศมี หัวหน้ากลุ่มอายุรศาสตร์หัวใจ สถาบันโรคทรวงอก นนทบุรี กล่าวว่า  โรคหัวใจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตเป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย ผู้ป่วยในไทยจะมีอายุประมาณ 65 ปี พบว่าผู้ชายที่อายุเกิน 35 ปีและผู้หญิงที่หมดประจำเดือนจะมีความเสี่ยงสูงกว่า กรรมพันธุ์ก็มีปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรค ผู้ป่วยในไทยอยู่ในระดับ 4 คือ ระยะสุดท้ายของภาวะหัวใจล้มเหลว

                 ปัจจุบันแนวโน้มการเกิดโรคหัวใจล้มเหลวอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้ ควรจะมีการตรวจเพื่อวินิจฉัยโรคเพราะ 50% ของคนทั่วไปจะไม่แสดงอาการโรคหัวใจ สำหรับสาร NT-proBNP ทั่วโลกใช้เป็นมาตรฐานในการตรวจหาสาเหตุ การตรวจสามารถรู้ผลได้ทันที การตรวจหาระดับ NT-proBNP ในกระแสเลือด เพื่อการวินิจฉัยและใช้ตรวจประเมินภาวะหัวใจล้มเหลวสามารถช่วยลดการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ถึง 40% ในผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง ด้านการรักษาโดยใช้ NT-proBNP ทำให้ผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวลดอัตราการเสียชีวิตด้วย

                  "อยากฝากถึงประชาชนเรื่องการดูแลสุขภาพร่างกาย ควรตรวจสุขภาพเป็นประจำ หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มและคอเลสตอรอลสูง อย่าเครียด งดสูบบุหรี่ เน้นการออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้" คุณหมอผู้เชี่ยวชาญฝากทิ้งท้าย

................................
(ความหวังใหม่ของผู้ป่วย 'ภาวะหัวใจล้มเหลว' โดย...พิมพ์ชนก ศรเพชร)