
กสทช.ปัดรับแจกไอโฟนเป็นของขวัญ
เลขาฯกสทช.แจงแจกไอโฟนแค่จับสลากปีใหม่ไม่ใช่รับของขวัญ ที่บุคคลภายนอกนำมาร่วมงานด้วยความสมัครใจไม่ได้เป็นการร้องขอ ระบุพาสื่อทัวร์นอกเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ ขณะที่สำนักข่าวอิศราเปิดเอกสาร 2 ฉบับระบุชัดคน กสทช.รับ "ไอโฟน4-ของขวัญ" อื้อ- "สุภิญญา" ส่งคืน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 6 มี.ค.นี้ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. ได้ทวิตข้อความผ่านทางเว็บไซต์ทวิตเตอร์ในนาม @TakornNBTC ชี้แจงกรณีการวิพากษ์วิจารณ์เอกชนแจกไอโฟนเป็นของขวัญให้กับ กสทช.ความว่า สำนักงาน กสทช. ขอชี้แจง เรื่องยักษ์สื่อสารประเด็นรับของขวัญจับรางวัลงานเลี้ยงปีใหม่ ดังนี้
ตามที่มีผู้กล่าวอ้างว่า สำนักงาน กสทช.กระทำการอันไม่เหมาะสม โดยรับของขวัญจากเอกชนหรือผู้ประกอบการ เพื่อนำมาจับสลากในงานกีฬาสีและงานเลี้ยงประจำปีใหม่ 2555 ซึ่งอาจจะขัดต่อประกาศคณะกรรมการ ปปช. กรณีห้ามรับรับทรัพย์สินจากบุคคลอื่นซึ่งมีราคาเกิน 3,000 บาท นั้น
สำนักงาน กสทช. ขอเรียนชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง เนื่องจากการจัดงานดังกล่าวเป็นการจัดงานประจำปีของสำนักงาน กสทช. ที่ได้ดำเนินการติดต่อกันมานับแต่เป็นสำนักงาน กทช. ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างสุขภาพและอนามัย รวมทั้งเป็นการเสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานทุกคน โดยในงานสำนักงาน กสทช. จะมีการเลี้ยงสังสรรค์ และผู้บริหารจะมอบของขวัญให้คณะกรรมการจัดงานดำเนินการจับสลากแจกเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ มิได้มีการขอรับบริจาคหรือร้องขอให้บุคคลใดนำของขวัญมามอบให้เพื่อจับสลากแต่ประการใด
การจัดงานดังกล่าวปกติจะจัดในเดือนธันวาคมของทุกปี และในปีนี้ได้เลื่อนมาจัดในเดือนมกราคม 2555 เนื่องมาจากเกิดเหตุการณ์อุทกภัย งานนี้จึงมิใช่การจัดงานปีใหม่แต่ประการใด ส่วนการที่มีบุคคลภายนอกมาร่วมงานและนำของขวัญมาร่วมจับรางวัลด้วย เป็นความสมัครใจ การร่วมงานของแต่ละบุคคลมิได้มีการร้องขอหรือขอรับบริจาค และหากผู้ใดนำของรางวัลมาก็จะนำมามอบให้คณะกรรมการจัดงานโดยตรง มิได้นำมามอบให้เฉพาะจงจงแก่บุคคลใดเพื่อเป็นการตอบแทนใด ๆ
"สำนักงาน กสทช. (เลขาธิการ กสทช.) ก็จะไม่ทราบว่าเป็นของรางวัลอะไร มีมูลค่าเท่าใด ใครเป็นผู้นำมาให้ จะทราบเมื่อมีการจับสลากและแจกของรางวัลให้กับผู้โชคดีแล้วเท่านั้น"
ทั้งนี้ การแจกรางวัลดังกล่าวมิได้เป็นการรับของของขวัญตามที่เป็นข่าวแต่ประการใด
แจงพาสื่อทัวร์นอกเพื่อพัฒนาองค์ความรู้
พร้อมกันนี้ นายฐากร ได้ชี้แจงกรณีการพาสื่อมวลชนเดินทางไปต่างประเทศโดยระบุว่า ต่อไป ผมขอชี้แจงในนามสำนักงาน กสทช. เรื่องโครงการพัฒนาองค์ความรู้ฯ แก่สื่อมวลชนครับ
การที่ปรากฏสื่อมวลชนว่า สำนักงาน กสทช. หาเสียงกับนักข่าวโดยพานักข่าวไปเที่ยวต่างประเทศ นั้น สำนักงาน กสทช. ขอเรียนว่า เรื่องดังกล่าวมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง เนื่องจากเรื่องนี้ เป็นโครงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมที่สำนักงาน กสทช.จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ในด้านดังกล่าวให้กับผู้สื่อมวลชนโดยมีการฝึกอบรมภายในประเทศเป็นระยะเวลา 2 วัน และศึกษาดูงานการดูงานในประเทศ และต่างประเทศ ในวงเงิน 1.5 ล้านบาท
ทั้งนี้ เนื่องจากการกำกับดูแลกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเป็นเรื่องใหม่ที่ต้องดำเนินการตามพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ฯ 2553 เพื่อให้สื่อมวลชนได้มีความรู้ความเข้าใจในบทบัญญัติของกฎหมายและได้รับประสบการณ์ในการกำกับดูแลของไทยและต่างประเทศเพื่อที่จะได้มีความรู้ความเข้าใจและสามารถถ่ายถอดให้ประชาชนทราบมากยิ่งขึ้น
โดยในการดำเนินการสำนักงาน กสทช. จะดำเนินการคัดเลือกสื่อมวลชนที่เข้าร่วมโครงการด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม มอบหมายให้บุคคลภายนอกที่มีความรู้ความชำนาญการในการฝึกอบรม อาทิเช่น สถาบันการศึกษา สถาบันการฝึกอบรม มูลนิธิ ที่มิได้แสวงหากำไรเป็นผู้ดำเนินการ
สำนักข่าวอิศราเปิดเอกสาร2ฉบับมัด
ขณะเดียวกันสำนักข่าวอิศรา (http://www.isranews.org) ได้เสนอรายงานเรื่องดังกล่าวความว่า "
เปิดเอกสาร2ฉบับระบุชัดคน กสทช.รับ“ไอโฟน4-ของขวัญ”อื้อ-“สุภิญญา”ส่งคืน
“ไอโฟน4”ทำ กสทช.ร้อนฉ่า!เอกสาร 2 ฉบับปลิวว่อนระบุชัดรายชื่อ 21 คนรับของกำนัลงานเลี้ยงปีใหม่จากค่ายยักษ์สื่อสาร ผอ.องค์กรออกหน้ารับ ไม่รู้ก่อนล่วงหน้าเอกชนส่งอะไรร่วมงาน ปัดบิ๊กไม่เกี่ยว แค่เชิญขึ้นโต๊ะแจกรางวัล “สุภิญญา”ยอมรับ บ.ดังหิ้วแจกจริง กลัวผิดรีบส่งคืน ขณะที่ 3 กรรมการโต้พัลวัน
การรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ “ไอโฟน4” (I Phone 4s 64 GB) จากบริษัทค่ายสื่อสารของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)ทำให้องค์กรอิสระมีหน้าที่กำกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมของชาติแห่งนี้ถูกตั้งคำถามอย่างหนักถึงประเด็นในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน (conflict of interests) เนื่องจากเอกชนผู้ให้มีส่วนได้ส่วนเสียกับการทำหน้าที่ของ กสทช.โดยตรง
ล่าสุดสำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า ภายหลังมีข่าวแพร่สะพัดว่า สำนักงาน กสทช.ได้รับของรางวัลจากบริษัทเอกชนอย่างน้อย 2 ราย ปรากฏว่ามีเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการรับของรางวัลดังกล่าวอย่างน้อย 2 ฉบับแพร่กระจายออกไปยังหน่วยงานภายใน กสทช.
เอกสารฉบับแรก ที่ กจ.๗ ๓๑/๒๕๕๕ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๕ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักกิจการ
กรรมการ ได้ทำบันทึกตอบกรรมการ กสทช. ที่ “ขอให้ สำนักงาน กสทช.แสดงรายการของขวัญ มูลค่า พร้อมแหล่งที่มาที่มิใช่ของขวัญจาก กสทช.และผู้บริหารสำนักงาน”
นายไตรรัตน์ตอบว่า “ของรางวัลจากบุคคลภายนอกที่เข้าร่วมงานและแสดงความจำนงในการร่วมจับสลากนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความสนุกสนาน นอกจากนั้นของรางวัลดังกล่าวก็มิได้มีเจตนาจะมองให้สำนัก กสทช. หรือ
ทั้งนี้ เอกสารที่นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล ทำบันทึกตอบกรรมการ กสทช.นั้น ระบุรายการของรางวัลพิเศษจำนวน 21 รางวัล ระบุผู้สนับสนุนของรางวัล และระบุชื่อผู้ได้รับของรางวัล ผู้สนับสนุนของรางวัล โทรศัพท์เคลื่อนที่ (I Phone 4s 64 GB) 1 เครื่อง และ ตุ๊กตาน้องอุ่นใจ 15 ตัว จากบริษัท... ,กล้อง ดิจิตอล ยี่ห้อ ... 1 ตัว , Digital Photo Frame 1 ตัว ,โทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อ... 1 เครื่อง และ .... 1 เครื่อง รวม 4 รางวัลจากบริษัท... และกล่องของขวัญ 1 กล่องจาก นาย ... เป็นการเจาะจงให้โดยเฉพาะ ประกอบกับบุคคลภายนอกแจ้งว่าของรางวัลดังกล่าวเป็นของที่จัดเตรียมไว้แจกในเทศกาลปีใหม่ให้แก่ลูกค้าหรือผู้ที่มีนิติสัมพันธ์เท่านั้น จึงไม่อาจแสดงมูลค่าได้”
เอกสารฉบับที่สอง ที่ กกท. ๗/๒๕๕๕ วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกลุ่มงานกรรมการกิจการโทรคมนาคม ปฏิบัติการแทน เลขาธิการ กสทช.ทำบันถึงชี้แจงเพิ่มเติมสรุปสาระสำคัญ 3 ข้อ
1.สำนักงาน กสทช.มิได้วางหลักเกณฑ์หรือแนวทางในการพิจารณารับมอบของขวัญ เนื่องจากในงานเลี้ยงสังสรรค์ทุกปีที่ผ่านมา ประธาน กทช.จะมีนโยบายให้เชิญอดีต กทช. ผู้ประกอบการ สื่อมวลชล หน่วยราชการ มาร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์เท่านั้น โดยมิได้ขอรับการสนับสนุนของรางวัลจากผู้ร่วมงานใด
2.ของรางวัลดังกล่าวถูกผู้เข้าร่วมงานนำมามอบผ่านนาย...ประธานกรรมการพิจารณาการจัดการแข่งขันกีฬาสีภายในประจำปี ๒๕๕๕ เอกชนผู้ร่วมงานมิได้บอกรายละเอียดว่าเป็นของขวัญอะไร นาย...ก็ไม่ได้ทำบันทึกรับมอบล่วงหน้าเพราะของขวัญมิได้มอบให้สำนักงาน กสทช. จึงไม่ได้รายงานผู้ใด
3.ผู้บริหารสูงสุดของสำนักงาน คือ เลขาธิการ มิได้รับทราบถึงแหล่งที่มาของของขวัญ เพียงถูกเชิญให้จับรางวัลเท่านั้น
•“สุภิญญา”ยอมรับ บ.ดังหิ้วแจกจริงแต่ส่งคืน
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2555 นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. ให้สัมภาษณ์ สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) กรณีบริษัทสื่อสารรายใหญ่ให้โทรศัพท์ I Phone 4s เป็นของขวัญแก่กรรมการ กสทช. ว่า ในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงบริษัทเอกชนหลายหนึ่ง มาเข้าพบคณะกรรมการ กสชท. เพื่ออวยพรปีใหม่ มีตัวแทนบริษัทเอกชนทำธุรกิจสื่อสารรายใหญ่แห่งหนึ่ง ได้นำกระเช้าผลไม้ พร้อมพระ และถุงของขวัญมามอบให้กับตนที่ห้องทำงานเพื่ออวยพรปีใหม่จริง แต่เมื่อตรวจสอบสิ่งของภายในถุงของขวัญดังกล่าว พบว่า เป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ I Phone 4s ไว้ ตนจึงปฏิเสธที่จะรับเอาไว้ พร้อมส่งคืนให้ตัวแทนบริษัทเอกชนรายดังกล่าวทันที
“เขามาเข้าพบดิฉัน เพื่ออวยพรและสวัสดีปีใหม่ พระ และถุงของขวัญมาให้ ซึ่งในส่วนของพระ ได้รับเอาไว้ เพราะคิดว่าคงไม่เกิน 3,000 บาท แต่ในส่วนถุงของขวัญ ได้ขอเปิดดู เมื่อพบว่าเป็นโทรศัพท์ I Phone 4s ก็รีบคืนไปทันที ไม่ได้รับเอาไว้”
เมื่อถามว่า ผู้บริหารบริษัทมือถือให้เหตุผลในการมอบ I Phone 4s ครั้งนี้อย่างไร นางสาวสุภิญญา กล่าวว่า “เขาก็บอกว่า เอาไว้ลองใช้ดู เพราะเป็นรุ่นใหม่ เราก็บอกว่าเรามีแล้ว เพราะปกติ กรรมการ กสทช. ทุกคน จะมีเครื่องไอโฟนของสำนักงานไว้ใช้ทำงานอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้รุ่นนั้น ถึงเราไม่มีเราก็รับไม่ได้ เพราะมันเกินมูลค่า 3,000 ตามที่กฎหมาย ป.ป.ช. กำหนดไว้ ก็แจ้งเขาไปแบบนั้น ว่า มันขัดกฎหมาย คงรับไม่ได้ เขาก็บอกว่า เอาไปทดลองใช้ก่อน เราก็บอกว่าทดลองใช้ก็ไม่ได้ เพราะมันก็ผิดอยู่ดี เขาก็เข้าใจ และเอากลับไป เราก็ขอบคุณเขา”
เมื่อถามว่า กรรมการ กสทช. คนอื่นๆ ได้รับมอบเครื่อง I Phone 4s เป็นของขวัญปีใหม่ ด้วยหรือไม่ นางสาวสุภิญญา กล่าวว่า “อันนี้ไม่ทราบ เพราะว่ากรรมการ กสทช. แต่ละคน อยู่คนละห้องกัน เขาจะไปพบกรรมการทุกคนหรือไม่ จะให้ I Phone 4s ทุกคนหรือไม่ดิฉันไม่ทราบได้ แต่คิดว่าเขาไม่น่าจะมาพบดิฉันคนเดียว น่าจะไปพบกรรมการ กสทช.ทุกคน คงไม่เลือกเจาะจงใครเป็นพิเศษ ส่วนจะคุยนานคุยสั้น ก็แล้วแต่คน”
“แต่ในกรณีดิฉันตัวแทนบริษัท มาพบจริง แล้วก็เอาเครื่อง I Phone 4s มาให้จริง แต่ไม่ได้รับเอาไว้ ซึ่งตอนที่ปฏิเสธไปเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็รับคืนกลับไปโดยดี และช่วงที่จะลาจากกัน ดิฉันยังได้มอบหนังสือ พูดความจริง กรณีถูกฟ้อง 400 ล้าน ( หนังสือเรื่องพูดความจริง เป็นหนังสือที่นางสาวสุภิญญา เขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงในช่วงที่ถูก บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 400 ล้านบาท) ให้เขาไปด้วยเลย” นางสาวสุภิญญาระบุ
นางสาวสุภิญญา กล่าวต่อไปว่า ในข้อเท็จจริงแล้ว ตนไม่น่าจะเป็นเป้าหมายหลัก ที่ตัวแทนบริษัทเอกชนรายนี้ จะมาพบโดยตรง เพราะกำกับดูแลกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ไม่ได้ดูแลด้านกิจการโทรคมนาคม งานมันแยกกันชัดเจน เพราะฉะนั้น เขาอาจจะมาตามธรรมเนียม ซึ่งในส่วนงานด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ก็มีตัวแทนเอกชน มาเข้าพบเหมือนกัน แต่ก็มาในวิสัยปกติ เอากระเช้าผลไม้ กาแฟ หรือพระ มาให้เพื่ออวยพรปีใหม่ ซึ่งถ้าอยู่ในวิสัยปกติรับได้ก็รับ และก็คุยด้วยไมตรีจิต ไม่มีใครมีกรณีอะไรเป็นพิเศษ เหมือนกรณีนี้ ที่มีการนำเครื่อง I Phone 4s มามอบให้ ซึ่งถือเป็นเอกชนรายเดียวที่ทำแบบนี้
“การที่มีคนเอาของมีค่า เกินสิ่งที่กฎหมายบังคับไว้ มามอบให้ เราต้องใจแข็งรับไม่ได้ เพราะถ้ารับไปแล้ว ถูกเล่นตอนหลังจะซวยเอา กรณีนี้คิดว่าเอกชนเขาอาจจะลองใจคณะกรรมการ กสทช. เราก็พิสูจน์ให้เขาเห็นแล้วว่า มันไม่เหมาะสม ถ้าเขาเรียนรู้แล้ว คราวหน้า เขาก็คงไม่ทำอีก ..ก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้นนะ” นางสาวสุภิญญาระบุ
เมื่อถามว่า ตัวแทนบริษัทที่นำ I Phone 4s มามอบให้ คือ บริษัท... ใช่หรือไม่ นางสาวสุภิญญา หยุดคิดนิดหนึ่ง ก่อนตอบว่า “ขอไม่เอ่ยถึงแล้วกัน เขามาพบเรา เราไม่รับก็เป็นสิทธิของเรา ไม่อยากพาดพิงรายไหน ถ้าบอกรายนี้ให้ของแบบนี้ ปีหน้ารายอื่นอาจจะทำตามเอาของแบบเดียวกันมาให้ มันจะไม่ดี และอาจจะเป็นการส่งสัญญาณว่าอยากจะให้รายอื่นเอามาให้ด้วย ไม่ขอเอ่ยชื่อดีกว่า แต่เชื่อว่าปีหน้าคงไม่มีเรื่องแบบนี้อีกแล้ว”
•ให้ถามเลขาฯปมรับของขวัญงานเลี้ยง
ส่วนกรณีของรางวัลที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทเอกชน ที่นำมาให้พนักงานเจ้าหน้าที่จับฉลากของขวัญปีใหม่ นั้น นางสาวสุภิญญา กล่าวว่าไม่ทราบรายละเอียดต้องไปสอบถามข้อมูลจากเลขาธิการ กสทช. เพราะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลงานสำนักงาน กสทช.
“การจับของรางวัลของพนักงาน ดิฉันไม่ทราบ เพราะไม่ได้เป็นส่วนที่ดิฉันรับผิดชอบ รวมถึงกรรมการ กสทช. ด้วย เป็นเรื่องที่สำนักงานรับผิดชอบ หน้าที่ของคณะกรรมการ กสทช. คือ ไปร่วมงานปีใหม่และ ซื้อของขวัญไปให้พนักงานจับฉลากกัน ดิฉันก็เอาของขวัญที่ใช้เงินของตัวเองซื้อไปมอบให้ด้วย กรรมการ กสทช. คนอื่นๆ ก็นำของขวัญส่วนตัวไปร่วมด้วยเหมือนกัน ส่วนของขวัญชิ้นอื่นๆ จะมาจากไหน บริษัทใดจะเอามาให้ เราไม่ทราบรายละเอียด เรื่องนี้ขอ ให้ไปถามข้อมูลจาก เลขาธิการ กสทช. เองจะดีกว่า เพราะเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง”
นางสาวสุภิญญา กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม หากปรากฏข้อเท็จจริงว่า ของขวัญที่นำมาให้พนักงานเจ้าหน้าที่จับสลาก ได้รับการสนับสนุนมาจากบริษัทเอกชน ที่มีความเกี่ยวข้องกับงานของ กสทช. จริง ก็อาจจะมองว่าเป็นเรื่องที่ขัดจริยธรรมได้ แต่ต้องยอมรับว่า ขณะนี้ กสทช. ยังไม่ได้มีการเขียนหลักจริยธรรมขององค์กรออกมาเป็นทางการ แต่ถ้าขัดหลักกฎหมาย ป.ป.ช. และถ้าพิสูจน์ได้ว่า มีความเสียหายเกิดขึ้น บอร์ด กสทช. ก็อาจจะเรียกผู้แทนสำนักงานมาตรวจสอบก็ได้ แต่การดำเนินงานทุกอย่างต้องให้ความเป็นธรรม ว่าสิ่งของมีที่มาที่ไปอย่างไร และขัดต่อกฎหมายหรือไม่
“สิ่งของขวัญจับสลาก บอร์ด กสทช. ไม่ทราบรายละเอียดจริงๆ เพราะมีหน้าที่ตัดสินใจเชิงนโยบาย เป็นเรื่องที่อยู่ในความรับผิดชอบของ สำนักงาน ที่มีหน้าที่ จัดซื้อจัดจ้าง จัดกิจกรรม เป็นหลัก” นางสาวสุภิญญาระบุ
•3 กรรมการปัดพัลวันบอกไม่เคยรับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้ติดต่อไปยังกรรมการ กสทช. คนอื่นๆ ได้แก่ พันเอก นที ศุกลรัตน์ , นายสุทธิพล ทวีชัยการ พลอากาศเอก ธเรศ ปุณศรี ประธาน กสทช. เพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน ทุกคนยืนยันว่า ไม่เคยได้รับมอบโทรศัพท์ I Phone 4s เป็นของขวัญปีใหม่ จากบริษัทเอกชนรายใด และไม่เคยทราบเรื่องนี้มาก่อน
พลอากาศเอก ธเรศ ระบุว่า เครื่องไอโฟนที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เป็นสมบัติส่วนตัว ใช้งานมาตั้งแต่ก่อนที่จะรับตำแหน่ง กสทช. แล้ว ส่วนนายสุทธิพล ระบุว่า ปัจจุบันใช้เครื่องไอโฟนของสำนักงาน กสทช.
ขณะที่พันเอกนที ระบุว่า ปัจจุบัน ใช้โทรศัพท์ BB หรือ BlackBerry ส่วนเครื่องไอโฟนที่ภรรยา ใช้เป็นสมบัติส่วนตัวที่ซื้อมาเอง สำหรับสิ่งของที่ได้รับมอบจากบริษัทเอกชนรายนี้ คือ พระแก้วมรกต เท่านั้น
เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะต้องนำไปหารือในที่ประชุม คณะกรรมการ กสทช. หรือไม่ พันเอก นที กล่าวว่า เป็นเรื่องความรับผิดชอบของแต่ละบุคคล ตนไม่สามารถไปก้าวก่ายใครได้ และก็ไม่ใช่ป.ป.ช. ที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วย"



