
เล็งตั้งแท่นขุดหาน้ำมันทุ่งกุลาร้องไห้
เจ้าของที่ดิน 2 รายที่ให้เช่าที่นาตัดต้นไม้เคลียร์พื้นที่สำรวจบ่อน้ำมันทุ่งกุลาร้องไห้ รอถมที่บริษัทเข้ามาสร้างฐานขุดเจาะสำรวจน้ำมัน ในพื้นที่ 2 แห่งแล้ว คาดเตรียมตั้งขุดเจาะเร็วๆนี้ หลังเสร็จจากการสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ครั้งที่ 2
เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีเตรียมการเจาะสำรวจปิโตรเลี่ยมในพื้นที่ ที่จะมีการตั้งแท่นขุดเจาะสำรวจน้ำมันในพื้นที่ทุ่งกุหลาร้องไห้บริเวณที่นา บ.โคกกลาง ม.15 ต.ชุมพลบุรี อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์พบว่า ทางบริษัทขุดเจาะสำรวจน้ำมันดังกล่าวได้ ประสานเจ้าของที่ดินซึ่งทางบริษัทได้เช่าที่ดินเพื่อตั้งแท่นขุดเจาะสำรวจน้ำมันในพื้นที่ 10 ไร่ ในราคาไร่ละ 14,000 บาท ต่อปี
โดยมีชาวบ้าน 2 รายที่เป็นเจ้าของที่ดินให้เช่า บริเวณที่นา บ.โคกกลาง ม.15 ต.ชุมพลบุรี คือนายประวัติ ฤทธิรณ อายุ 52 ปี เจ้าของที่ดิน 7 ไร่ อยู่บ้านเลขที่ 223 ม.15 บ.โคกกลาง และนายทองแดง จันทขาร อายุ 57 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านโคกสูง เจ้าของที่ดิน 3 ไร่ อยู่บ้านเลขที่ 29 ม. 8 บ.โคกสูง ต.ชุมพลบุรี ซึ่งทั้ง 2 คน กำลังตัดต้นไม้บนที่ดินดังกล่าว เพื่อเคลียร์พื้นที่ให้รถบรรทุกดินเข้ามาถมที่ดินก่อนบดอัดให้แน่นในพื้นที่ 2 แห่ง เพื่อเตรียมรองแท่นขุดเจาะสำรวจน้ำมันในเร็วๆนี้ ซึ่งยังไม่กำหนดแน่ชัดว่าเมื่อไหร่เนื่องจากจะต้องรอการสำรวจและรับฟังความเห็นของประชาชนครั้งที่ 2 แล้วเสร็จก่อน
นายประวัติ กล่าวว่า เมื่อช่วงเดือน พ.ย.2554 ที่ผ่านมา บริษัทสำรวจขุดเจาะน้ำมันได้เข้ามาสำรวจและติดต่อขอเช่าที่ดินจากชาวบ้านในพื้นที่ แต่ก็ไม่มีใครกล้าให้เช่า เพราะเกรงจะมีผลกระทบ ซึ่งบริษัทฯดังกล่าวได้ตระเวนติดต่อขอเช่ามาเรื่อยๆจนพบกับตนๆก็ยังลังเลใจอยู่ เพราะไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ และหากมีจริงเกรงจะมีผลกระทบอะไรหรือไม่ จึงขอเวลาตัดสินใจ โดยให้ลูกสาวค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับผลกระทบจนแน่ใจแล้วว่าการขุดเจาะไม่มีผลกระทบอะไร อีกทั้งยังพบข้อมูลอีกว่า การขุดเจาะน้ำมันดังกล่าวจะมีการขนออกนอกพื้นที่เพื่อนำไปเข้าโรงกลั่นน้ำมันที่อื่น จึงไม่มีผลกระทบ ซึ่งตนไม่ทราบว่าที่ใด จึงได้ตัดสินใจให้เช่าที่ 7 ไร่ในราคาไร่ละ 14,000 บาท ต่อปี และทำสัญญากันเมื่อวันที่ 25 พ.ย.2554ที่ผ่านมา
ตามเอกสารสัญญานั้นมีหลายข้อด้วยกัน ตนก็พยายามอ่านและศึกษาทั้งหมด ซึ่งเนื้อหาบางส่วนระบุพอจะจำได้ว่า หากมีการสำรวจแล้วบริษัทไม่ทำการขุดเจาะน้ำมันต่อก็จะขนย้ายอุปกรณ์ต่างๆออกไป ส่วนที่ดินที่ถมไว้ก็อยู่ที่ความพึงพอใจของเจ้าของที่ว่าจะให้เคลียร์ เป็นพื้นที่นาเหมือนเดิมหรือไม่ สำหรับการดำเนินโครงการเจาะหลุมปิโตรเลี่ยมบริเวณดังกล่าวนี้ บริษัททอพ-คลาส คอนซัลแทนท์ จำกัด และกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ได้กำหนดดำเนินโครงการเจาะหลุมปิโตรเลี่ยม แปลงสำรวจบนบก หมายเลข L 31/50 ซึ่ง มีบริษัท ซ่านซี เหยียนฉาง ปิโตรเลี่ยม (กรุ๊ป) จำกัด เป็นผู้รับสัมปทาน และมีแผนดำเนินการเจาะสำรวจปิโตรเลี่ยม โดยได้มอบหมายให้ บริษัท ทอพ-คลาส คอนซัลแทนท์ จำกัดเป็นผู้ศึกษาและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับแปลงสำรวจบนบก หมายเลข L 31/50 จะครอบคลุมพื้นที่ จ.มหาสารคาม จ.ร้อยเอ็ด จ.บุรีรัมย์ และ จ.สุรินทร์ มีพื้นที่ รวม 3,960 ตารางกิโลเมตร
โดยทำการเจาะสำรวจ 3 หลุมเจาะ ในพื้นที่หมู่ที่ 8 บ้านหนองไทร ต.หนองขมาร อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ หมู่ที่ 15 บ้านโคกกลาง ต.ชุมพลบุรี อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ และหมู่ที่ 4 บ้านหนองสรวง ต.สระบัว อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ บริษัท ทอพ-คลาส คอนซัลแทนท์ จำกัด จะศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2554-มกราคม 2555 โดยทำการศึกษารวม 4 ด้าน คือ ด้านทรัพยากรทางภายภาพ ทรัพยากรทางชีวภาพ คุณค่าการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ และคุณค่าต่อคุณภาพชีวิตในการศึกษานั้นจะดำเนินการด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ศึกษา รัศมี 5 กิโลเมตร รอบพื้นที่ฐานเจาะโดยจะทำการขุดเจาะสำรวจ ปิโตรเลี่ยมใต้ผิวดินลึกประมาณ 4,000 เมตรหรือ 4 กิโลเมตร
...........
(หมายเหตุ : ภาพข่าวเก่า)



