ไลฟ์สไตล์

"มูลนิธิดำรงชัยธรรม" พัฒนาผู้นำ "4 ส."...เพื่อสังคม

"มูลนิธิดำรงชัยธรรม" พัฒนาผู้นำ "4 ส."...เพื่อสังคม

13 พ.ค. 2552

ในวาระที่ "มูลนิธิดำรงชัยธรรม" เดินทางมาถึงปีที่ 10 และเพื่อยืนยันความตั้งใจ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ ยังเดินหน้าจัดกิจกรรมเพื่อเด็กและเยาวชน โดยเมื่อเร็วๆ นี้ จัด "โครงการค่ายผู้นำ" เพื่

  ตามแนวคิดที่ว่า "ไม่ใช่แค่ให้โตได้ แต่อยากให้โตดี"
 กิจกรรมครั้งนี้ผ่านพ้นไปด้วยความประทับใจของนักเรียนทุนนับร้อยชีวิต โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือนักเรียนทุนในพื้นที่ภูมิภาค ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จนถึงปริญญาตรีปี 2 โดยแบ่งเป็น 3 ค่าย 3 สถานที่ คือในช่วงเดือนเมษายน 2552 (4 วัน 3 คืน) เพื่อให้นักเรียนทุนสามารถเลือกลงทะเบียนเข้าโครงการได้ตามความเหมาะสม

 ในแต่ละครั้งจะมีนักเรียนทุนเข้าร่วมประมาณ 60 คน ได้แก่ ครั้งที่ 1 ศูนย์การเรียนรู้โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว อ.เมือง จ.ราชบุรี ครั้งที่ 2 ที่ค่ายจิรประวัติ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ และครั้งที่ 3 ที่ค่ายกองพันสะเทินน้ำสะเทินบก อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 

 สำหรับรูปแบบกิจกรรม ตั้งตามคอนเซ็ปต์ "4 วัน 4 ส." คือ สมานสัมพันธ์ ส่งเสริมการเรียนรู้ เสริมสร้างภาวะผู้นำ และ สร้างสรรค์สังคม

 หลังร่วมกิจกรรมแล้ว น้องๆ ได้รับความรู้ ความมั่นใจเข้าใจกลับไป ลองมาฟังความรู้สึกของน้องๆ ดู

 เริ่มจาก "น้องเม" วายูน มณีส่ง อดีตนักเรียนทุนรุ่นที่ 1/2542 จบการศึกษาจากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เอกจิตวิทยา มหาวิทยาลัยบูรพา ตอนนี้ขยับมาเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิดำรงชัยธรรม ทำหน้าที่เลขานุการค่ายผู้นำ

 "ภูมิใจและดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวดำรงชัยธรรม ที่มีคุณพ่อใจดีอย่างพ่อไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม และมีพี่ๆ เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิดำรงชัยธรรมที่น่ารักทุกคน ครั้งนี้เมทำหน้าที่เลขาฯ ของค่ายผู้นำ ดูแลรับผิดชอบภาพรวมทั้งหมดของค่าย ทั้งสถานที่ สวัสดิการ กิจกรรมต่างๆ เป็นส่วนสนับสนุน รู้สึกประทับใจน้องรุ่นใหม่ๆ ที่เข้ามา ยินดีที่เราได้มาร่วมทำกิจกรรมในครั้งนี้ค่ะ

 สำหรับผู้นำที่ดีในความคิดของเม อย่างข้อความที่เขียนไว้บนเสื้อของนักเรียนทุน คือ นำตน นำสังคม ผู้นำที่ดีควรจะนำตนให้ได้ก่อน ในส่วนนี้มูลนิธิได้ปลูกฝังอยู่แล้วให้รู้จักตนเอง ให้เรียนหนังสือ ให้มีความรับผิดชอบ ถ้าได้ทุกอย่างในส่วนนี้แล้ว นำตนไปในทางที่ดีได้แล้ว เราก็เผื่อแผ่ให้สังคมต่อไปค่ะ"

 ด้าน จักรวาล บุญศรี หรือ น้องแบงค์ นักเรียนทุนรุ่นที่ 8/49 ศึกษาปริญญาตรีปี 4 มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร จ.กำแพงเพชร ทำหน้าที่พี่เลี้ยงค่ายใจดี บอกเล่าว่า

 "การมาเข้าค่ายผู้นำ ในส่วนตัวคิดว่าคำว่าผู้นำต้องกล้าคิด บางครั้งเราอาจเป็นผู้นำก็ได้ ผู้ตามก็ได้ แต่เราต้องมีความคิดให้เขาครับ บางทีการเป็นผู้นำไม่จำเป็นต้องอยู่เบื้องหน้าก็ได้อยู่เบื้องหลังก็ได้ แต่เราจะคอยให้ความคิดเขา คอยแนะนำเขา เติมเต็มให้เขาให้สมบูรณ์ที่สุด แบงค์อยากให้ผู้นำเป็นผู้นำแบบจิตอาสาคือทำทุกอย่างออกมาจากใจ แบงค์ว่าดีที่สุดครับ"

 ส่วนพี่เลี้ยงค่ายใจดีอีกคน "ลูกท้อ" ธนวัฒน์ โพธิ์ปริสุทธิ์ นักเรียนทุนรุ่นที่ 8/49 ปริญญาตรี ปี 4 สถาบันการบินพลเรือน กรุงเทพมหานคร มีความรู้สึกไม่ต่างกันว่า

 "ผมเรียนสาขาการจัดการขนส่งสินค้าคาร์โก้ที่สถาบันการบินพลเรือนครับ ก็คือจะเรียนเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าทางอากาศ การจัดระวางท่าบรรทุกสินค้า การจัดการระบบศุลกากรต่างๆ ความรู้สึกที่เป็นนักเรียนทุน ผมภาคภูมิใจและดีใจมาก ที่ว่าเราสามารถพึ่งตนเองได้ในระดับหนึ่ง ไม่เป็นภาระครอบครัว ความฝันของผมคือสามารถที่จะดูแลครอบครัวได้ 

 โครงการค่ายผู้นำครั้งนี้ก็เป็นสิ่งที่ช่วยผลักดัน สนับสนุนในการที่จะดึงเอาศักยภาพของน้องๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ถ้าเรามีความสามารถ เราก็มีโอกาส ไม่ใช่แค่เงินที่มูลนิธิให้ แต่มูลนิธิยังให้ความรัก ครอบครัว การอบรมสั่งสอนเพื่อที่จะให้เราโตได้และโตดีตามแนวคิดของมูลนิธิ ถ้าเราไม่มีตรงนี้ เราเก่งเรามีความสามารถแต่เราขาดโอกาส เราก็ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้"

 ด้าน "เอ" เอกชัย อัครเดชาอนันต์ นักเรียนทุนรุ่นที่ 6/47 ปริญญาตรีปี 3 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เขตการศึกษาสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี

 "เอได้ทุนมา 6 ปีแล้ว ตอนเเรกที่ส่งใบสมัครไม่มั่นใจว่าจะได้ ตอนนั้นไม่มีใครส่งเสียให้เรียน ความคิดของเด็ก ม.3 ตอนนั้นถ้าไม่ได้เรียนต่อก็ไม่รู้จะทำอะไร พอได้ทุนเเล้วก็คิดว่าจะทำให้ดีที่สุด มาเข้าค่ายครั้งนี้ ก่อนมาก็กังวลนิดหน่อยเพราะนั่งรถไฟชั้น 3 มาจากสุราษฎร์ฯ เดินทางมาคนเดียว 14 ชม. ที่กังวลเพราะว่าเราเป็นสาวประเภทสอง ก็กังวลว่าเราจะเข้ากับคนอื่นได้ไหม เเต่พอมาถึงเเล้วกลับไม่มีตรงนั้นเลย คือเราใช้ชีวิตกับคนอื่นได้อย่างมีความสุข ทำตัวให้มีคุณค่าได้"

  ยังมีความเห็นของ วรินทร ทองนิล หรือ บิวตี้ นักเรียนทุนรุ่นที่ 7/48 ชั้น ม.5 โรงเรียนพะเยาพิทยาคม จ.พะเยา

 "บ้านหนูค่อนข้างยากจน แม่อยากให้มาเรียนในเมืองแต่ไม่มีเงิน พอดีว่าเขามีทุนนี้มา ก็เลยมาสมัคร ลองมาสอบโรงเรียนประจำจังหวัด พอสอบได้ก็เริ่มเข้ามาในเมือง ตอนนั้นเป็นการปรับตัวครั้งยิ่งใหญ่เลย ทำให้เราคิดว่าเรามีโอกาสเลยต้องไขว่คว้าเอาไว้ พอ ม.4 เขามีห้องเรียนพิเศษก็สอบได้  เรามีทุนไงคะ เลยไม่ค่อยเป็นห่วงเรื่องการเงินเท่าไหร่ ก็เลยได้ทำกิจกรรมเยอะ ได้อะไรเร็วกว่าคนอื่นเขา แล้วมาเข้าค่ายของมูลนิธิ ทำให้เราได้เรียนรู้เรื่องต่างๆ อย่างเรื่องเพื่อน ทำให้หนูเริ่มมองคน เริ่มมองที่นิสัยใจคอมากขึ้นค่ะ" 

 มาฟังน้อง ม.5 อย่าง "แอม" หทัยรัตน์ ศิลป์ปิ่นเป้า นักเรียนทุนรุ่นที่ 10/51 ม.5 ร.ร.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

 "ความฝันสูงสุดของหนูก็คือ ทำอะไรก็ได้ที่เรารักและมีประโยชน์ต่อสังคม อย่างหนูชอบภาษาต่างประเทศ ก็อยากเป็นนักการทูต หรือเป็นอาจารย์ค่ะ การมาเข้าค่ายครั้งนี้ทำให้หนูเปลี่ยนแปลงตัวเองไปเยอะเลย เช่น ทักษะในการพูด เมื่อก่อนเป็นคนพูดธรรมดา จะไม่ค่อยกล้า แต่พอมาเข้าค่าย และได้เรียนรู้แล้ว ทำให้กล้าแสดงออกมากขึ้น อย่างเวลาเราต้องนำเสนองานก็จะมีท่าทางประกอบเพื่อให้น่าสนใจมากขึ้น ตัวเองทำกิจกรรมที่โรงเรียนบ่อยค่ะ ก็จะนำตรงนี้ไปพัฒนา จะกลับไปโรงเรียนเดิมที่จบมาค่ะ ไปบอกอาจารย์ ไปบอกน้องๆ"

 สุดท้ายกับความรู้สึกของ วัชระ เพชรดิน หรือน้องเจ นักเรียนทุนรุ่นที่ 6/47 ม.6 ร.ร.สันติสุขพิทยาคม จ.น่าน ที่ได้รับทุนมา 6 ปีแล้ว

 "พอได้รับทุนแล้วชีวิตเปลี่ยนไปมากครับ เรามีเงินไปเรียนเหมือนคนอื่นๆ ผมอยากเป็นนักการตลาดครับ ค่ายนี้ผมคิดว่าทำให้เรามีสภาวะการเป็นผู้นำที่สูงขึ้น ผมคิดว่าผู้นำที่ดีจะต้องกล้าแสดงออก กล้าแสดงความคิด และรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นครับ"

ข้อมูล
 ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ใช้ทุนส่วนตัว 100 ล้านบาท เพื่อก่อตั้ง "มูลนิธิดำรงชัยธรรม" เพื่อช่วยเหลือด้านการศึกษาให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่เรียนดี มีความประพฤติดี หรือมีผลการเรียนดีเด่น หรือกิจกรรมดีเด่น แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้มีโอกาสแสดงความสามารถที่มีอยู่ในตนเองไม่ว่าด้านไหนก็ตามอย่างเต็มศักยภาพ