ไลฟ์สไตล์

เกษตรกรรุ่นใหม่(2)

เกษตรกรรุ่นใหม่(2)

05 มี.ค. 2555

เกษตรยุคใหม่ : เกษตรกรรุ่นใหม่ (2) : โดย ... รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ

          โครงการสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ ได้เริ่มมาแล้วประมาณ 4 ปีกว่า โดยความร่วมมือของ 4 หน่วยงานคือ สกว. สอศ. ส.ป.ก. และธนาคารคือ ธ.ก.ส. ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และได้ขยายผลเข้าไปอยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับใหม่นี้แล้ว เมื่อประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ ก็ได้มีการจัดสัมมนาร่วมกันระหว่างหน่วยงานความร่วมมือดังกล่าว เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการจัดการของวิทยาลัยเกษตร ที่ร่วมในโครงการว่าได้ดำเนินการด้วยวิธีใดจึงประสบความสำเร็จ

          คราวที่แล้วได้ยกตัวอย่างของวิทยาลัยเกษตรที่สิงห์บุรีไปแล้ว วันนี้จะขอยกตัวอย่างของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุดรธานี ซึ่งได้มีวิธีคิดคือการสอนเด็กนักศึกษาให้ทำการเกษตรประเภทที่มีมูลค่าสูง และปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนการสอนใหม่ เนื่องจากเดิมการสอนแยกเป็นส่วนๆ เด็กที่จบออกมาจึงไม่มีความมั่นใจที่จะไปทำอาชีพได้ เพราะขาดประสบการณ์ วิทยาลัยจึงได้จัดการเรียนการสอนใหม่เป็นลักษณะที่เป็นการทำโครงการเรียกว่า Project-based learning เป้าหมายที่ท้าทายคือทำอย่างไรจึงจะให้เด็กมีรายได้ไม่ต่ำกว่าเงินเดือนปริญญาตรี เพื่อให้เห็นว่าถ้าทำการเกษตรโดยการใช้ความรู้แล้วก็จะไม่ยากจน ซึ่งเรื่องการทำการเกษตรแล้วยากจนนั้น เป็นทัศนคติของคนทั่วไปในปัจจุบัน 

          สิ่งที่วิทยาลัยทำคือการปรับหลักสูตร ปรับวิธีเรียน เปลี่ยนวิธีสอน ดังนั้นการเรียนจึงใช้ปัญหาเป็นหลัก (problem-based learning) และการจัดการเรียนการสอนแบบโครงงาน วิทยาลัยได้รับอนุญาตให้ทดลองปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนดังกล่าว และได้เริ่มทดลองกับนักศึกษา ปวช.ก่อน โดยเอาวิชาชีพมาทำ 5 เรื่องคือ การเกษตรแบบผสมผสาน การปลูกพืชไม่ใช้ดิน การผลิตข้าวและพืชหลังหน้านา การขยายพันธุ์ การผลิตเห็ด แล้วมีการบูรณาการวิชาเข้าไปผสมผสานในแต่ละรายอาชีพ เอาตารางสอนมาหลอมรวมกันให้มีความยืดหยุ่น นำเอาภาคทฤษฎีและปฏิบัติมาบูรณาการร่วมกัน ผลก็คือ เด็กชอบวิธีนี้และเมื่อเรียนจบก็มีประสบการณ์และพร้อมที่จะเข้าสู่การประกอบอาชีพเกษตรได้เลย เพราะมีทั้งความรู้ ทักษะ ความมั่นใจในตนเอง และเห็นช่องทางเลี้ยงตัวเองได้  

          สำหรับวิทยาลัยเกษตรที่นครราชสีมา ซึ่งก็มีการจัดการศึกษาแบบใหม่เหมือนกัน โดยมีการจัดการเรียนการสอนให้ผู้ที่อยากเป็นเกษตรกร เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพได้ภายในพื้นที่ที่ ส.ป.ก.จัดสรรให้ โดยใช้การเรียนการสอนเป็นโครงงานเหมือนกัน ตอนนี้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจึงผลิตพวกผักที่มีมูลค่าสูง เช่นผักสลัด และได้ผลดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตผักที่มีคุณภาพผ่านการรับรอง จีเอพี สามารถเลี้ยงตัวเองได้เป็นอย่างดี 

          สิ่งที่จะทำต่อคือการปรับเปลี่ยนเครื่องมือการผลิตจากจอบไปเป็นเครื่องมืออื่นๆ ที่ทำให้เพิ่มศักยภาพการผลิตต่อพื้นที่สูงขึ้น นอกจากนี้ก็มีการส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มการผลิตภายในนิคม ระหว่าเกษตรกร และผลักดันให้ผ่านการรับรองมาตรฐาน จีเอพี และเกษตรอินทรีย์ เพื่อเป็นมาตรฐานการผลิตของกลุ่ม นำไปสู่ตลาดที่จะขยายต่อไปในอนาคต ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของการสร้างความแตกต่างของผลิตผล โดยมุ่งเน้นเรื่องของคุณภาพ ซึ่งจะมีผลกระทบโดยตรงต่อเรื่องของราคา ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของการปรับเปลี่ยนทัศนคติ ทั้งของผู้เรียนและผู้สอน รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เห็นเป้าหมายร่วมกันและช่วยกันผลักดันไปสู่เป้าหมายนั้นได้ครับ!

 

 

----------

(หมายเหตุ : เกษตรยุคใหม่ : เกษตรกรรุ่นใหม่ (2) : โดย ... รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ)

----------