ไลฟ์สไตล์

'ซัวร์'เมืองท่าน่าเที่ยว

'ซัวร์'เมืองท่าน่าเที่ยว

04 มี.ค. 2555

เที่ยวนี้ขอเล่า : 'ซัวร์'เมืองท่าน่าเที่ยว โดย...กาญจนา หงษ์ทอง

              แค่สะบัดแผนที่โอมาน (Oman) รายชื่อของเมืองสวยๆ ก็ร่วงกราว เพราะโอมานไม่ได้มีแค่มัสกัต (Muscat) เป็นนางงามประดับอ่าวอาระเบียน แต่ยังมีเมืองสวยกระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ 

               โอมาน รอบที่สอง จึงไม่หยุดตัวเองอยู่แค่นครหลวงอย่างมัสกัต แต่ตั้งใจพาตัวเองร่อนเร่ลงไปทางใต้ของประเทศดูบ้าง สำหรับคนจะบินมาจากกรุงเทพฯ สายการบินโอมานแอร์ (0-26351222) จะหอบทุกคนมาตั้งหลักที่มัสกัต จากนั้นมีรถบัสและรถเช่าให้บริการจากมัสกัตไปยังหัวเมืองทางใต้วันละหลายเที่ยว

                แล้วก็พบว่า นอกจากเมืองท่องเที่ยวอย่างนิซวา (Nizwa) โอมานยังมีเมืองสวยอีกเป็นกระตั้ก จากนิซวาฉันเลยมุ่งหน้าไปหาอีกหนึ่งเมืองงามแห่งโอมานที่ชื่อ ซัวร์ (Sur) เมืองนี้อยู่ห่างจากมัสกัตประมาณ 150 กิโลเมตร  โดยมากนักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ แต่ใครจะค้างก็มีเรือนพักริมทะเลให้เลือกพักอยู่ไม่น้อย  คลิกเข้าไปเลือกได้ที่เว็บไซต์อโกดา (www.agoda.co.th )

                รถพาลัดเลาะผ่านถนนที่ซ่อนตามช่องเขา บางช่วงวิ่งเลียบทะเล จนกระทั่งมาถึงเมืองซัวร์เมืองเล็กๆ ที่จัดว่าน่ารักวายร้าย

                จะเรียกว่าเป็นเมืองเก่าอีกเมืองหนึ่งของโอมานก็ว่าได้ มาที่นี่คนก็จะชอบไปสอดส่องดูประตูตามบ้านคนกัน เพราะบางทีถึงแม้ตัวบ้านจะใหม่ แต่เขาจะนิยมใช้ประตูไม้ที่ใช้กันมาตั้งแต่ดั้งเดิม

                และถึงจะเป็นเมืองท่าที่สำคัญ แต่เรายังคงเห็นวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของผู้คนได้ที่นี่ เช้าๆ บนชายหาดชาวบ้านจะนั่งเหวี่ยงเบ็ดหาปลา หรือไม่ก็ออกเรือลำเล็กไปพร้อมกับแหคู่ใจ เรียกว่ายังไม่ต้องขยับตัวไปไหน แค่นั่งดูภาพชีวิตของผู้คนบนชายหาดก็เพลินแล้ว

                บ้านเมืองก็ค่อนข้างอยู่กันแบบเงียบสงบ แต่ความที่เป็นเมืองริมทะเล บางทีก็เจอพายุและมรสุมกระหน่ำ ล่าสุดเมื่อปี 2007 ก็เพิ่งเจอไซโคลนลูกใหญ่ถล่มเมืองเหมือนกัน

                และความที่เป็นเมืองอยู่ติดทะเลและเป็นเมืองท่าที่สำคัญ ซัวร์ก็เลยเป็นเหมือนเมืองหลวงของการทำเรือดาว(Dhow) ของโอมาน

               มาที่นี่เราจะได้ยินเสียงค้อนตอกโป้กเป้กอยู่ตลอดเวลา เขาไม่ได้ทำเรือดาวแบบบ้านๆ เอาไว้ใช้เองในครัวเรือน แต่ทำกันเป็นกิจจะลักษณะ แต่ละลำใหญ่ขนาดทำเป็นเรือทัวร์ได้สบายๆ บางลำส่งออกไปขายต่างประเทศ ราคาคิดเป็นเงินไทยก็อาจจะอยู่ในราว 5 ล้านบาท ส่วนใครจะซื้อเรือดาวลำน้อยเป็นของที่ระลึกกลับบ้านก็ได้ ที่นี่เขาทำขายด้วย

               เห็นเขาทำเรือกันเป็นล่ำเป็นสันแบบนี้ ชักสงสัยว่าโอมานไม่น่าจะมีไม้สักที่นำมาทำเรือดาว สอบถามคนแถวนั้นได้ความว่า เขาอิมพอร์ตไม้สักมาจากพม่าเป็นส่วนใหญ่  

               ออกจากโรงงานทำเรือดาว ก็แวะตามเบี้ยบ้ายรายทางไปเรื่อย เพราะทางกลับมัสกัตต้องวิ่งเลียบทะเล ผ่านหาดสวยๆ ที่มีนักท่องเที่ยวหิวแดดแวะมานอนผึ่งตัวกันบนชายหาด แต่ก็น่านอนเกลือกกลิ้งปิ้งตัวอยู่หรอก เพราะที่นี่น้ำทะเลสวยและใสไม่เบา

               บางมุมก็เป็นเหมือนโอเอซิสที่อยู่ในหุบเขามีธารน้ำไหลผ่าน นักท่องเที่ยวจะนิยมเข้ามาเดินเท้าซอกแซกไปตามหุบเขาและดงปาล์ม เอาเป็นว่าพวกคอแอดเวนเจอร์มาเที่ยวโอมานคงถูกใจ เพราะมีกิจกรรมหลายอย่างให้ผาดโผน

                ยังไม่หมด ระหว่างทางกลับยังผ่านหมู่บ้านเก่าแก่อีกแห่งชื่อคัลฮัท สันนิษฐานกันว่าอายุมากกว่า 5,000 ปี หมู่บ้านนี้เลยมีสุสานเก่าแก่บิบิ มิเรียม (Bibi Miriam’s Tomb) ที่ดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวได้ไม่น้อย

                โอมานยังหมู่บ้านเก่าแก่ที่ชื่อ เบอร์คัท อัล มาอุซ (Birkat Al Mauz) มองจากบนจุดชมวิวจะเห็นว่าละแวกนี้นอกจากเป็นดงปาล์มแล้ว ยังมีหมู่บ้านเก่าแก่และป้อมปราการตั้งเรียงรายอยู่หลายจุด    

               หมู่บ้านเบอร์คัท อัล มาอุซ แทบจะเป็นหมู่บ้านร้างไปแล้ว คนส่วนใหญ่ย้ายไปอยู่ที่อื่น แต่ทางการพยายามอนุรักษ์พวกหมู่บ้านเก่าแก่พวกนี้เอาไว้ ดูจากการก่อสร้างจะเห็นว่าเขาใช้พวกโคลนมาสร้างบ้าน จึงง่ายต่อการทรุดและพังทลายลงมา 

               จากนั้นมุ่งหน้ากลับมัสกัต นั่งรถสำรวจเมืองไปเรื่อย แล้วก็พบว่ามัสกัตยังสวยเสมอ นี่คือเมืองที่มีทิวเขา ท้องทะเล และตึกรามผสมกลมกลืนกันอย่างไม่ขัดสายตา ดูไปดูมาเหมือนกำลังชมงานศิลปะอยู่ พอเย็นปุ๊บ ก็รีบซิ่งไปหามัทรา ซุค ตลาดที่เคยไปเดินมารอบหนึ่งแล้วเมื่อคราวก่อน แต่ยังไม่จุใจ รอบนี้เลยขอไปซ่อมซะหน่อย

                ร้านรวงในมัทราซุคยังน่าสนใจเหมือนเดิม โดยเฉพาะพวกร้านขายของเก่า น่าเข้ามาก เจออยู่ร้านหนึ่งเจ้าของพอรู้ว่ามาจากเมืองไทย แกขนของเก่าออกมาโชว์ไม่ยั้งมือ น่าซื้อไปซะหมด ทั้งเหรียญเก่าแก่ มุก เครื่องเงิน อำพัน โบราณสุดบรรยาย อยู่ในร้านนี้แล้วมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ถึงไม่ได้ซื้อแค่ขอเดินดมของเก่าราคาแพงระยับก็ยังดี 

               ยังมีโซนที่ขายพวกเครื่องเงินและคันจาร์หรือกริชโค้งๆ ของชาวโอมานด้วย "คันจาร์" ก็เหมือนเป็นสัญลักษณ์ของชาวโอมาน เราจะเห็นชายชาวโอมานเวลาใส่ชุดประจำชาติเขาจะเหน็บคันจาร์เอาไว้ตรงพุงกัน 

                ไหนๆ พูดถึงเรื่องการแต่งเนื้อแต่งตัวของผู้ชายโอมาน ส่วนใหญ่เขาจะสวมชุดคลุมสีขาว และสวมหมวกที่เรียกว่า กุมม่า มีลวดลายปักสวยๆ นี่เป็นแบบฉบับของชาวโอมานเลยก็ว่าได้ เพราะชายชาวอาหรับแต่ละประเทศจะใส่หมวกไม่เหมือนกัน บางประเทศใส่หมวกขาวล้วนไร้ลวดลายใดๆ หรือบางประเทศอย่างพวกซาอุฯ แถบปาเลสไตน์ หรือยูเออี เขาจะคลุมหัวด้วยผ้าโพกลายสกอต สีแดงบ้าง ดำบ้าง บางพวกมีวงแหวนสีดำสองวงสวมทับผ้าอีกที 

               เดินในมัทราซุคแล้วชวนให้นึกถึงตลาดโบราณแห่งเมืองนิซวา ที่นั่นข้าวของมีให้เลือกก็จริง แต่จากสภาพที่ปรากฏต้องบอกว่าเก่ามาก ทั้งประตู และใต้โดมที่ดูเข้มขลังกว่ามัทราซุคมาก เหมือนเดินเข้าโบสถ์เลย แต่ไม่ว่าจะเป็นตลาดไหนก็พบผู้คนที่ยิ้มแย้มอย่างเป็นมิตรกับคนแปลกหน้า เดินผ่านตรงไหนเห็นตั้งวงอยู่ พอเข้าไปคุยก็เจอทักทายด้วยไมตรีจิต

               แสงนวลตายามโพล้เพล้ โอมานดูเซ็กซี่ขึ้นพอประมาณเมื่อมีแสงนีออนวอบๆ แวมๆ ห่มเมืองริมทะเล บนทางเดินเลียบทะเล ปล่อยให้ลมเย็นฉ่ำกระแทกหน้า ยืนมองโค้งเว้าของอ่าวอาระเบียนที่ถูกประดับไว้ด้วยไฟระยิบระยับ เป็นบทจากลาของโอมานที่น่าจดจำเหลือเกิน  

...............................
(เที่ยวนี้ขอเล่า : 'ซัวร์'เมืองท่าน่าเที่ยว โดย...กาญจนา หงษ์ทอง)