ไลฟ์สไตล์

บ้าน'อินฟินิตี้สมาร์ทบิ้ล'

บ้าน'อินฟินิตี้สมาร์ทบิ้ล'

03 มี.ค. 2555

บ้าน'อินฟินิตี้สมาร์ทบิ้ล'สุดประหยัดในราคา3-4แสนบาท:คลินิคคนรักบ้าน โดย... ดร.ภัทรพล

          สวัสดีครับแฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน” ในสัปดาห์นี้ ผมภูมิใจนำเสนอผลจากการวิจัยศึกษา ค้นคว้าหากระบวนการออกแบบและก่อสร้างบ้าน และเพื่อให้จำได้ง่าย ผมขอเรียกการก่อสร้าง “บ้านมวลชนไม่บาน” ในระบบ “อินฟินิตี้สมาร์ทบิ้ล” ซึ่งผมได้ไปค้นคว้าข้อมูลเก่าๆ ย้อนหลังไปเมื่อ 6 ปีที่แล้ว เพื่อเป็นการทบทวนและสรุปผลทั้ง “กระบวนทัศน์” และ “วิสัยทัศน์”  โดยช่วงแรกๆ ของการคิดค้นบ้าน “อินฟินิตี้สมาร์ทบิ้ล” มีสาเหตุมาจากวิกฤติการณ์ธรรมชาติจากคลื่นยักษ์ “สึนามิ” ที่ทำลายอาคารบ้านเรือนไปหลายหมื่นหลังเรียบเป็นหน้ากลองในชั่วพริบตา และมีผู้หลักผู้ใหญ่ของประเทศที่ผมเคารพนับถือท่านหนึ่งให้โจทย์กับผม จึงเป็นผลให้ผมต้องค้นคว้าหาวิธีก่อสร้างบ้านที่รวดเร็ว แข็งแรง ประหยัด อีกทั้งสามารถทนทานต่อวิกฤติการณ์ทางธรรมชาติได้ และยังต้องมีความสวยงาม
 
          ในอีก 6 ปีต่อมา เราได้บรรลุวัตถุประสงค์ในทุกข้อที่ตั้งใจไว้ คือ สามารถสร้างได้รวดเร็ว 1-3 วัน และยังมีความแข็งแรง โดยใช้ระบบฐานรากแบบ “Floating Foundation” (ระบบการแผ่น้ำหนักกระจายเต็มพื้นที่) และผมยังได้ออกแบบให้โครงสร้างบ้านเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งพื้น, ผนังและฝ้าเพดาน และออกแบบให้ทุกๆ ส่วนสามารถยกเคลื่อนย้ายได้ สามารถดัดแปลง ต่อเติมได้และบำรุงรักษาง่าย อีกทั้งมีราคาประหยัด เพียงหลังละ 3-4 แสนบาท++ 
 
          ภาพ “บ้านมวลชนไม่บาน” ที่ท่านได้เห็นนี้ เป็นผลงานที่ผมได้ออกแบบไว้เมื่อ 6 ปีล่วงมาแล้ว เป็นแบบที่ผมได้จากการออกแบบขึ้นในคอมพิวเตอร์ เพื่อทำการศึกษารายละเอียดภายในตัวอาคารในทุกมิติ ทั้งทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ตลอดจนการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะสมสำหรับการตกแต่งภายใน 
 
          แนวคิดในการพัฒนา “บ้านมวลชนไม่บาน” ในระบบ “อินฟินิตี้สมาร์ทบิ้ล” สุดประหยัดในราคา 3-4  แสนบาท++ ดังกล่าว ผมได้แบ่งโครงสร้างหลักๆ ของบ้านมวลชนไม่บาน ออกเป็น 3 ส่วน เพื่อให้ตอบโจทย์ในทุกข้อที่กล่าวมาข้างต้น อีกทั้งยังถูกออกแบบให้เกิดความสะดวกในการยกเคลื่อนย้ายไปบริเวณต่างๆ ทั่วประเทศ ประกอบด้วย ส่วนแรกคือ ส่วนฐานราก แบบ “Floating Foundation” มีความหนาประมาณ  60 เซนติเมตร ในทางทฤษฎีสามารถออกแบบให้มีความสูงมากกว่านั้นในกรณีที่ต้องการให้ตัวบ้านลอยน้ำได้ และส่วนที่ 2 คือส่วนตัวบ้าน ออกแบบให้มีลักษณะเป็นกล่องคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีความสูง 2.70 เมตร และมีความกว้าง 4 เมตรโดยประมาณ สามารถยกเคลื่อนย้ายไปที่ไหนก็ได้ทั่วประเทศที่มีถนนไปถึง
 
          ส่วนที่ 3 คือ ส่วนหลังคา ซึ่งมีรูปทรงและวัสดุมุงหลังคาที่หลากหลายตามแต่ความต้องการของเจ้าของ โดยทั้ง 3 ส่วนที่กล่าวมานี้ ล้วนแต่เป็นส่วนสำคัญที่จะต้องได้รับการออกแบบทั้งทางวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมอย่างสอดคล้องและเหมาะสม จะว่าไปแล้ว “บ้านมวลชนไม่บาน” ในระบบ “อินฟินิตี้สมาร์ทบิ้ว” ของผม ถือได้ว่าเป็นระบบอุตสาหกรรมการก่อสร้างที่มักจะเรียกว่า ระบบ Prefabrication ที่ใช้แนวคิด Modular Co-ordintion ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การก่อสร้างสำเร็จในเวลา 1-3 วัน มีความแข็งแรงสวยงาม และเป็นมิตรกับสภาพแวดล้อมครับ  
 
          ทุกครั้งที่ผมมีโอกาสได้พิจารณาดูผลงานออกแบบเก่าๆ ก็เกิดความปีติในใจอย่างบอกไม่ถูก ถึงแม้ว่าระยะเวลาจะล่วงเลยมากว่า 6 ปี ก็เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ครับ เพราะถ้าไม่มีแนวคิดในการสร้างบ้านเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย “สึนามิ” เมื่อ 6 ปีที่แล้ว คงไม่มี “บ้านมวลชนไม่บาน” ในระบบ “อินฟินิตี้สมาร์ทบิ้ล” ในราคาสุดประหยัดในราคา 3-4 แสนบาท++ อย่างเช่นในปัจจุบัน 
 
          ผมเชื่อเหลือเกินครับว่า “หลักชัย” อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม เพราะถ้าผมสามารถสร้าง “บ้านมวลชนไม่บาน” ในราคา 3-4 แสนบาท++ ก็จะส่งผลให้คนนับหมื่นครอบครัวคงจะมีบ้านอยู่กันเสียที และยิ่งถ้าสามารถได้รับการสนับสนุนจากบรรดาธนาคาร, สหกรณ์ หรือสถาบันการเงินต่างๆ ก็จะผ่อนชำระเพียงเดือนละ 2,000-3,000 บาท++ เท่านั้นเอง ถูกกว่าเช่าบ้านหรือเช่าอพาร์ตเมนต์เสียอีกครับ   
 
          แต่จาก “ชัยมงคลคาถา” ที่ว่าด้วย “กาลามสูตร” ที่มีอายุยืนยาวมากว่า 2,500 ปี ได้เตือนสติไว้ว่า “อย่าด่วนเชื่อ” จนกว่าจะได้สัมผัสของจริง ผมจึงอยากให้แฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน” ลองติดตามรายละเอียดและความคืบหน้าของ “บ้านมวลชนไม่บาน” หลังนี้กันดู อย่างน้อยก็เป็นการเปิดโลกทัศน์สำหรับการก่อสร้างบ้านเรือนในอนาคต ไม่แน่นะครับ อาจจะเป็นอีก “หนึ่งทางเลือกอันเป็นทางรอด” ของท่านก็เป็นไปได้ สำหรับท่านที่สนใจก็สามารถศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมได้ที่  www.homeloverthai.com ครับ
...................
(หมายเหตุ บ้าน'อินฟินิตี้สมาร์ทบิ้ล'สุดประหยัดในราคา3-4แสนบาท:คลินิคคนรักบ้าน โดย... ดร.ภัทรพล)