ไลฟ์สไตล์

'ปิดทองหลังพระ'โคกล่าม-แสงอร่าม

'ปิดทองหลังพระ'โคกล่าม-แสงอร่าม

02 มี.ค. 2555

'ปิดทองหลังพระ' โคกล่าม-แสงอร่าม : ต้นแบบศูนย์เรียนรู้กรมการปกครอง

          สภาพความแห้งแล้งขาดน้ำพื้นที่หมู่ 3 บ้านโคกล่าม และหมู่ 11 บ้านแสงอร่าม ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ส่งให้ชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา ทำไร่ต้องอพยพไปขายแรงงานในเมืองใหญ่หรือไม่ก็ในต่างแดน แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาหลังโครงการปิดทองหลังพระ สืบสานตามแนวพระราชดำริ โดยมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ร่วมกับกรมการปกครอง องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานีและชาวบ้านในพื้นที่ช่วยกันพัฒนาแหล่งน้ำและรู้จักการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนจากอ่างเก็บน้ำห้วยคล้าย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทำให้ชีวิตความเป็นของอยู่ของชาวบ้านจำนวน 230 ครัวเรือนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

          เสวก จันทร์หอม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 บ้านแสงอร่าม ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ผู้ใหญ่ดีเด่นของกรมการปกครอง ซึ่งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการพัฒนาร่วมกับชาวบ้าน โดยยึดหลักการเสียสละเพื่อให้ทุกคนเห็นถึงประโยชน์ที่จะได้รับร่วมกันในวันข้างหน้า เริ่มจากการสร้างฝายน้ำล้นจำนวน 3 ฝาย เพื่อใช้เก็บกักน้ำในช่วงหน้าแล้ง

          "ระยะแรกๆ ชาวบ้านยังไม่เข้าใจ โครงการปิดทองหลังพระ คิดว่าปิดทองฝังลูกนิมิต ต้องมาทำบุญกัน พออธิบายให้ฟังเขาก็เริ่มเข้าใจ แต่การชักชวนชาวบ้านให้มาร่วมกันทำงานโดยไม่มีค่าจ้างก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะชาวบ้านที่นี่ถ้าจะเชิญชวนให้ไปทำอะไรเขาก็ต้องถามก่อนว่าให้ค่าจ้างเท่าไหร่ ซึ่งตรงนี้ต้องทำความเข้าใจกันพอสมควร"

          ผู้ใหญ่เสวกเผยถึงอุปสรรคการทำงานที่ผ่านมา แต่หลังจากชาวบ้านมีความเข้าใจถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการปิดทองหลังพระ ทำให้เขาเข้ามามีส่วนร่วมกันมากขึ้น โดยเห็นได้จากการร่วมแรงร่วมใจกันสร้างฝายน้ำล้นจำนวน 3 ฝาย เพื่อเก็บกักน้ำใช้ช่วงหน้าแล้ง จนสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ทำให้ทุกวันนี้ในพื้นที่ทั้งสองหมู่บ้านมีน้ำกินน้ำใช้ตลอดทั้งปี รวมทั้งใช้ในภาคการเกษตรด้วย

          "อ่างห้วยคล้ายสร้างเสร็จเมื่อปี 2551 แต่ไม่ได้น้ำ เพราะไม่รู้การบริหารจัดการ แต่หลังมีโครงการ สิ่งที่ได้คือชาวบ้านรู้จักหวงแหน รู้จักใช้น้ำมากขึ้น ส่งเสริมการปลูกพืชอายุสั้น ใช้น้ำน้อย ชาวบ้านมีส่วนร่วมกันมากขึ้น ทำให้ชุมชนมีความสามัคคี" ผู้ใหญ่เสวกเผยผลความสำเร็จ พร้อมย้ำว่าโครงการประสบความสำเร็จไม่ได้หากไม่ได้รับความร่วมมือจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานีในการส่งเครื่องจักรกลเข้ามาพัฒนาในพื้นที่ดังกล่าว

          ด้าน อภิชาติ เทียวพานิช รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวระหว่างนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ดูความคืบหน้าของโครงการปิดทองหลังพระ สืบสานแนวทางพระราชดำริในพื้นที่บ้านโคกล่ามและบ้านแสงอร่ามว่า โครงการปิดทองหลังพระถือเป็นโครงการต้นแบบที่กรมการปกครองนำมาจัดทำโครงการ 84 ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริระดับอำเภอต้นแบบทั่วประเทศเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 7 รอบ 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554 โดยเริ่มจาก อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน จากนั้นขยายผลไปยังอำเภอต่างๆ ทั่วประเทศ และ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ประสบความสำเร็จ

          "กรมการปกครองโดยท่านอธิบดี มีนโยบายให้ 1 อำเภอต้องมี 1 ศูนย์เรียนรู้ และแต่ละศูนย์เรียนรู้จะต้องมีการจดบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการขับเคลื่อนโครงการร่วมกับภาคีต่างๆ เช่น มูลนิธิชัยพัฒนา มูลนิธิปิดทองหลังพระ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น พร้อมกำหนดเป้าหมายการขยายโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในหมู่บ้านทั่วประเทศจำนวน 74,954 หมู่บ้าน โดยมีคณะกรรมการหมู่บ้านเป็นผู้ขับเคลื่อนเพื่อน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต"

          โครงการปิดทองหลังพระ สืบสานแนวทางพระราชดำริบ้านโคกล่ามและบ้านแสงอร่าม ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี นับเป็นอีกหนึ่งศูนย์เรียนรู้ต้นแบบตามแนวพระราชดำริระดับอำเภอที่ประสบความสำเร็จก่อนขยายผลไปสู่อำเภออื่นๆ ต่อไป

 

 

----------

(หมายเหตุ : 'ปิดทองหลังพระ' โคกล่าม-แสงอร่าม : ต้นแบบศูนย์เรียนรู้กรมการปกครอง)

----------