
ชาวปลูกมันลั่นไม่มีที่ขาย2มี.ค.ปิดถนน
เกษตรกรปลูกมันสำปะหลังลั่นหลัง 2 มีนาคมไม่มีแหล่งรับซื้อปิดถนนแน่ เกษตรกรปลูกกระเทียมร้องรัฐเข้ามารับซื้อผลผลิตเองมากกว่าให้ความช่วยเหลือผ่านผู้ประกอบการหลังราคาตกต่ำ
วันที่ 29 กุมภาพันธ์ ที่ห้องประชุมตรอนตรีสินธุ์ ศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ นายสุทัศน์ มาทองแดง แกนนำผู้ปลูกมันสำปะหลัง จ.อุตรดิตถ์ พร้อมเกษตรกรราว 30 คนยื่นหนังสือต่อนายนาวิน สินธุสะอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อเรียกร้องให้จังหวัดแก้ไขปัญหาราคามันสำปะหลังที่ตกต่ำเป็นการเร่งด่วน เนื่องจากปัจจุบันในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ ไม่มีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการรับจำนำตามนโยบายของรัฐบาลแม้แต่โรงเดียว ส่วนราคาที่เกษตรกรต้องการจำนำไม่จำเป็นต้องราคา 2,750 บาทต่อตันตามนโยบายของรัฐบาล หากทุกข้อเรียกร้องไม่ได้รับคำตอบภายในวันที่ 2 มีนาคมจะปิดถนนสาย 11 บริเวณแยกน้ำอ่าง ต.น้ำอ่าง อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ หรือสายพิษณุโลก-เด่นชัย
นายสุทัศน์ กล่าวว่า กาประชุมส่วนราชการกับเกษตรกรนั้นนับครั้งไม่ถ้วนแล้วเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องมันสำปะหลัง แต่ทุกครั้งก็ไม่มีคำตอบให้เป็นการซื้อเวลาให้ผ่านไปวัน ๆ เท่านั้นผู้ประกอบการรับปากจะเข้ามารับจำนำเพียงวันหรือสองวันก็ไม่เข้ามารับจำนำอีกเลยหน่วยงานราชการรับปากจะแก้ไขให้โดยจะเสนอเรื่องไปยังรัฐบาลแต่ทุกครั้งก็เงียบหายไป เช่นเดียวกับครั้งนี้ก็ไม่ได้รับคำตอบเลยซึ่งวันที่ 29 ก.พ.นี้จะเป็นวันสุดท้ายที่จะคุยกับส่วนราชการในจังหวัดมาตรการขั้นต่อไปคือการปิดถนนเพื่อให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์มาแก้ปัญหาด้วยตนเอง
นายชาลี คำด้วง ตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่ อ.ทองแสนขัน อ.น้ำปาด และ อ.ปากท่า ที่มีปริมาณ 45 % หรือเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมดที่ปลูกในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ ที่มีพื้นที่ 2.7 หมื่นไร่ ผลผลิต 1.2 แสนตัน ปัจจุบันคงเหลือผลผลิต 7.5 หมื่นตัน ที่ผ่านมาจังหวัดจะประสานให้ผู้ประกอบการจาก จ.กำแพงเพชร เข้ามาร่วมโครงการ แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีแม้แต่โรงเดียวเข้ามารับซื้อมันสำปะหลังตามนโยบายของรัฐบาล ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็อ้างว่า ทุกจังหวัดมีปัญหาเหมือนกันจึงไม่รู้จะช่วยเหลือเกษตรกรอย่างไร จึงปฏิเสธที่จะเข้ามารับจำนำ
"เกษตรกรผู้ปลูกมันมีมติร่วมกันว่า จะยอมขายมันสดในราคาตันละ 1,500 บาท ให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ ส่วนต่างราคาตันละ 1,300 บาทต่อตันนั้น ทางจังหวัดและพาณิชย์จังหวัดจะต้องทำบันทึกถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ว่า เกษตรกร จ.อุตรดิตถ์ ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องส่วนต่าง ส่วนจังหวัดจะยื่นตามข้อเรียกร้องของอุตรดิตถ์หรือไม่ไม่รู้ หากไม่ได้ตามนี้ก็จะทำการปิดถนนบริเวณสี่แยกน้ำอ่าง ต.น้ำอ่าง อ.ตรอน หรือถนนสายพิษณุโลก-เด่นชัย (สาย 11) เพื่อเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ลงมาแก้ปัญหาด้วยตัวเอง"นายชาลี กล่าว
ลำพูนถกแก้ปัญหาราคากระเทียมตกต่ำ
ขณะที่ห้องประชุมจามเทวี ศาลากลางจังหวัดลำพูน นายภุชงค์ โพธิกุฏสัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลผลิตทางการเกษตรระดับจังหวัดเพื่อหาแนวทางในการป้องกันปัญหาราคากระเทียมตกต่ำในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาด ตามที่เกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมในพื้นที่ตำบลศรีวิชัย แม่ตืน ป่าไผ่และดงดำ อ.ลี้ จ.ลำพูน ได้เรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาให้ความช่วยเหลือรับซื้อกระเทียมสดในราคากิโลกรัมละ 12 บาท และกระเทียมแห้งราคากิโลกรัมละ 40 บาท เพื่อแก้ไขปัญหาราคากระเทียมตกต่ำ โดยคาดว่ากระเทียมในพื้นที่ จ.ลำพูน จะออกสู่ท้องตลาดช่วงกลางเดือนมีนาคม - เมษายนนี้ ประมาณ 24,926 ตัน จากพื้นที่เพาะปลูก 6,874 ไร่
นายเมธี บัวพึ่ง พาณิชย์จังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า ต้นทุนการผลิตกระเทียมสดของ จ.ลำพูน ณ เวลานี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 9.36 บาท หากเป็นกระเทียมแห้งจะเท่ากับกระเทียมสด 3 กิโลกรัม ดังนั้น ราคาต้นทุนกระเทียมแห้งจึงเท่ากับ 28.08 บาท / กิโลกรัม ซึ่งขณะนี้มีเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมในพื้นที่มาขึ้นทะเบียนกับสำนักงานเกษตรเพื่อรอความช่วยเหลือจากภาครัฐไว้แล้ว 2,003 คน
ดังนั้นที่ประชุมจึงเห็นว่าควรจะนำเสนอแนวทางในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมของจังหวัดลำพูน เป็นไปตามแนวทางเดียวกับ จ.เชียงใหม่ ที่ได้เสนอมาตรการผ่าน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในคราวการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 15 ม.ค.2555 ให้มีการรับซื้อกระเทียมในราคานำตลาดตามที่เกษตรกรเสนอ
อีกทั้งให้ชะลอมาตรการชะลอการนำเข้ากระเทียมจากต่างประเทศ การส่งเสริมการบริโภค ตลอดจนเรื่องของการกระจายกระเทียมให้เป็นไปแนวทางเดียวกัน ประกอบกับเมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) เห็นชอบให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการแทรกแซงตลาดกระเทียม ปีการผลิต 2554/55 โดยอนุมัติวงเงินจ่ายขาดให้กระทรวงมหาดไทย จ่ายชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับผู้ประกอบการนำมาลงทุนรับซื้อกระเทียมจำนวนร้อยละ 60 ของผลผลิตทั้งหมด ในราคานำตลาด โดยชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ให้ร้อยละ 3 ต่อปี
สำหรับการให้ความช่วยเหลือตามแนวทางดังกล่าวนี้ตัวแทนเกษตรกรที่เข้าร่วมประชุม โดยนายชนะ ไชยชนะ กล่าวว่า เกษตรกรจะนำมาตรการในการให้ความช่วยเหลือผู้ปลูกหอมแดงก่อนหน้านี้มาเปรียบเทียบซึ่งเป็นการรับซื้อขาดเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรโดยตรง ขณะเดียวกันเกรงว่าผู้ประกอบการเมื่อเปรียบเทียบผลกำไรในการรับซื้อกระเทียมราคานำตลาดแล้ว จะไม่มาเข้าร่วมโครงการฯ นอกจากนี้ยังได้ส่งสัญญาณให้เกษตรกรได้ติดตามรับฟังข่าวสารช่วงนี้อย่างต่อเนื่องว่าแนวทางการให้ความช่วยเหลืออย่างที่กล่าวมานั้นจะมีความชัดเจนเป็นอย่างไรต่อไป
อย่างไรก็ตามตัวแทนเกษตรกรยังอยากให้ภาครัฐเป็นผู้เข้ามารับซื้อกระเทียมด้วยตนเองมากกว่าให้ความช่วยเหลือผ่านผู้ประกอบการ เพราะยังเกรงว่าผู้ประกอบการจะไม่ให้ความสนใจเข้ามารับซื้อผลผลิตในพื้นที่ เมื่อได้รับการสนับสนุนการจ่ายเงินชดเชยดอกเบี้ยให้แล้ว ประกอบกับอยากให้ภาครัฐได้สนับสนุนโครงการวิสาหกิจชุมชนให้แต่ละชุมชนเป็นผู้ดำเนินการแก้ปัญหาด้วยตนเอง อันจะเป็นการแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ยังอยากให้ภาครัฐได้หาแนวทางในการจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้ามารับซื้อกระเทียมในพื้นที่ให้มากกว่านี้อีกด้วย ทั้งนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลผลิตทางการเกษตรระดับจังหวัดอีกครั้งในสัปดาห์หน้า เพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนร่วมกันอีกครั้ง
ทางด้านนายถนอม สุริยะ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตร จ.ลำพูน กล่าวว่า จ.ลำพูนมีพื้นที่ปลูกกระเทียม 6,874 ไร่ ผลผลิตประมาณ 24,926 ตัน แหล่งผลิตกระเทียมส่วนใหญ่อยู่ในเขต อ.ลี้ และ อ.บ้านโฮ่ง ขณะนี้เกษตรกรเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตออกสู่ตลาดแล้ว โดยสามารถขายกระเทียมสดได้กิโลกรัมละ 8 - 10 บาท ในขณะที่ต้นทุนการผลิตกระเทียมสดที่จังหวัดลำพูนกิโลกรัมละ 9.36 บาท จึงทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน จึงเรียกร้องให้ทางราชการช่วยเหลือ
สำหรับปัญหานี้คณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรได้มีมติเมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา เห็นชอบให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการแทรกแซงตลาดกระเทียม ปีการผลิต 2554/55 และอนุมัติวงเงินจ่ายขาดให้กระทรวงมหาดไทยจ่ายชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี ให้ผู้ประกอบการที่รับซื้อกระเทียมจากเกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรในราคานำตลาดตามที่คณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลทางการเกษตรกำหนดเป้าหมาย จำนวน 48,000 ตัน ระยะเวลารับซื้อตั้งแต่เดือน มี.ค. - ส.ค. 2555 ซึ่งทางจังหวัดได้เตรียมแผนที่จะให้ผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมโครงการรับซื้อกระเทียม ซึ่งจะได้มีการหารือแผนการรับซื้อต่อไป โดยคาดว่าจะสามารถรับซื้อได้ในเร็ว ๆ นี้



