ไลฟ์สไตล์

กรมศิลป์ช่วยวัดอ่างทองทาสีฉูดฉาด

กรมศิลป์ช่วยวัดอ่างทองทาสีฉูดฉาด

27 ก.พ. 2555

กรมศิลป์เตรียมช่วยวัดที่อ่างทองทาสีใหม่แล้ว เผยชี้แจงเจ้าอาวาสชาวบ้านเข้าใจวัดไม่ควรทาสีฉูดฉาด เตรียมพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน

              เมื่อวันที่  27 ก.พ. นางโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวถึงกรณีที่ชาวบ้านและพระช่วยกันทาสีอุโบสถเก่าแก่อายุหลายร้อยปีของวัดพายทอง ต.สายทอง อ.ป่าโมก จ.อ่างทองว่า ขณะนี้ได้รับรายงานจากนายสุพจน์ พรหมมาโนช ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 3 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งดูแลงานของกรมศิลปากรของ จ.อ่างทองแล้ว

             "นายสุพจน์ได้เดินทางไปพบกับเจ้าอาวาสและตรวจสอบวัดดังกล่าวพบว่า วัดพายทองมีอายุเก่าแก่ มีคุณค่า ควรค่าแก่การรักษาเป็นโบราณสถานจริง แต่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานกับกรมศิลปากรอย่างเป็นทางการ จากการพูดคุยกับทางเจ้าอาวาสก็เข้าใจแล้วว่าไม่ควรทาสีฉูดฉาด" นางโสมสุดา กล่าวและว่า

             เมื่อถามว่าทำไมถึงทาสีก็ได้รับคำตอบว่าเพราะน้ำท่วมทำให้เกิดคราบสกปรกทรุดโทรม ชาวบ้านจึงร่วมกันบริจาคเงินนับแสนบาทซื้อสีมาทาใหม่ แต่หากทาสีเทาหรือดำชาวบ้านไม่ชอบ ก็เลยทาสีเหลืองและสีชมพู

              “ขณะนี้ได้ทำความเข้าใจกับทางวัดกับชาวบ้านแล้วว่าไม่ควรทาสีฉูดฉาด เบื้องต้นทางกรมศิลปากรจะช่วยทาสีใหม่ให้ โดยเป็นสีปกติที่ใช้ให้เหมาะสมกับวัดทั่วไป ซึ่งการทาสีวัดให้หลากสีครั้งนี้ ทางวัดกับทางชาวบ้านไม่มีความผิดอะไร เพราะถือว่าเป็นวัดที่ชาวบ้านศรัทธา ทาสีไปโดยที่อยากจะให้วัดมีความสวยงาม ไม่ได้ตั้งใจจะทำลาย อย่างไรก็ตามในอนาคตอาจจะพิจารณาในเรื่องการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานวัดดังกล่าวด้วย”อธิบดีกรมศิลปากร กล่าว

พร้อมสั่งให้คงสภาพโบราณสถานไว้

              นายพิชัย บุญแจ้ง หัวหน้ากลุ่มอนุรักษ์โบรานสถานสำนักงานศิลปากรที่3พระนครศรีอยุธยา ได้เดินทางไปยังวัดพายทอง เพื่อตรวจสอบอุโบสถที่ถูกทาสีอย่างไม่เหมาะสม
 
              นายพิชัย กล่าวว่า   อุโบสถของวัดพายทอง มีอายุกว่า  100 ปี แต่กลับมีการทาสีฉูดฉาดนั้นซึ่งหลังจากตนลงมาดูและหาข้อมูลเกี่ยวกับโบสถ์หลังดังกล่าวก็ทราบว่ามีอายุกว่า 100 ปี และที่สำคัญใบเสมาเป็นการนำหินมาแกะสลักซึ่งอายุหลายร้อยปี แต่ก็น่าเสียดายที่ทั้งฆราวาสและพระยังไม่รู้คุณค่านำสีน้ำมาทา ซึ่งสีน้ำได้ซึมเข้าไปในเนื้อหินแล้ว และที่ตนมาครั้งนี้ก็มีอยู่ 2 เรื่องคือ1. มาสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านและพระว่าโบสถ์แห่งนี้เป็นโบราณสถาน ถึงแม้จะยังไม่ได้จดทะเบียนก็ตามแต่อายุกว่า 100 ปี  ถือว่าเป็นโบราณสถานแล้ว กรมศิลปากรอาจจะยังไม่ได้ออกมาสำรวจ หรือตกสำรวจแต่ท้องถิ่นต้องเห็นความสำคัญของโบราณสถานคงต้องรักษาไว้ซึ่งความล้ำค่าและ 2 .จะเข้ามาดูแลและแก้ไขสิ่งที่ ทำลงไป ในเบื้องต้นคงต้องให้นำสีขาวทาทับสีฉูดฉาด  เพื่อสร้างความกลมกลืนและจะนำช่างจากกรมศิลปกรลงมาช่วยแก้ไข

              ด้านพ.ท.วิเชียร ยาไทย ไวยยาวัจกร  วัดพายทอง กล่าวว่า ชาวบ้านไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นไม่ถูกต้องเป็นการกระทำรู้เท่าไม่ถึงการณ์  ชาวบ้านก็มีเจตนาเพื่ออนุรักษ์ไม่ให้พระอุโบสถทรุดโทรมไป จึงทาสีกันใหม่  ส่วนค่าใช้จ่ายจากการทาสีก็มาจากการเรี่ยไรกันมา โดยได้เงินจำนวน 41,932 บาท ใช้ซื้อสีทาไป 27,475 บาท  ซึ่งส่วนที่เหลือจะมอบให้กับทางวัด เพื่อนำไปใช้จ่ายในสิ่งที่วัดเห็นความสมควรต่อไป