
อย่าไว้ใจใครง่าย-รอบคอบ
อย่าไว้ใจใครง่าย-รอบคอบ ไปทำงานนอกไม่ถูกหลอก โดย...ธรรมรัช กิจฉลอง
"ไปเสียนา มาเสียเมีย" ประโยคอมตะเตือนใจคนไทยที่จะไปทำงานเมืองนอก สะท้อนปัญหาของแรงงานไทยได้ดีมาจนถึงทุกวันนี้ เห็นได้จากข้อมูลของกรมการจัดหางาน (กกจ.) กระทรวงแรงงานปี 2550-2554 มีแรงงานไทยร้องทุกข์ถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศกว่า 1.2 หมื่นคน มูลค่าเสียหายกว่า 755 ล้านบาท เฉพาะในช่วงเดือนตุลาคม 2553-กันยายน 2554 มีผู้ร้องเรียน 1,783 คน มูลค่าเสียหายกว่า 120 ล้านบาทโดยมี 5 จังหวัดที่มีผู้ร้องทุกข์มากที่สุดได้แก่ กรุงเทพฯ 658 คน ชัยภูมิ 179 คน นครราชสีมา 128 คน ลำปาง 77 คน และอุดรธานี 70 คน ได้รับการช่วยเหลือไปแล้วกว่า 1,700 คน ได้รับเงินคืนรวมกว่า 23 ล้านบาท
หนึ่งในผู้มีประสบการณ์ตรง บัญชา โพธิ์ศรี วัย 30 ปี ชาวบ้านหมู่ 10 ต.หนองสวรรค์ อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู มีอาชีพทำนา มีที่ดินของตัวเอง 10 ไร่เล่าว่า เมื่อปี 2553 ไปทำงานก่อสร้างโรงงานที่ไต้หวันมีรายได้เดือนละกว่า 3 หมื่น เสียค่าเดินทาง 1.5 แสนโดยหักเงินเดือนใช้หนี้เดือนละกว่า 1 หมื่น มีเงินเหลือส่งทางบ้านเดือนละกว่า 1 หมื่น ต่อมาปี 2554 มีเพื่อนของเพื่อนมาชวนเขาและเพื่อนบ้านรวม 8 คนไปทำงานก่อสร้างโรงแรมที่บาห์เรน มีรายได้เดือนละ 2 หมื่นเรียกเก็บค่านายหน้าคนละ 2 หมื่น บอกว่าภายใน 2-3 เดือนจะได้เดินทาง จึงยอมจ่ายเงินไปซึ่งเงินนี้กู้มาเสียดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อเดือน ผ่านไปกว่า 2 ปี ยังไม่ได้ไป
ต่างจาก กฤษฎา พาพันธ์ วัย 42 ปี ซึ่งอยู่หมู่บ้านเดียวกัน บอกว่า เคยไปทำงานด้านเกษตรที่ประเทศอิสราเอลปี 2546 ทำงานอยู่นาน 4 ปีโดยติดต่อผ่านบริษัทจัดหางานที่เพื่อนแนะนำเสียค่าเดินทาง 1.8 แสนบาท มีรายได้จากการทำงานเดือนละ 2.5 หมื่นบาท กลับมามีเงินเก็บถึง 4-5 แสนบาท ซึ่งได้นำเงินก้อนนี้มาซ่อมแซมบ้านและซื้อรถหกล้อ 1 คันไว้รับจ้างรับส่งนักเรียนในหมู่บ้าน
"นับเป็นความโชคดีของผมที่เพื่อนแนะนำบริษัทจัดหางานที่เชื่อถือได้ จึงไม่ถูกหลอก ช่วงที่อยู่อิสราเอล ผมตั้งใจทำงาน ขยัน อดทน มีวินัยในการใช้จ่ายเงิน ไม่เล่นการพนัน ใช้จ่ายแค่เดือนละ 5 พันบาท ส่งเงินกลับบ้านเดือนละ 2 หมื่นบาท ทำให้มีเงินเหลือเก็บก้อนใหญ่กลับมาลงทุนซื้อรถหกล้อไว้รับส่งนักเรียน สร้างรายได้เพิ่มนอกจากการทำนา ตอนนี้ผมไม่คิดอยากจะกลับไปทำงานที่อิสราเอลอีกเพราะรายได้จากการทำนาและรถรับส่งนักเรียนก็พออยู่ได้และส่งเสียลูก 2 คนเรียนได้" กฤษฎาบอกอย่างภูมิใจ
ประเสริฐ เถาถาวงษ์ วัย 52 ปี รองประธานสภาตำบลหนองสวรรค์ อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู บอกว่า มีชาวบ้าน 500 ครัวเรือน รวม 1,300 คน ซึ่งในจำนวนนี้ร้อยละ 70 เดินทางไปทำงานต่างประเทศ และล่าสุดมีชาวบ้านในตำบลนี้และตำบลใกล้เคียงถูกนายหน้าเถื่อนหลอกเก็บค่าหัวคิวรายละ 2 หมื่นบาท รวม 18 คนโดยชักชวนไปทำงานที่ประเทศบาห์เรน อิสราเอล และแคนาดา
ประเสริฐ บอกว่า ชาวบ้านที่ถูกนายหน้าเถื่อนหลอก ส่วนมากเป็นกลุ่มที่เคยไปทำงานต่างประเทศมาก่อน ทำให้ไม่รอบคอบในการตรวจสอบข้อมูล ซึ่งการมีรายได้ดีเป็นแรงจูงใจให้อยากไป ซึ่งคนที่จะไปทำงานต่างประเทศต้องอยู่ในวัยหนุ่มสาว สุขภาพแข็งแรง และรู้จักเก็บเงิน ไม่เล่นพนันถึงจะมีเงินเหลือเก็บเป็นก้อน อยากให้กระทรวงแรงงานส่งแรงงานไปผ่านระบบรัฐต่อรัฐ และรัฐให้กู้เงินค่าเดินทางคิดดอกเบี้ยต่ำให้แรงงานผ่อนจ่ายเป็นรายเดือนด้วยการหักจากเงินเดือนจะป้องกันการถูกหลอกได้
ข้อมูลสำนักงานจัดหางานจัหวัดอุดรธานีพบว่า จ.อุดรธานี มีแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศมากที่สุดเฉลี่ยปีละ 1.6 หมื่นคนเพิ่มขึ้นปีละกว่า 1 พันคน ปี 2554 มีผู้ไปทำงานต่างประเทศ 1.9 หมื่นคน นำรายได้สู่จ.อุดรธานีเฉลี่ยปีละ 6 พันล้านบาท มีการดำเนินคดีสายนายหน้าเถื่อน 21 ราย ร้องเรียน 50 ราย ส่วนใหญ่งานและเงินเดือนไม่ตรงกับสัญญาจ้าง มูลค่าเสียหายกว่า 2.4 ล้านบาท ข้อมูลของสำนักงานจัดหางานจังหวัดหนองบัวลำภูระบุตั้งแต่ปี 2553 มีคดีฟ้องร้อง 22 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 5 ล้านบาท ปี 2554 มี 24 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท
วิสูตร จ้อนเมือง ผู้ช่วยจัดหางานจังหวัดหนองบัวลำภู อธิบายว่า ช่วงหลังปริมาณผู้เสียหายจากการฟ้องร้องเพิ่มขึ้น มูลค่าความเสียหายลดลง เนื่องจากนายหน้าเถื่อนเรียกค่าหัวคิวต่ำเพื่อจูงใจชาวบ้านให้กล้าเสี่ยงมากขึ้น บางกรณีเป็นชาวบ้านที่เคยถูกหลอกแล้วมาทำตัวเป็นนายหน้าไปหลอกคนอื่นต่อเพื่อหวังเงินคืน บางกรณีคนในหมู่บ้านเดียวกันก็รับงานมาจากนายหน้าเถื่อนอีกทีพอได้เงินก้อนใหญ่ 20-30 ล้านก็หนีไป หรือนายหน้าบางคนลงทุนเดินทางไปโอนเงินจากเมืองนอกกว่า 3 แสนบาทมาให้ชาวบ้านเพื่อให้เชื่อใจว่าพาไปทำงานได้จริงซึ่งลักษณะนี้ทำเป็นขบวนการ
มีแม่กับลูกเอาที่ดินไปจำนองจ่ายเงิน 6 แสนบาทให้นายหน้าเถื่อนเพื่อไปทำงานแคนาดา แต่ก็ถูกหลอก เพราะความใกล้ชิดสนิทสนมและไว้เนื้อเชื่อใจกัน บางครั้งถูกหลอกนายหน้าเถื่อนหนีหายไปเป็นปีแล้วถึงมาร้องเรียน ขอเตือนว่าอย่าไว้ใจใครง่ายๆ แม้แต่คนใกล้ชิด หากจ่ายเงินค่านายหน้าไปก็ขอให้เก็บใบเสร็จ เอกสารและหลักฐานต่างๆ ไว้ให้ดี และไปตรวจสอบกับจัดหางานจังหวัดว่าเป็นนายหน้า บริษัทจัดหางานเถื่อนหรือไม่" วิสูตรแนะ
เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่จัดหางานจังหวัดอุดรธานีที่ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันกกจ.กำหนดให้บริษัทจัดหางานวางเงินหลักประกันวงเงิน 5 ล้านบาท แต่บางกรณีบริษัทเรียกเก็บเงินจากแรงงานรวมมูลค่า 20 ล้านบาทและมีการผิดสัญญาส่งตัวไปทำงาน เมื่อนำเงิน 5 ล้านมาเฉลี่ยให้แก่แรงงานแล้วได้เงินคืนน้อยกว่าที่เสียไปอย่างมาก
เผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน บอกว่า ต่อไปนี้บริษัทจัดหางานจะต้องได้มาตรฐานจริงๆ เท่านั้น กกจ.จึงจะให้การรับรอง จะต้องแจ้งกกจ.ทุกครั้งก่อนส่งแรงงานไป รวมทั้งจะขยายความร่วมมือจัดส่งแรงงานไปทำงานต่างประเทศแบบรัฐต่อรัฐให้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันก็มีโครงการสินเชื่อไปทำงานต่างประเทศอยู่แล้ว และแรงงานที่จะไปทำงานต่างประเทศ จะต้องแจ้งข้อมูลตำแหน่งงาน สัญญาจ้าง นายหน้าและบริษัทจัดหางาน รวมทั้งเข้ารับการปฐมนิเทศกับกกจ.ก่อนเดินทางไป
..................................
(อย่าไว้ใจใครง่าย-รอบคอบ ไปทำงานนอกไม่ถูกหลอก โดย...ธรรมรัช กิจฉลอง)



