ไลฟ์สไตล์

ข้าวเหนียวหอมไม่ไวแสง'แม่โจ้2'

ข้าวเหนียวหอมไม่ไวแสง'แม่โจ้2'

28 ก.พ. 2555

ข้าวเหนียวหอมไม่ไวแสง 'แม่โจ้ 2' - ทนโรคเหมาะปลูกนาปีและนาปรัง : โดย ... ประภาภรณ์ เครืองิ้ว

          ถ้าพูดถึงเรื่องของผลผลิตข้าวในปีที่ผ่านมาก็พบว่า หลายพื้นที่ต้องได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ส่งผลให้นาข้าวที่กำลังใกล้จะเก็บเกี่ยวต้องได้รับความเสียหาย และเกษตกรเองก็ต้องได้รับผลกระทบขาดทุน บางรายถึงกับต้องสิ้นเนื้อประดาตัว ล่าสุดคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้คิดค้นงานวิจัย "ข้าวเหนียวหอมต้นเตี้ย ไม่ไวต่อช่วงแสงสายพันธุ์แม่โจ้ 2" ที่จะช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรนำพันธุ์ข้าวไปปลูกสร้างรายได้ แต่ทั้งนี้ผลงานวิจัยดังกล่าวอยู่ในช่วงของการทดลองสถานีสุดท้าย ก่อนจะนำไปเผยแพร่ต่อไป  

          ผศ.ดร.วราภรณ์ แสงทอง อาจารย์สาขาพันธุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดเผยว่า งานวิจัยดังกล่าวได้ร่วมกับทีมงานนักศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโท สาขาพืชไร่ คณะผลิตกรรมการเกษตร และสาขาเทคโนโลยีชีวภาพ  คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในการทดลอง โดยต้องใช้เวลาในการทดลองและปรับปรุงพันธุ์นานถึง 7 ปี                

          โดยใช้ข้าวเจ้าพันธุ์ปทุมธานี 1 เป็นพันธุ์รับ และข้าวเหนียวพันธุ์ กข.6 เป็นพันธุ์ให้ ใช้วิธีผสมกลับ และใช้เครื่องหมายโมเลกุลช่วยในการคัดเลือก ซึ่งเป็นวิธีใหม่ และกำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ ซึ่งวิธีการดังกล่าวจะช่วยย่นระยะเวลาในการปรับปรุงพันธุ์จนประสบความสำเร็จได้ข้าวเหนียวต้นเตี้ยไม่ไวต่อช่วงแสง และต้านทานต่อการหักล้ม ง่ายต่อการใช้รถเก็บเกี่ยว แก้ปัญหาด้านแรงงาน และช่วยเพิ่มมูลค่าให้ข้าวเหนียว รวมทั้งยังสามารถต้านทานต่อโรคและแมลง เหมาะกับเกษตรที่สามารถนำไปเพาะปลูกในช่วงฤดูนาปีและนาปรังได้ ทั้งนี้งานวิจัยดังกล่าวประสบความสำเร็จจนได้รับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้นระดับดีเด่นด้านเกษตรศาสตร์และอุตสาหกรรมการเกษตร ประจำปี 2555 จากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) 

          ผศ.ดร.วราภรณ์ เผยต่อว่า ปกติแล้วการปรับปรุงพันธุ์รูปแบบเดิมจะใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าสิบปี แต่งานวิจัยครั้งนี้ใช้วิธีผสมกลับและการคัดเลือกยีนด้วยเครื่องหมายโมเลกุลซึ่งเป็นเทคนิคที่กำลังได้รับความนิยมของแวดวงวิชาการด้านพันธุกรรมในปัจจุบัน เพื่อช่วยเรื่องความแม่นยำและย่นระยะเวลาในการปรับปรุงพันธุ์ได้มาก โดยเฉพาะลักษณะที่ต้องการโดยคำนึงถึงความต้องการที่เป็นประโยชน์แก่เกษตรกร เช่น   เลือกลักษณะยีนควบคุมความเป็นข้าวเจ้าและยีนเรื่องความหอมของข้าวหอมมะลิ  และลักษณะต้นเตี้ยไม่ไวต่อช่วงแสง ซึ่งสามารถใช้เป็นพันธุ์ทางเลือกสำหรับเกษตรกรที่ต้องการปลูกข้าวเหนียวหอมในฤดูนาปรัง เพราะ กข.6 ไม่สามารถปลูกได้ในฤดูนาปรัง”      

          ดังนั้น “ข้าวเหนียวหอมต้นเตี้ยไม่ไวต่อช่วงแสงสายพันธุ์แม่โจ้ 2” จึงมีคุณสมบัติสำคัญคือ ไม่ไวต่อช่วงแสงสามารถปลูกได้ทั้งในฤดูนาปีและนาปรัง ความสูงประมาณ 90-120 เซนติเมตร ลักษณะต้นเตี้ยช่วยต้านทานต่อการหักล้มและง่ายต่อการใช้รถเก็บเกี่ยวแก้ปัญหาการขาดแรงงานเก็บเกี่ยว ความเป็น “ข้าวเหนียวหอม” ช่วยเพิ่มมูลค่าให้ข้าวเหนียว เนื่องจากสายพันธุ์แม่โจ้ 2 มีกลิ่นหอม ซึ่งโดยปกติข้าวหอมจะมีราคาสูงเพราะเป็นที่นิยมของผู้บริโภคมากกว่า ที่สำคัญคือมีความต้านทานต่อโรคและแมลงในระดับเดียวกับข้าวเจ้าพันธุ์ปทุมธานี 1 ซึ่งจัดว่ามีความต้านทานต่อโรคและแมลงอยู่แล้ว จึงช่วยลดการใช้สารเคมีลง” และเหมาะกับเกษตรกรที่จะนำไปเพาะปลูกสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ข้าว เนื่องจากปีที่ผ่านมาเกษตกรผู้ปลูกข้าวต้องได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมจนทำให้นาข้าวได้รับความเสียหาย 

          ทั้งนี้ “ข้าวเหนียวหอมต้นเตี้ยแม่โจ้ 2” ขณะนี้กำลังอยู่ในการทดลองปลูกสถานีสุดท้ายก่อนเผยแพร่พันธุ์ให้เกษตรกรที่สนใจต่อไป เกษตรกรท่านใดสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้  หรือโทรสอบถามได้ที่ 0-5387-5287 ในวันและเวลาราชการ

 

 

----------

(หมายเหตุ : ข้าวเหนียวหอมไม่ไวแสง 'แม่โจ้ 2' - ทนโรคเหมาะปลูกนาปีและนาปรัง : โดย ... ประภาภรณ์  เครืองิ้ว)

----------