
ได้แค่สิทธิผู้อาศัย
สามีมีที่ดินอยู่แปลงหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ดินที่พ่อแม่บุญธรรมยกให้ ท่านทั้งสองได้รับสามีดิฉันเป็นลูกบุญธรรมตั้งแต่เล็ก ก่อนเสียชีวิต ท่านบอกว่า มีที่ดินแปลงหนึ่งและยกให้สามีดิฉัน เป็นบ้านที่ท่านปลูกไว้และอาศัยอยู่
แต่หลังจากท่านเสียแล้ว ก็อยากให้น้องชายได้อาศัยอยู่ก่อน สามีก็เห็นด้วย จนกระทั่งพ่อแม่บุญธรรมเสียชีวิต น้องชายของท่านก็อยู่ต่อ และมีลูกสาวมาอยู่ด้วย
จนล่าสุดน้องชายของท่านก็เสียชีวิตไปอีก สามีดิฉันเห็นว่า ลูกสาวของน้องชายก็มีหน้าที่การงานทำ ก็น่าจะรับผิดชอบตัวเองได้ จึงอยากจะให้เธอย้ายออกเพื่อที่จะได้ซ่อมแซมบ้านใหม่ เมื่อไปเจรจาเธอบอกว่า พ่อของเธออยู่มาเกือบ 15 ปี ดังนั้น เธอก็มีสิทธิในบ้านหลังนี้
สามีจึงบอกว่า พ่อแม่ได้เซ็นยกทรัพย์สินตรงนี้ให้เขาแล้ว แต่เธอบอกว่า ไม่ยอมย้ายออก นี่เพราะเป็นสมบัติของพ่อเธอ
อยากทราบว่า การที่น้องชายของพ่อกับแม่บุญธรรมของสามี เข้ามาอยู่ 15 ปี ทำให้มีการใช้สิทธิปรปักษ์ได้หรือไม่คะ แล้วสามีดิฉันควรจะทำอย่างไรดี
นุช
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำว่า เมื่อพ่อกับแม่บุญธรรมยกทรัพย์สินให้สามีคุณ โดยมีการแจ้งการยกให้อย่างถูกต้อง แสดงว่า สามีคุณได้สิทธิในการเป็นเจ้าทรัพย์สินนั้นแต่เพียงผู้เดียว และ การที่คุณให้น้องของพ่อกับแม่บุญธรรมอยู่ในบ้านหลังนี้ จึงเป็นการให้สิทธิเพียงแค่การอยู่อาศัย แม้ว่าจะเข้ามาอยู่มากกว่า 10 ปี ถ้ามีสิทธิเป็นเพียงผู้อยู่อาศัย สิทธิในการครอบครองปรปักษ์ก็ไม่เกิด
การที่จะอ้างสิทธิครอบครองปรปักษ์ได้ต้องมี 4 เหตุด้วยกันคือ การครอบครองอย่างสงบ การครอบครองอย่างเปิดเผย การครอบครองโดยมีเจตนาเป็นเจ้าของ และต้องครอบครองมามากกว่า 10 ปี กรณีที่ลูกสาวของน้าคุณ อ้างว่าอยู่กับพ่อมามากกว่า 10 ปี ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในสี่เหตุผลของการครอบครองปรปักษ์ แต่โดยสิทธิการเข้ามาอยู่แต่แรกนั้น เป็นการเข้ามาอยู่แบบขออาศัยอยู่ ดังนั้น ไม่ว่าจะอยู่นานแค่ไหน ไม่สามารถอ้างสิทธิในเรื่องปรปักษ์เพื่อจะอยู่ต่อในที่ดินและบ้านหลังนี้ได้ ถ้าเจ้าของไม่อนุญาต
ถ้าสามีคุณต้องการให้เธอออกไปจากบ้านหลังนี้ ในฐานะเจ้าของบ้าน สามีคุณก็สามารถฟ้องขับไล่ได้เลย เพราะเธอไม่มีสิทธิ์ในบ้านหลังนี้ ถ้าเจ้าของไม่อนุญาตให้อาศัยอยู่ต่อ ก็ต้องออกไปจากบ้าน
ลุงแจ่ม



