ไลฟ์สไตล์

'มาศ-สุภมาศ'แกะจินตนาการผ่านลายไม้

'มาศ-สุภมาศ'แกะจินตนาการผ่านลายไม้

25 ก.พ. 2555

ขอเวลานอก : 'มาศ' สุภมาศ - แกะจินตนาการผ่านลายไม้

          เคยคิดกันเล่นๆ หรือเปล่าว่า ชีวิตของเราทุกวันนี้รายล้อมไปด้วยงานศิลป์ทุกอณู แต่เพราะความคุ้นชินจึงทำให้เราไม่รู้สึกว่า สิ่งเหล่านั้นคืองาน "ศิลปะ" ที่ถูกสร้างสรรค์ออกมาเพื่อจรรโลงจิตใจของมนุษย์ แต่สำหรับคนรักงานศิลป์แล้วล่ะก็...ไม่ว่าพวกเขาจะหยิบจับ หรือคิดทำอะไร จะต้องแฝงไปด้วยสีสันและเส้นสายแห่งอารมณ์ศิลป์อยู่เสมอ...

          จากความชื่นชอบการวาดรูปตั้งแต่สมัยมัธยมศึกษาตอนปลาย ผนวกกับความบังเอิญที่เลือกเรียนด้านทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงทำให้ "มาศ" สุภมาศ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ศิลป์จนเกิดความหลงใหล จนต้องพาตัวเองมุ่งหน้าเข้าสู่โลกแห่งศิลปะอย่างจริงจังมากขึ้นเรื่อยๆ และถล้ำลึกเข้าไปอีกขั้น ด้วยการก้าวเข้าไปเรียนใน ยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ ดิ อาร์ต กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในระดับปริญญาโท

          "มาศเป็นคนชอบเดินทาง แล้วก็ชอบจดบันทึกเรื่องราวต่างๆ แต่แทนที่จะเขียนก็ใช้วาดภาพแทน เพิ่มมิติและจินตนาการเข้าไป ยิ่งเรียนด้านศิลปะก็ได้เห็นงานศิลปะของศิลปินคนอื่นๆ มากขึ้น ได้รู้เรื่องราวของรูปแต่ละรูปว่ามีความเป็นมาอย่างไร ศิลปินที่ชอบคือ แวน โก๊ะ เขาเหมือนเป็นคนบุกเบิกศิลปะสไตล์ใหม่ เพราะคนสมัยก่อนแค่วาดรูปธรรมดาแบบมองเห็นอะไรก็วาดออกมาแบบนั้น แต่แวน โก๊ะ เขาจะใส่ความรู้สึกของตัวเองลงไปในภาพ เหมือนเขาต้องการให้ภาพที่วาดแสดงความรู้สึกออกมา บางส่วนของแวน โก๊ะ มาศก็หยิบมาเป็นแรงบันดาลใจในการถ่ายทอดผลงานของตัวเองด้วยเหมือนกัน แต่ถ้าเป็นศิลปินคนไทยจะชอบผลงานของ พิสุทธิ์ พรนิมิตร เพราะเขาเป็นนักวาดการ์ตูน เหมือนกับภาพของมาศจะออกแนวน่ารัก เป็นการ์ตูนที่ออกมาจากจินตนาการ บางครั้งก็ออกแนวเพ้อฝัน" ลูกสาวคนโตของคุณพ่อ พล.ต.อ.อิสระพันธ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และคุณแม่ ม.ล.อรจิตรา สนิทวงศ์ เล่าเสียงใสขณะนั่งบนโซฟาตัวเขื่อง ภายในห้องรับแขกของบ้านคุณป้า ย่านสุขุมวิท 58

          เรียกว่าฝึกปรือการวาดภาพและเทคนิคต่างๆ ที่ใช้สำหรับการสร้างสรรค์ภาพของตัวเองมาโดยตลอด เมื่อถูกถามถึงสีสันของรูปภาพ สาวมาศจึงยอมรับเลยว่า สมัยเริ่มวาดภาพใหม่ๆ สีสันจะจัดจ้านมาก แต่เมื่อเดินทางไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ ด้วยสภาพแวดล้อมและบรรยากาศของกรุงลอนดอน ที่ไม่มีสีสันเหมือนกับเมืองหลวงของไทย สีสันที่ถ่ายทอดออกมาในรูปจึงถูกลดทอนลง แต่ก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ขณะที่วาดด้วย

          เมื่อไม่ต้องการให้ตัวการ์ตูนที่วาดถ่ายทอดอารมณ์ออกมาโดยตรง เธอจึงเลือกที่จะใส่หน้ากากให้ตัวละคร ผ่านองค์ประกอบหลักของภาพอย่าง "นักประดาน้ำ" ด้วยเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เธอชื่นชอบ ซึ่งมาศยอมรับว่า นักประดาน้ำเปรียบเสมือนตัวเอง ที่สื่อถึงการได้ผจญภัยในโลกที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ใหม่ๆ แต่ถูกถ่ายทอดผ่านจินตนาการแห่งเส้นสายและสีสันบนแผ่นกระดาษ

          "ชอบวาดรูปนักประดาน้ำตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรี พอวาดแล้วรู้สึกว่า นี่แหละตัวเรา เลยวาดมาเรื่อยๆ แต่พอพูดถึงนักประดาน้ำหลายคนจะคิดว่า ภาพต้องเกี่ยวกับโลกใต้น้ำ หรืออะไรที่เป็นน้ำแน่ๆ แต่ของมาศไม่ใช่ เป็นการคิดนอกกรอบ ตัวการ์ตูนของมาศจะอยู่บนบกแล้วทำกิจกรรมทุกอย่างเหมือนมนุษย์ทั่วๆ ไป จะชอบตรงที่เมื่อวาดคาแรกเตอร์นี้แล้วไม่ต้องมีหน้าให้คนเห็น แต่ให้คนที่ดูภาพของเราแล้วจินตนาการเองว่าจะเป็นอารมณ์แบบไหนในสถานการณ์แบบนี้ ไม่อยากบอกตรงๆ เพราะคนที่ดูภาพเดียวกันอาจจะจินตนาการไม่เหมือนกันก็ได้" สาวนักจินตนาการเล่าอย่างออกรส

          เพราะภาพที่ถูกมองผ่านสายตาถูกนำมาตีความใหม่บวกกับใส่สีสันแห่งจินตนาการเข้าไป ความสนุกในการรังสรรค์เรื่องราวต่างๆ จึงกลายเป็นความสุขที่ไม่รู้จบ แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังรู้สึกว่า ผลงานของเธอยังต้องเก็บเกี่ยวและสะสมประสบการณ์อีก ก่อนจะเปิดแกลเลอรี่โชว์เดี่ยวผลงานของตัวเองให้ทุกคนได้ชื่นชมปนวิพากษ์วิจารณ์

          "ตอนที่เรียนจะมีการนำผลงานของนักเรียนออกมาโชว์ทุกปี ซึ่งเป็นการโชว์ร่วมกันกับเพื่อนๆ ที่เรียนด้วยกัน ยังไม่เคยมีโอกาสโชว์ผลงานเดี่ยวๆ สักครั้ง ใจจริงก็อยากจะโชว์เดี่ยวนะคะ (ยิ้ม) แต่คิดว่าตัวเองยังต้องสะสมประสบการณ์เพิ่มเติมอีกสักหน่อย โดยเฉพาะเรื่องของความหนักแน่นในชิ้นงาน แล้วงานของเราก็ยังไม่เยอะพอจะเอาออกมาโชว์ด้วย ถ้าจะโชว์เดี่ยวคงต้องทำให้เต็มที่มากกว่านี้ ก็หวังว่าอนาตคคงจะมีโอกาสเปิดแกลเลอรี่โชว์ผลงานของตัวเองเหมือนกัน" มาศคุยด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม

          ใช่ว่าเธอจะถนัดแต่การใช้สีน้ำมาแต้มบนกระดาษซะที่ไหน แต่ยังอาศัยเทคนิค Etching ภาพพิมพ์ร่องลึก Lithography ภาพพิมพ์หิน มาเป็นตัวช่วยเพิ่มความงดงามของภาพ แต่เทคนิคที่เธอชื่นชอบมากที่สุดต้องยกให้ หรือ "ภาพพิมพ์แกะไม้" แม้จะมีความยากในเรื่องการคำนวณสีที่จะพิมพ์ลงบนภาพ แต่เธอกลับมองว่าเทคนิคนี้เป็นการฝึกสมอง สมาธิ และสติของตัวเองในคราเดียวกัน

          "มาศชอบแกะไม้ รู้สึกเพลินดี แต่เทคนิคนี้ถ้าแกะไม้เสียแล้วเสียเลยนะ ต้องระวังมาก ต้องคิดทุกอย่างให้เป็นสีขาวดำ ด้านซ้ายและขวาต้องสลับกัน โดยเฉพาะตัวหนังสือ เคยเผลอแกะตัวหนังสือสลับด้าน แล้วแก้ไม่ได้ เสียดายมาก ส่วนใหญ่จะใช้ไม้อัดแกะ ไม่แข็งมาก ขนาดกำลังพอดี ถ้าใหญ่มากแกะแล้วเหนื่อยเกินไป อย่างผลงานตอนจบปริญญาตรีเป็นภาพพิมพ์แกะไม้ชิ้นใหญ่มาก ระยะหลังเลยชอบแกะงานชิ้นเล็กๆ มากกว่า สนุก ไม่เหนื่อยมาก แล้วเก็บชิ้นงานได้ง่ายด้วย ซึ่งงานที่ใช้เทคนิคภาพพิมพ์แกะไม้จะทำให้ผลงานแปลกตาไปอีกแบบ แล้วข้อดี คือ สามารถเก็บชิ้นงานได้นานกว่า เพราะเป็นไม้ แต่ศิลปินบางคนพอพิมพ์ภาพเสร็จเขาจะทำลายตัววู้ดคัตเลย เพราะเขาบอกว่าอยากจะให้ผลงานนี้มีชิ้นเดียวในโลก แต่ของมาศถ้าพิมพ์เสร็จจะเก็บไว้ทุกชิ้น เผื่ออยากจะเอามาพิมพ์ใหม่ แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่เคยเอามาพิมพ์ใหม่เลย (หัวเราะ) เพราะถ้านึกอยากจะทำก็จะหยิบไม้มาแกะใหม่ทุกที จนตอนนี้มีเก็บไว้ประมาณ 20-30 ชิ้นได้แล้วล่ะ" สาวมาศหัวใจศิลป์แจกแจง

          แม้เรียนจบปริญญาโทแล้ว และรั้งอาชีพนักวาดภาพอิสระ (ฟรีแลนซ์ อิลาสเตเตอร์) ชั่วคราว แต่กลับมีงานกระหน่ำเข้ามาไม่ขาดสาย ทั้งวาดภาพประกอบในหนังสือตั้งแต่วิชาการไปจนถึงนิทานสำหรับเด็ก หรือแม้แต่วาดภาพผนังภายในร้านขายอุปกรณ์ดำน้ำ เธอย้ำว่า การจะเป็นศิลปินต้องเปิดโลกให้กว้างเพื่อรับสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ แม้งานบางชิ้นจะไม่ใช่สไตล์ของตัวเอง แต่เธอพร้อมที่จะทำ เพราะการได้ลงมือทำในสิ่งที่ไม่ถนัด ถือเป็นการเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่

          "บางครั้งมีคนขอให้เราทำงานที่ไม่ใช่สไตล์เราก็ไม่อยากให้เพิกเฉย อย่างมาศเคยแต่ทำงานลงบนกระดาษเปล่าๆ แต่พอได้มาวาดรูปประกอบในหนังสือ ก็ทำให้เราได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ตามไปด้วย ส่วนใหญ่ศิลปินมักจะมีอีโก้ อยากทำในสิ่งที่อยากทำ แต่บางทีถ้าเราลองเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น แล้วนำมาปรับใช้ในสไตล์ของเรา ก็เท่ากับเราได้ฝึกทักษะและพัฒนาฝีมือของเราไปในตัวด้วย" ศิลปินคนเก่งให้ข้อคิดทิ้งท้าย

 

เรื่อง / ศรีพร เหล่าวณิชยา
ภาพ / ชาญณรงค์ พรดิลกรัตน์

 

 

----------

(หมายเหตุ : ขอเวลานอก : 'มาศ' สุภมาศ - แกะจินตนาการผ่านลายไม้ : เรื่อง / ศรีพร เหล่าวณิชยา
ภาพ / ชาญณรงค์ พรดิลกรัตน์)

----------