ไลฟ์สไตล์

'วจนพุทธปฏิมา'ศิลปะ'เสริมคุณ'

'วจนพุทธปฏิมา'ศิลปะ'เสริมคุณ'

23 ก.พ. 2555

ศิลปวัฒนธรรม : 'วจนพุทธปฏิมา' ศิลปะตามประสา 'เสริมคุณ'

                  จากความประทับใจในพระพักตร์ของพระพุทธรูปจากอดีตผ่านเทคนิคการถ่ายภาพแบบคลาสสิกที่สุด กลายเป็นแรงบันดาลใจผลักดันให้หนุ่มใหญ่ เสริมคุณ คุณาวงศ์ ซีอีโอของบริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน) ผู้รักงานถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ กลับมาแสดงนิทรรศการเดี่ยวอีกครั้งในชุด "วจนพุทธปฏิมา : BUDDHA IMAGE TALKS" ขึ้นที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป โดยในวันเปิดนิทรรศการภาพถ่ายร่วมสมัยเมื่อวันก่อนที่ผ่านมา ปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี

                  เสริมคุณ เผยว่า ผลงานจากศิลปินทุกๆ ท่านได้สร้างขึ้นทั้งในรูปธรรม นามธรรม ทั้งงานเขียนภาพพระพักตร์พระพุทธรูปโดยตรง แสงและเงา ในเชิงพุทธศิลป์ ทำให้ตัวเองซึมซับงานที่ทรงคุณค่าเหล่านี้มาโดยตลอด จุดนี้ก็เป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจจนเกิดเป็นนิทรรศการ “วจนพุทธปฏิมา” โดยพระพุทธรูปที่นำมาทำงานศิลปะภาพถ่ายชุดนี้ส่วนใหญ่เป็นผลงานสะสมส่วนตัว และงานสะสมของไพศาล เตชะวิภาค หรือ "ต้อย เมืองนนท์" ซึ่งแบ่งเป็น 4 ชุด ได้แก่ ละอองปิติ, ปิดทองหลังพระ, รัศมีธรรม และ รู้ทุกข์รู้ธรรม สื่อแก่นของพุทธศาสนา การรู้เท่าทันปัจจุบันขณะ เชื่อมโยงกับเทคนิคที่ใช้ถ่ายทอดคือ การถ่ายภาพเพียงครั้งเดียว ไม่มีตกแต่ง หรือย้ายองค์ประกอบของภาพถ่าย เป็นการถ่ายภาพความไวสูง 1/40,000 วินาที หรือ High Speed Photography หยุดความเคลื่อนไหวเสี้ยวของวินาทีนั้นเอาไว้ สะท้อนสิ่งที่พระพุทธรูปได้พูดกับเราถึงความไม่แน่นอนในชีวิต และหวังให้ผลงานชุดนี้พูดเรื่องราวพุทธธรรมกับผู้เสพงานศิลปะด้วย ได้เข้าใกล้พระธรรมมากขึ้น

                  "ห้องพระที่บ้านมีพระพุทธรูปที่เคารพบูชา ในยามสงบเวลาที่ผมใช้สมาธิมองลมหายใจ ใช้เวลาพิจารณาลมหายใจ พระพุทธรูปได้สื่อสารกับเรา ได้พูดกับเรา เป็นที่มาชื่อนิทรรศการครั้งนี้ จริงๆ แล้วพระพุทธรูปพูดไม่ได้ เป็นโลหะ เป็นดิน เป็นหิน แต่อาจพูดจากความงามที่โน้มนำจิตใจเรา เป็นความงามที่สามารถหยุดสงครามได้ หรืออาจตีความหากเราเป็นพุทธมามกะและเข้าใจในคำสั่งสอน พระพุทธรูปก็พูดกับเราถึงคำสั่งสอนที่มีอยู่ในใจ ให้ตระหนักรู้ชัดเจนยิ่งขึ้น" ช่างภาพและผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพฯ กล่าวพร้อมกับเสริมอีกว่า นิทรรศการชุดนี้เป็นหนึ่งในสิ่งที่อยากทำที่สุดในชีวิต ไม่ใช่ในบทบาทผู้บริหาร แต่เป็นคนทำงานศิลปะคนหนึ่ง

                  ด้าน ศ.ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ ปี 2552 ศิลปินไทยซึ่งได้นำพุทธศาสนามาอยู่ในผลงาน กล่าวถึงศิลปะภาพถ่ายชุดนี้ว่า เป็นการสร้างสรรค์ภาพถ่ายอันทรงคุณค่า ได้ติดตามและเฝ้ามองงานเดี่ยว 2 ชุดที่ผ่านมา จนถึงชุดที่ 3 นี้ เห็นถึงพัฒนาการทางความคิด รูปแบบ การตีความออกเป็นเรื่องปัญญา มีความลุ่มลึกและชัดเจนมากขึ้นด้านความรู้สึกภายในใจกับความรู้สึกในรูปแบบความคิดที่ศิลปินนำเสนอในรูปแบบศิลปกรรม โดยใช้สื่อภาพถ่ายเป็นตัวนำเสนอ ยิ่งเห็นเบื้องหลังการถ่ายทำยิ่งรู้สึกตื่นเต้น

                  "สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าเราเมื่อเข้าไปชมคือ องค์ความรู้ ผ่านกระบวนการสร้างสรรค์ทัศนศิลป์ของศิลปิน รูปแบบที่เสริมคุณใช้เป็นแรงบันดาลใจคือ รูปแทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ประติมากรในอดีตสร้างถวายเป็นพุทธบูชา มีกระบวนการคิด ตีความ สื่อความหมายเป็น Art Form ทั้งศิลปะทวารวดี ศรีวิชัย เชียงแสน อยุธยา รัตนโกสินทร์ กาลเวลาผ่านไป รูปประติมากรรมเหล่านั้นมีทั้งความขลัง ความศักดิ์สิทธิ์ ความหมายเป็นนามธรรมอยู่เบื้องหลัง ผลสัมฤทธิ์เมื่อเรามองพระพุทธรูปนั้นคือ ความปีติ เบาลอย สงบสุข อย่างที่ศิลปินรู้สึกและใช้ขับเคลื่อนโน้มนำไปสู่ความมีปัญญา ความรู้แจ้ง ความปีติสุข เป็นความหมายที่ทางพุทธศาสนาให้ไว้ แต่ศิลปินมองซ้อนผ่านพุทธรูป ในภาพถ่ายศิลปะชุดนี้ยังมีละอองน้ำ แสง เงา แผ่นทอง และตัวหนังสือ ซึ่งเป็นตัวหยุดเวลา ศิลปินกำหนดจิตและกดชัตเตอร์เพียงครั้งเดียว ไม่มีปรุงแต่งเสมือนสัจธรรม" ศิลปินแห่งชาติกล่าว

                  ภายในงานเปิดนิทรรศการเดี่ยวยังมีพิธีมอบรางวัลทุนศิลปะคุณาวงศ์ ประจำปี 2555 ให้แก่ กมลพันธุ์ โชติวิสัย นักศึกษาระดับศิลปมหาบัณฑิต สาขาวิชาภาพพิมพ์ คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเป็นศิลปินรุ่นใหม่ มีรางวัลระดับชาติการันตี ถือเป็นศิลปินคนแรกที่ได้ทุน เสริมคุณ ผู้พิจารณาระบุเหตุผลที่ได้รางวัลว่า มีการทำงานที่เป็นเอกลักษณ์ เนื้อหาชัดเจน และเทคนิคจัดจ้าน

                  สนใจร่วมฟังเสียงพูดของพระพุทธปฏิมาผ่านงานศิลป์ ก็สามารถแวะไปชมได้ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ -31 มีนาคม 2555 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป เข้าชมฟรี และรายได้จากการขายภาพในงานยังสมทบทุน "ศิลปะคุณาวงศ์" หนุนศิลปินเลือดใหม่ให้เติบโต