
สาวไทยติดคุก ดคียาเสพติดในอิหร่าน
เจ้าหน้าที่กงสุล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เข้าเยี่ยมนักโทษหญิงไทยรายหนึ่งที่เรือนจำแห่งหนึ่งในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน หญิงไทยรายนี้ต้องโทษคดีลักลอบขนยาเสพติด ประเภทยาไอซ์ จำนวน 1.75 กิโลกรัม ขณะนี้ กำลังอยู่ระหว่างรอคำพิพากษาของศาล
เจ้าหน้าที่กงสุลไทยรายงานว่า ติดตามความคืบหน้าของคดีนี้มาตลอด ตั้งแต่หญิงไทยรายนี้ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2554 และจากการพูดคุยทราบว่า ก่อนจะถูกจับกุม หญิงไทยรายนี้ทำงานในร้านเสริมสวยย่านสุขุมวิท ได้รับการทาบทามจากลูกค้าประจำ อ้างว่ามีธุรกิจนำเข้าเครื่องสำอางจากอิหร่าน และเดินทางไปมาระหว่างไทย-อิหร่านทุก 2 เดือน เพื่อนำเครื่องสำอางเข้าไปจำหน่ายที่ประเทศไทย ลูกค้ารายนี้พูดจาหว่านล้อมให้ตนเดินทางไปอิหร่าน เพื่อนำเครื่องสำอางจากอิหร่านกลับมาขายที่ประเทศไทย โดยจะจัดการเรื่องที่พัก ค่าตั๋วเครื่องบิน และยังเสนอค่าจ้างสูงถึง 5 หมื่นบาท ตนจึงตกลง
เมื่อเดินทางถึงอิหร่าน ก็มีชายชาวอิหร่านที่พูดภาษาไทยได้มารับตัวที่สนามบิน และพาไปส่งยังโรงแรมที่พัก จนกระทั่งวันที่จะเดินทางกลับประเทศไทย ชายชาวอิหร่านคนเดิมก็มารับที่โรงแรมพร้อมมอบกระเป๋าเดินทางให้ เพื่อฝากไปให้ลูกค้าร้านเสริมสวยที่เป็นผู้ว่าจ้าง เมื่อเปิดกระเป๋าเพื่อตรวจสอบดู พบว่าในกระเป๋ามีเครื่องสำอางและน้ำหอมวางอยู่ จึงไม่ได้คิดอะไร และชายชาวอิหร่านยังพาตนมาส่งถึงสนามบินด้วย เมื่อกำลังจะเดินทางผ่านออกจากอิหร่านก็ถูกเจ้าหน้าที่สนามบินตรวจ พบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าใบที่รับฝากมา เป็นยาไอซ์น้ำหนัก 1.75 กิโลกรัม
สถานทูตแจ้งด้วยว่า สัสดีเรือนจำอิหร่านได้ให้ความเห็นว่า กรณีหญิงไทยรายนี้ถือว่าร้ายแรงมากเนื่องจากปริมาณของยาเสพติดในครอบครองสูงถึง 1.75 กิโลกรัม ที่ผ่านมาเพียงมียาเสพติดในครอบครอง 300 กรัมก็ถูกศาลตัดสินประหารชีวิตมาแล้ว
ปัจจุบันมีคนไทยกว่า 300 คน ต้องโทษจำคุกในประเทศต่างๆ ทั่วโลกในคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ในจำนวนนี้มีอยู่ 26 คนที่ถูกตัดสินหรือมีแนวโน้มว่าจะถูกตัดสินให้ประหารชีวิต คดีเกี่ยวกับยาเสพติดถือเป็นคดีร้ายแรง หลายประเทศมีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต เช่น อิหร่าน จีน มาเลเซีย เป็นต้น
กรมการกงสุล
กระทรวงการต่างประเทศ



