ไลฟ์สไตล์

สะโพกร่าเริง

สะโพกร่าเริง

22 ก.พ. 2555

เมืองไทยอาจจะมีอัตราของผู้ป่วยโรคข้อกระดูกสะโพกเสื่อมน้อยนิดเมื่อเทียบกับโรคข้อเสื่อมอื่นๆ เพราะมีเพียง 0.8% ของโรคข้อเสื่อมทั้งหมด

 ในขณะที่โรคกระดูกสันหลังและเข่าเสื่อมมีถึง 90% แต่โรคข้อสะโพกเสื่อมจะเจ็บปวดแสนสาหัสที่สุดในจำนวนโรคกระดูกเสื่อมทั้งหมด โรคนี้จะทำให้ขาที่อยู่ด้านที่ข้อสะโพกมีปัญหา สั้นลง หรือเหยียดงอไม่ได้ตามปกติ ขาดความมั่นใจในชีวิต มีผลต่อจิตใจสูง เป็นโรคที่ไม่ควรมองข้าม
ที่มาของโรคข้อสะโพกเสื่อม
 - ความเสื่อมที่มากับอายุ จะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ คือ ค่อยๆ สึก และเสื่อมไปเอง ซึ่งมักพบกับผู้ที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป
 - ความเสื่อมที่ติดตัวมาแต่เกิด เป็นการที่กระดูกไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ เช่น แม่ไม่ได้รับประทานอาหารดีๆ ชอบสูบบุหรี่ และดื่มสุรา ตลอดจนรับประทานยาแก้ปวดเหล่านี้จะไปเบียดเบียนพัฒนาการของลูกทำให้เกิด hip dysplasia หรือเบ้ากระดูกตื้น หรือคอกระดูกข้อสะโพกตั้งขึ้นมากเกินไปจากปกติซึ่งจะประมาณ 45 องศา ทำให้พอโตขึ้นก็เสื่อมเร็ว
 - ความเสื่อมที่มีโรค หรือมีตัวกระตุ้นให้เกิดปัญหา จะเกิดขึ้นเร็ว ไม่เกี่ยวกับอายุ เช่น โรคข้อติดเชื้อ (septic hip) ทำให้มีหนองในข้อสะโพก เกาต์ (gout) และไขข้ออักเสบ (rheumatism) เป็นต้น มะเร็งและเนื้องอก ก็เป็นตัวกระตุ้นแรงที่ทำให้ข้อสะโพกเสื่อมเร็ว เพราะอาหารของผิวกระดูกอ่อนที่อยู่ตามข้อ นํ้าในข้อ ถ้านํ้ากลายเป็นกรดเพราะป่วย กระดูกอ่อนดูดซึมเข้าไปก็จะป่วยตามไปด้วย
 บางครั้งตัวเร่งให้เสื่อมเร็วขึ้น คือ พวกยาสเตียรอยด์ต่างๆ ที่รับประทานเข้าไปโดยไม่รู้ตัว เช่น ยาลูกกลอน และยาแก้ปวด ที่แพทย์ไม่ได้สั่ง จะทำให้เส้นเลือดอุดตัน และข้อสะโพกเริ่มตาย กระดูกจะยุ่ย และทรุดตัวลงไปในที่สุด
 - ความเสื่อมที่มากับอุบัติเหตุ คือ หัก หรือหลุด ทำให้เลือดไปเลี้ยงกระดูกอ่อนไม่เต็มที่ ทำให้ผิวกระดูกบางลง
การรักษา
 เมื่อก่อนนี้การรักษาโรคข้อสะโพกเสื่อมนี้ค่อนข้างน่ากลัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผ่าตัดใหญ่ แผลยาว 10-15 เซนติเมตร พักฟื้นนาน แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีและวิทยาการใหม่ๆ ที่ทำให้รู้สึกดี การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกในปัจจุบัน ไม่ขึ้นอยู่กับอายุ แต่จะขึ้นอยู่กับการมีโรคประจำตัวบางชนิด และความสามารถของร่างกายที่จะทนต่อการผ่าตัดได้หรือไม่ แผลผ่าตัดเล็กแค่ 4.5-5.5 เซนติเมตร เป็นการผ่าตัดแบบ minimally invasive คือ แผลเล็ก เส้นเลือด และเนื้อเยื่อไม่ถูกทำลายมาก ไม่ต้องเจ็บปวดมาก
 ข้อกระดูกเทียมที่นำมาใส่ใหม่ มีหลายแบบ ตั้งแต่ พลาสติกแข็ง เซรามิก ไปจนถึงโลหะ ซึ่งเดี๋ยวนี้เป็นไททาเนียม (Titanium) และ Cobalt-chromium alloy ซึ่งจะเคลือบด้วย hydroxyapatite ที่จะช่วยให้กระดูกยึดติดเองได้ดี  
หลังผ่าตัด
 แม้ว่าการผ่าตัดจะไม่น่ากลัว และคนไข้สามารถเดินปร๋อได้ใน 1-3 วันหลังผ่าตัด แต่ยังไงก็ต้องระวังตัวในช่วง 3 เดือนแรกก่อน ใส่ของใหม่เข้าไปก็ต้องมีการปรับตัวเล็กน้อย แต่ควรระวัง ดังนี้
 - อย่าเผลอตัวหมุนขาเข้าใน หรืองอมากๆ อาจทำให้ข้อที่ใส่ใหม่นี้หลุดได้
 - เวลานอน ให้บิดปลายเท้าออก
 - เวลานอนตะแคง ก็ใช้หมอนหนาๆ 2-3 ใบมาแทรกเป็นหมอนข้าง
 - เดิน นั่ง ทำได้ปกติ
 - 2 อาทิตย์แรก อย่าหักโหม
 หลังผ่าตัด ต้องตรวจสอบกันดูอีกครั้ง ต้องฝึกกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพราะบางคนกว่าจะมาผ่าตัด กล้ามเนื้อก็ลีบเหี่ยวไปมากแล้ว ต้องฝึกกล้ามเนื้อกันใหม่ พบแพทย์หลังผ่าตัดแล้ว 1 เดือน เพื่อตรวจกระดูกกับข้อต่อสะโพกติดกันดีหรือยัง พอครบ 3 เดือน ทุกอย่างก็เข้าสู่สภาพเดิม
รศ.นพ.ประกิต เทียนบุญ
โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ 
โทร. 0-2378 9242, 0-2378-9244