
จิตวิญญาณของ'ศิลปินแห่งชาติ'ยังอยู่
ต่อให้ถูกตัดแขนควักดวงตา จิตวิญญาณของ'ศิลปินแห่งชาติ'ยังอยู่ โดย...ผกามาศ ใจฉลาด
"ต้องทำจนกระทั่งเรารู้จักหัวใจของปูน เหมือนว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เมื่อนั้นผมถึงเรียกตัวเอง ว่าคนปั้นปูน" เป็นเรื่องของชายตาบอดซึ่งมีแขนเพียงข้างเดียว อุปมาดั่งศิลปินที่กลั่นกรองผลงานของมาจากเนื้อแท้ของหัวใจ จึงไม่มีสิ่งใดมาขวางกันหนทางของเขาได้ ต่อให้ถูกตัดเอาแขนหรือควักเอาดวงตาออกไปก็ตาม เพราะจิตวิญญาณของเขาจะยังอยู่ และนั่นก็คือคุณค่าที่แท้จริง"
เป็นเรื่องราวในละครสั้นเรื่อง "คนปั้นปูน" ของ ครูทองร่วง เอมโอษฐ ศิลปินแห่งชาติปี 2544 สาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์-ศิลปะปูนปั้น) ที่จะนำมาแสดงในวันศิลปินแห่งชาติ 24 กุมภาพันธ์ 2555 ไม่เฉพาะช่างทองร่วงจิตวิญญาณเช่นนี้รวมถึงศิลปินแห่งชาติอีก 8 ท่านด้วย เศรษฐา ศิระฉายา ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล-ขับร้อง) เล่าว่า เกือบ 50 ปีมีหลักในการทำงาน คือ แสวงหาความรู้จากสิ่งรอบตัว ทั้งการแสดง ร้องเพลง พิธีกร โดยสิ่งที่ย้ำอยู่เสมอก็คือ การใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง มุ่งมั่นพัฒนาตัวเอง ต้องมีคุณธรรม รวมถึงต้องมี "จิตอาสา" ที่จะช่วยกันดูแลสังคมอย่างจริงใจ
ศิลปินแห่งชาตินักเขียนชื่อดัง ประภัสสร เสวิกุล บอกว่า การเป็นนักเขียนนั้นไม่ยาก 1.คงไว้ซึ่งรากทางวัฒนธรรมไทย 2.อ้างอิงตามกระแสของโลก 3.อ้างอิงตามกระแสของสังคมไทย ที่ผ่านมาเห็นว่าหน่วยงาน อาทิ กระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ทำหน้าที่กระตุ้นนักเขียนรุ่นใหม่มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นักเขียนไทยกับต่างประเทศ แปลวรรณกรรมไทยเป็นภาษาต่างประเทศ จัดค่ายนักเขียนรุ่นใหม่ แต่เมื่อมี "นักเขียน" ไม่มี "นักอ่าน" คงไปไม่รอด จึงอยากจะเห็นการส่งเสริมนักอ่านเป็นวาระแห่งชาติอย่างเป็นรูปธรรมมากกว่านี้
รัจนา พวงประยงค์ ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย-ละคร) กล่าวว่า นาฏศิลป์ไทยจะพัฒนาไปได้ มีผู้สืบทอดยังไม่พอ จะต้องมีผู้คิดค้น ประดิษฐ์ท่ารำใหม่ๆ หลากหลาย "ไม่ย่ำอยู่กับที่" แต่ต้องคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ความเป็นไทย เพื่อให้เข้ากับยุคสมัย ถูกใจชาวต่างชาติ คนรุ่นใหม่ เช่น การแสดงโขน 1 ชม. นานเกินไปคนดูจะเบื่อ ควรปรับให้เหลือสัก 5-10 นาที แล้วก็มีการ "ยกรบ" กันเลย คนดูจะตื่นเต้น ตระการตา มองว่างานนาฏศิลป์นั้นเป็นมากกว่าท่ารำ สามารถสร้างความสัมพันธ์ต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในอาเซียน เพราะเรามีรากฐานวัฒนธรรมคล้ายคลึงกัน นาฏศิลป์ไม่ใช่ของใคร แต่เป็นของพวกเราทุกคน ผู้นำที่ฉลาดจะต้องไม่ลืมนาฏศิลป์ไทย
สุดท้ายศิลปินนามอุโฆษ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ถ่ายทอดจิตวิญญาณผ่านตัวหนังสือว่า "ผมเกิดมาพร้อมกับแรงปรารถนาที่จะเป็นคนวาดรูปไปจนตาย ไม่เคยคิดจะทำอาชีพอื่น หรือหวังเกียรติยศและความร่ำรวย เงินทองลาภยศสรรเสริญที่ผมได้มาไม่มีค่าเท่ากับความสุขที่ผมได้รับจากการสร้างงานศิลปะมอบให้เป็นสมบัติแก่ประเทศชาติของผม"
สำหรับการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติ ปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม บอกว่า เป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคล ผู้สร้างสรรค์งานศิลปะที่ทรงคุณค่ามาด้วยระยะเวลายาวนาน การศึกษา ค้นคว้าผลงานศิลปะของศิลปินที่สร้างสรรค์จากอดีตจนถึงปัจจุบันให้ปรากฏแน่ชัดว่า มีคุณูปการยิ่งต่อแผ่นดิน นับตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันมีศิลปินแห่งชาติที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติมาแล้วทั้งสิ้น 221 คน เสียชีวิตไปแล้ว 92 คน ปัจจุบันมีชีวิตอยู่ 129 คน
ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นางสุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นำศิลปินแห่งชาติ พ.ศ.2554 จำนวน 9 คน เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แทนพระองค์ เพื่อรับพระราชทานเข็มและโล่เชิดชูเกียรติ ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต และในช่วงเย็นจะมีงานเชิดชูเกียรติ "ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ.2554" ณ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ ซอยรางน้ำ กรุงเทพฯ
โดยจะมีนิทรรศการเทิดพระเกียรติ "อัครศิลปิน" พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยพระองค์ทรงเป็นเอตทัคคะในศิลปะหลายสาขา เป็นต้นว่า ดุริยางคศิลป์ ทัศนศิลป์ และนฤมิตศิลป์ และนิทรรศการเทิดพระเกียรติ "วิศิษฏศิลปิน"สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระองค์ทรงทะนุบำรุง, ส่งเสริมและฟื้นคืนชีวิตแด่ศิลปวัฒนธรรมไทยทุกแขนงให้ยืนยาวถาวรมาได้จนถึงปัจจุบัน
..............................
(ต่อให้ถูกตัดแขนควักดวงตา จิตวิญญาณของ'ศิลปินแห่งชาติ'ยังอยู่ โดย...ผกามาศ ใจฉลาด )



