
'อำนวย'ยื่นฟ้อง'สุชาติ'21ก.พ.นี้
ประธานชมรมค่านิยมเพื่อสร้างชาติ เตรียมยื่นฟ้อง 'สุชาติ' พร้อมเลขา กพฐ. วันที่ 21 ก.พ.นี้ ข้อหาเปิดช่องร.ร.มีโควตารับเด็กบริจาคเงิน บวกโควต้าลูกครู
20 ก.พ.55 นายอำนวย สุนทรโชติ ประธานชมรมค่านิยมเพื่อสร้างชาติ กล่าวว่าจากที่เคยทำหนังสือไปถึง ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ให้ทบทวนนโยบายสนับสนุนให้โรงเรียนขอรับบริจาคเงินผู้ปกครอง พร้อมเปิดห้องพิเศษให้ลูกผู้มีอุปการคุณ โดยในวันที่ 21 ก.พ.นี้ จะไปยื่นฟ้องศาลปกครอง โดยจะฟ้องทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในข้อหาที่ศ.ดร.สุชาติได้ให้นโยบายในวันแถลงนโยบายการรับนักเรียนประจำปี 2555 ให้โรงเรียนสามารถที่จะรับบริจาคเงินโดยแลกกับการได้เข้าเรียนหรือแลกกับที่นั่งเรียนของนักเรียนได้ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผิดหลักคุณธรรมและละเมิดรัฐธรรมนูญมาตรา 30 เพราะเป็นการเลือกปฏิบัติต่อคนโดยใช้ฐานะทางเศรษฐกิจเป็นตัวตั้ง
“ตามระเบียบการรับนักเรียนปี 2555 ยังระบุว่า นักเรียนที่เป็นบุตรข้าราชการครูและบุคลากรของโรงเรียนมีสิทธิเข้าเรียนได้เลย ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ถือเป็นการเลือกปฏิบัติ เพราะลูกของครูและบุคลากรของโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูงควรมีสิทธิเท่ากับลูกครูและบุคลากรของโรงเรียนอื่นๆ และควรมีสิทธิเท่ากับลูกของประชาชนอาชีพอื่นๆด้วย” นายอำนวย กล่าว
นายอำนวย กล่าวเพิ่ต่อว่า การที่เด็กเป็นลูกของครูที่สอนอยู่ที่โรงเรียนดังๆนั้นย่อมได้เปรียบนักเรียนคนอื่นๆอยู่แล้ว เพราะเด็กสามารถรู้แนวข้อสอบได้ดีกว่าลูกคนอื่นๆที่ไม่ใช่ครูโรงเรียนนั้น และการเป็นลูกครูก็ย่อมได้รับการสอนเป็นพิเศษจากพ่อแม่ที่เป็นครูอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้อภิสิทธิ์ช่องทางอื่นๆอีก และโดยข้อเท็จจริง ปัจจุบันลูกครูส่วนมากจะเรียนเก่งอยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องให้อภิสิทธิ์ให้เป็นรอยด่างกับครูและลูกครูโรงเรียนดังๆ นอกจากนี้ระเบียบการรับนักเรียนยังสามารถให้นักเรียนที่อยู่ในอุปการคุณของผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับโรงเรียนอย่างต่อเนื่องสามารถได้สิทธิเข้าเรียนได้เลย สิ่งนี้ตนเห็นว่าเป็นการขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 30 เช่นกัน และเป็นการส่งเสริมแป๊ะเจี๊ยะอีกรูปแบบหนึ่ง แต่เป็นแป๊ะเจี๊ยะที่ผู้ปกครองต้องวางแผนการจ่ายล่วงหน้านาน 3 -4 ปีขึ้นไป เหมือนเป็นการผ่อนจ่ายล่วงหน้านั่นเอง ดังนั้นเมื่อผู้ปกครองเริ่มตั้งครรภ์ก็จะเตรียมวางแผนหาที่เรียนให้กับลูกและเมื่อกฎเป็นเช่นนี้ผู้ปกครองก็จะทยอยบริจาคเงินล่วงหน้าให้กับโรงเรียน
“ ระเบียบข้อนี้ยังหมายความรวมถึง เด็กที่อยู่ภายใต้อุปการคุณของผู้มีบารมีด้วย ซึ่งจะทำให้ผู้กว้างขวางที่ต้องบริจาคเงินเพื่อรักษาบารมีไว้ทุกๆปีจะได้สิทธิฝากใครก็ได้เข้าเรียนโดยอ้างว่าเป็นเด็กในอุปการคุณ และเมื่อไม่จำกัดจำนวนก็จะทำให้การฝากเด็กในช่องทางนี้มีจำนวนมากจนควบคุมไม่ได้ ดังนั้น ผมต้องรีบฟ้อง เพราะตอนนี้อยู่ในช่วงรับนักเรียนปีการศึกษา 2555 ซึ่งโรงเรียนดังๆยังไม่มีการประกาศระเบียบการรับนักเรียนเลยแม้แต่โรงเรียนเดียว ซึ่งผมเชื่อว่า โรงเรียนดังต่างๆ ยังสับสนกับนโยบายของนายสุชาติ และไม้กล้าที่จะประกาศ เพราะถ้าประกาศเมื่อใดก็คือผิดกฎหมายเมื่อนั้น เพื่อที่จะหยุดปัญหาผมจึงจะไปยื่นฟ้องศาลปกครองกลาง ในวันพรุ่งนี้เพื่อขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินและกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวด้วย” นายอำนวยกล่าว



