ไลฟ์สไตล์

เจรจาก่อนฟ้อง

เจรจาก่อนฟ้อง

15 ก.พ. 2555

ผมมีปัญหาเกี่ยวกับที่ดินอยากขอคำแนะนำครับ คือว่ามีที่ดินอยู่ประมาณ 10 ไร่ ที่ต่างจังหวัด แต่ตัวผมกับภรรยาไม่ได้อาศัยอยู่ เพราะเป็นสมบัติที่แม่ทิ้งไว้ให้ เห็นว่าไม่ได้ทำประโยชน์อะไร เมื่ออามาขอให้เพื่ออาศัยอยู่ โดยการขอปลูกบ้าน ซึ่งขณะนั้นผมเห็นว่า อามีปั

 หลังจากนั้น อาก็เริ่มปลูกผลไม้ จนกลายเป็นสวน รวมเวลาที่อยู่อาศัยมาก็ประมาณเกือบ 12 ปีครับ แต่เนื่องจากขณะนี้ ผมเองก็มีปัญหาด้านธุรกิจ จึงอยากจะขายที่ดินแปลงดังกล่าว พอดีเป็นช่วงจังหวะที่มีคนมาติดต่อขอซื้อพอดี ก็เลยกลับไปบอกอาว่า ให้อาหาทางขยับขยาย เพราะผมจะขายที่ดินผืนนั้นแล้ว ปรากฏว่าอาสะใภ้บอกว่า ไม่ยอมออก เพราะลงทุนกับสวน และการปลูกบ้านไปมากแล้ว ดังนั้น ถ้าจะให้ออกผมต้องจ่ายค่ารื้อถอนให้
 ผมแปลกใจว่า เขามีสิทธิเรียกร้องอย่างนี้ เพราะที่ดินเป็นสมบัติของแม่ผม ที่ให้อยู่เพราะเป็นว่าเดือดร้อน แต่พอจะเอาคืนทำไมเขาไม่ยอมออกไป ถ้าเขาไม่ยอมออกไปจริงๆ ผมต้องจ่ายเงินค่ารื้อถอนไหมครับ หรือควรจะทำอย่างไรดี
 สมภพ
 ตอบ
 ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา  อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำว่า เรื่องนี้ต้องกลับไปดูตั้งแต่เริ่มแรกที่คุณให้อาเข้าไปอยู่ ได้มีการทำสัญญาเช่า มีการทำหลักฐานเป็นลายลักษ์อักษรไว้หรือไม่ เพราะถ้ามีสัญญาพวกนี้คุณก็ต้องให้อยู่จนครบกำหนดที่ให้เช่า หรือให้อาศัยอยู่ และยังพ่วงไปถึงเรื่องการปลูกสร้าง หรือทำสวนด้วย เพราะ ถ้ามีสัญญาตัวนี้อยู่ก็จะมีกฎหมายออกมารองรับในเรื่องการให้เช่าทำสวน ซึ้งตรงนี้คุณต้องจ่ายค่าเสียหาย หากจะให้อาออกจากพื้นที่โดยที่ยังไม่ครบกำหนดสัญญา
 แต่ถ้าไม่ได้ทำสัญญาอะไรเลย เป็นการให้อยู่อาศัยเพราะเป็นญาติกัน กรณีอย่างนี้ ก็สามารถบอกให้ออกได้เลย ส่วนเรื่องค่าเสียหาย หรือค่ารื้อถอนนั้นไม่ได้มีผลทางกฎหมายรองรับ แต่เป็นเรื่องของความเห็นใจกัน เพราะถ้ามีการให้เงินเพื่อเป็นการรื้อถอน ซึ่งเป็นการเจรจาตกลงกันได้ ก็จะง่ายกว่าการที่ต้องไปฟ้องร้องเพื่อขับไล่ให้อาออกไปจากที่ดินของคุณ
 เนื่องจากถ้าตกลงกันไม่ได้ แล้วอาก็ไม่ยอมออกไปจากที่ดินของคุณ คุณก็ต้งฟ้องขับไล่ ซึ่งจะทำให้เสียเวลาเพิ่มขึ้นไปอีก ดังนั้น การเจรจากันและอาจจะช่วยค่ารื้อถอนบ้าง ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่าไปฟ้องร้องกันเอง
 ลุงแจ่ม