
จับตาเครือข่ายกลุ่มเมฆ
ผู้อ่านอาจเคยได้ยินคำว่า กริด คอมพิวติ้ง หรือการประมวลผลแบบกลุ่มมาบ้างแล้ว และหลายสถาบันการศึกษาและกลุ่มวิจัยได้นำคอมพิวเตอร์หลายเครื่องมาเชื่อมต่อกัน เพื่อระดมความสามารถด้านการประมวลผลของคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องมาช่วยคำนวณข้อมูลที่ต้องการพลังคำนวณมหาศา
พูดกันภาษาชาวบ้านก็ต้องเรียกว่า ระดมคอมพิวเตอร์มาร่วม “ลงแขก” ข้อมูล
หมายความว่า การประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ ถ้าใช้คอมพิวเตอร์เครื่องเดียวอาจต้องรอมันคำนวณเป็นปี แต่ถ้าเอาคอมพิวเตอร์หลายเครื่องมาต่อกัน แล้วส่งข้อมูลกระจายให้แต่ละเครื่องช่วยกันบวกลบคูณหาร เผลอๆ วันเดียวเสร็จ ไม่ต้องเสียเงินซื้อ “ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ราคาหลายร้อยล้าน”
มีอีกเทคโนโลยีหนึ่งที่คล้ายกัน แต่ไม่เหมือนเสียทีเดียวนัก และเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เรียกว่า คลาวด์ คอมพิวติ้ง (cloud computing) บางคนเรียกขานอย่างตรงตัวว่า การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ ฟังแล้วอาจจะงงว่าทำไมต้องเป็นก้อนเมฆ คงต้องขอความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมาอธิบาย
ในความเห็นของ ดร.ศรเทพ วรรณรัตน์ นักวิจัยฝ่ายวิจัยและพัฒนาคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง จากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ยอมรับว่า การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาในระยะเวลาช่วงใกล้เคียงกับการประมวลผลแบบ กริด คอมพิวติ้ง ใกล้เคียงกัน จนบางครั้งอาจเกิดการสับสน คิดว่าคลาวด์คือ ภาค 2 ของกริด
“ความจริงแล้ว มันพัฒนามาพร้อมกัน แต่ทิศทางต่างกัน เทคโนโลยีประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ หรือ คลาวด์ คอมพิวติ้ง ทำงานในรูปแบบของจ้างผลิต หมายถึง ส่งงานต่อให้คนอื่นทำ แต่กริด คอมพิวติ้งเน้นใช้ทรัพยากรร่วมกัน ถึงจะเดินต่างทิศต่างทางกัน แต่ก็เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเสริมกันและกัน”
จุดเริ่มต้นของการพัฒนาเทคโนโลยีประมวลผลแบบกลุ่มเมฆแม้จะยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัด แต่ที่เห็นได้ชัดเจนคือการพัฒนาเทคโนโลยีของเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ยักษ์ใหญ่ของอเมริกา อย่าง อะเมซอนดอทคอม ที่เริ่มต้นพัฒนาเทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูลเป็นของตัวเองอย่างจริงจังในรูปแบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง เพียงแต่ใช้ชื่อเรียกเฉพาะตัวว่า เอส 3 สตอร์เรจ
"เอส 3 ของอะเมซอนออกแบบมาเพื่อเก็บข้อมูลธุรกิจ ที่ทำผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยอาศัยการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ ถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ" นักวิจัยเนคเทค กล่าว
ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเครือข่ายมองว่า สำหรับประเทศในแถบเอเชีย คลาวด์ คอมพิวติ้ง ยังถือเป็นเรื่องใหม่ แต่มีความน่าสนใจ เนื่องจากเป็นการใช้ทรัพยากรไอทีอย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญยังช่วยลดการใช้พลังงานจากเครื่องคอมพิวเตอร์
ในแง่ของธุรกิจไอทีระบบนี้สามารถช่วยลดต้นทุนและแบกรับความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะงานที่ทำบนเครือข่าย ซึ่งสามารถใช้สมรรถนะของคอมพิวเตอร์ประมวลผลจากบริษัทที่ให้บริการ
เขายกตัวอย่างบริษัทที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นทำธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ ที่ต้องลงทุนติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ค่าย จากนั้นค่อยขยายการลงทุนเพิ่มขึ้นในอนาคต ในขณะที่ระบบประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ เน้นการใช้สมรรถนะของระบบคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการร่วมกัน โดยมีความยืดหยุ่น และลดความเสี่ยงด้านการลงทุนได้มากกว่า ทั้งยังสามารถปรับใช้ให้เหมาะสมกับการใช้งานการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ รองรับการใช้งานในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง เช่น ประกาศผลสอบเอนทรานซ์ เป็นต้น
แนวโน้มการพัฒนาระบบเครือข่ายในอนาคตกำลังจะเปลี่ยนไป โดยสอดรับธุรกิจไอทีในรูปแบบการให้บริการออนไลน์มากขึ้น ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนที่สุดคือ การบริการไฟล์เอกสารออนไลน์ของ "กูเกิล ด็อค" (Google Doc) ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องซื้อโปรแกรมเอกสารอย่างไมโครซอฟต์ เวิร์ด แต่สามารถเข้าไปที่ กูเกิล ด็อค แล้วพิมพ์งานเอกสารได้เลย รวมถึงสามารถเข้าอินเทอร์เน็ตจากคอมพิวเตอร์เครื่องไหนก็ได้ เพื่อเรียกงานเอกสารมาดู นอกจากนี้ยังเปิด “สิทธิ์” ให้คนอื่นเข้ามาดูเอกสารหรือแก้ไขได้ด้วย หมายความว่า ทุกคนสามารถเข้าถึงเอกสารดังกล่าวจากที่ไหนก็ได้ที่สามารถเข้าเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้
แน่นอนว่า เนคเทคเฝ้าตามเทคโนโลยีใหม่อย่างใกล้ชิด รวมถึงทดสอบการใช้งานเบื้องต้นในขั้นตอนการวิจัย เพื่อดูว่าจะสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนี้ให้เหมาะสมกับประเทศไทยได้อย่างไร
จุฑารัตน์ ทิพย์นำภา



