ไลฟ์สไตล์

โอ๊ย!...ปวดศีรษะ

โอ๊ย!...ปวดศีรษะ

14 ก.พ. 2555

อาการปวดศีรษะ มีลักษณะอาการแตกต่างกันออกไป แนวทางการรักษาจำแนกออกได้หลายส่วน ทั้งการรักษาด้วยยา การผ่าตัด และการรักษาโดยไม่ใช้ยา แพทย์จะพิจารณาจากสาเหตุของการเกิดโรคและความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละรายเป็นสำคัญ

 สำหรับสาเหตุของการปวดศีรษะที่เกี่ยวกับสมอง และระบบประสาท สามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
 1.การปวดศีรษะที่มีสาเหตุจากในสมอง เช่น เนื้องอกในสมอง เลือดออกในสมอง
 2.การปวดศีรษะแบบไม่พบสาเหตุชัดเจน โดยโรคที่พบบ่อย ได้แก่ ไมเกรน การปวดหัวจากกล้ามเนื้อเกร็งตัว
 ไมเกรน คือ โรคของระบบการรับความรู้สึกของเส้นเลือดไวผิดปกติ ส่งผลให้เกิดอาการปวดศีรษะตุ๊บๆ ด้านใดด้านหนึ่ง ไมเกรนมีอาการเฉพาะตัวคือ ปวดตุ๊บๆ ปวดรุนแรง ปวดติดต่อกัน 4-72 ชม. ปวดข้างเดียว หรือย้ายข้างไปมา หรือย้ายตำแหน่ง เป็นๆ หายๆ ซึ่งไมเกรนจะมีความสัมพันธ์กับสิ่งกระตุ้น เช่น รอบเดือน อาหารบางชนิด และอาจมีสัญญาณนำที่เรียกว่า "ออร่า"
 การปวดหัวจากกล้ามเนื้อเกร็งตัว (Tension-type headache) จะมีอาการปวดเป็นประจำ ปวดตื้อๆ หนักๆ ที่ขมับ หน้าผาก ทั่วศีรษะ ปวดช่วงที่อากาศร้อน บ่ายๆ เย็นๆ หลังจากทำงานมานานๆ สาเหตุของโรคเกิดจากการใช้สายตามาก นั่งทำงานนานๆ เครียด การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ
แนวทางการรักษา
 เมื่อตรวจวินิจฉัยและทราบสาเหตุของการปวดศีรษะแล้ว แพทย์จะพิจารณารักษาตามอาการ และสำหรับการรักษาการปวดศีรษะแบบไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน สามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ การรักษาทางยา และการรักษาโดยไม่ใช้ยา มีดังนี้
 - การทำกายภาพบำบัด การนวด การยืดกล้ามเนื้อ กรณีผู้ที่มีอาการปวดศีรษะร่วมกับปวดคอ เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณต้นคอมีการคลายตัว จะส่งผลให้เลือดที่ไปเลี้ยงสมองไหลเวียนได้ดีขึ้น ด้วยเครื่องมือทางกายภาพบำบัดส่วนใหญ่ จะเป็นเครื่องที่ให้ความร้อน เช่น การประคบแผ่นร้อน การนวดด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์ การนวดด้วยมือตามตำแหน่งที่มีการเกร็งของกล้ามเนื้อ และวิธีการนวดกดจุด ซึ่งเป็นแพทย์ทางเลือก โดยอาศัยหลักการนวดซึ่งเป็นทฤษฎีทางกายภาพบำบัดผสมผสานกับหลักการนวดกดจุดแบบแพทย์แผนไทย มาประยุกต์ใช้เพื่อการบรรเทาอาการปวด
 - การทำจิตบำบัด และการทำโปรแกรมจิตใต้สำนึกใหม่ จะรักษากับผู้ที่มีอาการปวดศีรษะที่แพทย์สมอง และระบบประสาทให้ข้อสรุปว่า อาการปวดไม่ได้เกิดจากปัญหาทางกายภาพด้านสมอง แต่อาจมีสาเหตุจากปัญหาความเครียดด้านจิตใจ โดยจะแยกการรักษาออกเป็น 2 ส่วน คือ การรักษาระดับจิตรู้สำนึก Counseling ด้วยวิธีจิตบำบัดกับผู้ที่ปัญหาความเครียดที่สามารถระบุได้ชัดเจน เช่น มีปัญหาครอบครัว และการรักษาระดับจิตใต้สำนึก กรณีของผู้ที่มีอารมณ์ความรู้สึกที่ฝังใจสะสมอยู่ และส่งผลให้เกิดความเครียดในปัจจุบัน ด้วยวิธีโปรแกรมจิตใต้สำนึกใหม่ (Neuro-Linguistic Programming : NLP) เพื่อเป็นการเคลียร์ ล้างความรู้สึกในด้านลบ และโปรแกรมจิตใต้สำนึกใหม่ด้วยความคิดในด้านบวก สำหรับการรักษาทั้งสองวิธีในปัจจุบันได้นำ ดนตรีบำบัดเข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาด้วยการฟังเพลง ซึ่งสะดวกกับผู้ป่วย และยังสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา โดยไม่ต้องใช้เครื่องดนตรีอีกด้วย
 - การฝังเข็ม
 - การดูแลตนเอง สามารถทำได้โดยการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น การหาช่องทางบริหาร และจัดการกับความเครียดด้วยตนเอง ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย ปล่อยวาง นอนหลับให้สนิท หลีกเลี่ยงปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นทำให้ปวดศีรษะ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
พญ.พิมพ์วิมล จันทร์แสง
โรงพยาบาลพญาไท 2
โทร.1772