
เปิดวิสัยทัศน์'ผศ.ดร.ไพโรจน์ เบาใจ'
การศึกษา : คอลัมน์ เปิดวิสัยทัศน์ ผศ.ดร.ไพโรจน์ เบาใจ - แนะปั้นครูสอนดี ... ต้องเก่งทั้งศาสตร์-ศิลป์ : โดย ... กมลทิพย์ ใบเงิน
ความไม่ชัดเจนในแนวนโยบายการผลิตครูพันธุ์ใหม่ของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ภายใต้ความรับผิดชอบของ "ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กำลังถูกสังคมตั้งคำถามว่า "ทิศทาง" และ "อนาคต" ของการผลิตครูจะเป็นอย่างไรนั้น คงต้องติดตาม!! แต่ในทัศนะของ "ผศ.ดร.ไพโรจน์ เบาใจ" ผู้เชี่ยวชาญพิเศษเทคโนโลยีทางการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา ประธานหลักสูตรครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีการสื่อสารและการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม และในฐานะที่เป็น "ครูของครู" มากว่า 30 ปี กลับเห็นว่า การผลิตครูสอนดีนั้น มีแค่พันธุ์เดียวคือ ต้องเก่งทั้งศาสตร์และศิลป์ ต้องผ่านสนามการสอนจริงมาทุกระดับการศึกษา ก่อนจะเป็น "ครูประจำการ"
"การจะผลิตครูดีต้องดูตั้งแต่ in put ต้องดี out put ถึงจะดีตามไปด้วย เพราะครูสอนดีมีแค่พันธุ์เดียว ที่มีความเก่งทั้งศาสตร์และศิลป์อยู่ในตัวคุณครู ส่วนครูที่ไม่ดีไม่เรียกว่าครู แต่เรียกว่า "รับจ้างเป็นครู" เพราะถ้าเป็นครูต้องเป็นครูมืออาชีพ ไม่เรียกว่าครูพันธุ์ใหม่ หรือครูพันธุ์เก่า เพราะครูมีแค่พันธุ์เดียวคือครูสอนดีและเป็นมืออาชีพเท่านั้น"
"in put" ในการผลิตครูในอดีตเมื่อเปรียบเทียบกับ "in put" การผลิตครูในปัจจุบัน ต้องยอมรับว่าแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะเส้นทางการผลิตครูคุณภาพได้ครูสอนดีสอนเก่งในอดีตนั้น มีกระบวนการสอบคัดเลือกคนที่จะมาเรียนวิชาชีพครู ในคณะครุศาสตร์ หรือคณะศึกษาศาสตร์นั้น ต้องเป็นคนเก่งระดับท็อปของแต่ละจังหวัด ผ่านขั้นตอนการทดสอบมาอย่างเข้มข้น ทั้งสอบข้อเขียนที่ยาก "สุดหินโหด" ต้องสอบสัมภาษณ์ท่ามกลางสายตาปรมาจารย์ขั้นเทพเต็มห้อง ที่คอยรุมซักถาม เพื่อทดสอบปฏิภาณไหวพริบว่าที่ "นักศึกษาครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์" หรือ "ว่าที่คุณครู" ในอนาคต
วิทยาลัยครูบ้านสมเด็จ (มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา) เลื่องชื่อในการเป็น "ต้นแบบ" ของการผลิตครูมืออาชีพในยุค 50 ปีก่อน ดังนั้นหากมีลูกหลานในหมู่บ้านคนไหนสอบติดครูบ้านสมเด็จ พ่อแม่ญาติพี่น้องต่างดีใจ เตรียมจัดงานเลี้ยงฉลองทันที
"เมื่อได้คนเก่งมาเรียนครู นักศึกษาครูจะใช้ชีวิตอยู่หอพัก อยู่ในสายตาครูพี่เลี้ยงตลอดเวลา เพราะครูพี่เลี้ยงจะใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่กับนักศึกษาครู เพื่อทำหน้าที่คอยอบรมสั่งสอนความเป็นครูตั้งแต่การปลุกจิตสำนึกความเป็นครู จรรยาบรรณวิชาชีพครู ครูดีต้องรักลูกศิษย์เสมือนลูก มีความเมตตาต่อศิษย์ ด้านภายนอกการแต่งกายต้องเรียบร้อย กิริยามารยาทงดงาม การวางตัวเมื่อออกงานสังคมเหมาะสม"
ขณะเดียวกัน วิชาสามัญ ต้อง "แข็ง" วิธีการสอน ต้อง "แข็ง" มีความเก่งในวิชาความรู้ที่เล่าเรียนมา ควบคู่กับการมีศาสตร์และศิลปะในการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ "ลูกศิษย์" ให้เกิดความเชี่ยวชาญชำนาญเป็นพิเศษ เมื่อนักศึกษาเรียนอยู่ชั้นปีที่สุดท้าย ต้อง "ฝึกสอน"
"กว่าจะเป็นครูประจำการ นักศึกษาครูต้องผ่านการฝึกสอนมาอย่างเชี่ยวชาญ ไล่เรียงมาตั้งแต่สอนระดับอนุบาล สอนระดับประถมศึกษา สอนระดับมัธยมศึกษา เพราะเด็กในแต่ละช่วงชั้นจะมีความยากง่ายในการถ่ายทอดความรู้แตกต่างกัน ดังนั้นครูที่ผ่านการสอนนักเรียนมาทุกระดับชั้นจะเป็นครูที่เก่งมากกว่าครูที่ไม่ผ่านการสอนมาก่อน หรือที่เรียกว่า สอนแห้ง ประเภทเก่งแต่ทฤษฎี เมื่อให้สอนหนังสือกลับสอบตก นักเรียนที่เรียนกับครูประเภทหลังนี้เหมือนตกนรกทั้งเป็น เพราะเรียนไม่รู้เรื่อง ในที่สุดเด็กก็มีทัศนคติที่ไม่ดีต่อครูและวิชาที่ครูสอนไปอย่างน่าเสียดายโอกาส"
----------
(หมายเหตุ : การศึกษา : คอลัมน์ เปิดวิสัยทัศน์ ผศ.ดร.ไพโรจน์ เบาใจ - แนะปั้นครูสอนดี ... ต้องเก่งทั้งศาสตร์-ศิลป์ : โดย ... กมลทิพย์ ใบเงิน)
----------



