
ต้นกล้าสีขาว'ทุนทางปัญญา'
ต้นกล้าสีขาว'ทุนทางปัญญา' ปั้นเยาวชนตามรอยพระราชดำริ โดย...พิมพ์ชนก ศรเพชร
"หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สอนให้รู้จักพอประมาณ พอใจ พอเพียง รู้จักสร้างภูมิคุ้มกัน คำนึงถึงการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน รู้จักการประมาณตน ไม่ทำอะไรจนเกินตัว เมื่อนิสิต นักศึกษา นำหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ ทำให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข มีความเจริญก้าวหน้าในอนาคต" ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานกรรมการบรรษัทภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม บมจ.ธนาคารกรุงไทย กล่าว
ดังนั้นโครงการ "กรุงไทยต้นกล้าสีขาว เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554" จึงที่น้อมนำพระราชดำริหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นแนวทางในการจัดทำโครงการ สร้างทุนทางปัญญาที่เป็นการให้ที่ยั่งยืน เป็นแนวทางในการปลูกฝังนิสิต นักศึกษา ให้เข้าใจและใช้ชีวิตอยู่บนหลัก "เศรษฐกิจพอเพียง"
เปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาทั้ง 34 ทีม จากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเสนอโครงการมาให้ธนาคารกรุงไทยคัดเลือก กลุ่มที่ผ่านการคัดเลือกจะได้ลงพื้นที่จริง นำความรู้ไปเผยแพร่ให้แก่ชาวบ้านในชุมชน จากนั้นนำผลงานผลิตภัณฑ์ มาแสดงนิทรรศการ นำเสนอโปสเตอร์ผู้ที่ได้รางวัลที่ 1 ได้รับถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และไปศึกษาดูงานต่างประเทศ ดูงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมทุนการศึกษารวมมูลค่ากว่า 1,550,000 บาท
"น้องปุ๋ย" วิไลลักษณ์ ยืนยง นักศึกษาปี 4 คณะศิลปศาสตร์และวิทยาการจัดการ สาขาการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ สกลนคร หนึ่งในทีม Believe In Success เล่าว่า โครงการนี้ทำให้สามารถนำความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาพัฒนาต่อยอดให้แก่ชุมชนได้อย่างแท้จริง อย่างชุมชนเชียงเครือ ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัย มีกลุ่มทำเครื่องปั้นดินเผามานานแล้ว จากการลงพื้นที่ทำให้ตนและเพื่อนๆ พบว่า มีเศษดินเผากองทิ้งไว้เป็นจำนวนมาก จึงคิดวิธีนำเศษดินเผาเหล่านั้นมาทำให้เกิดประโยชน์ เกิดเป็นโครงการ "ดินสร้างงาน งานสร้างเงิน เงินสร้างอนาคต"
"ภูมิใจมากที่ทำให้ชุมชนมีแนวทางใหม่ๆ ในการประกอบอาชีพตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมให้เยาวชนหันมาสนใจและเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยอนุรักษ์ให้ผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาเป็นภูมิปัญญาอยู่คู่กับชุมชนเชียงเครือ" น้องปุ๋ยกล่าว
เศษเครื่องปั้นดินเผายังมาสนอให้ชาวบ้านทำ "ถ่านอัดแท่ง" ได้ด้วย โดยการนำเศษดินเผาบดละเอียดผสมกับแป้งเปียก อัดใส่ท่อพีวีซีให้แน่น พอแห้งใช้ไม้ดันออกมา ใช้งานได้ดีเพราะ มีควันน้อย ไม่แตกเวลาเผาไหม้ ไม่มีกลิ่น ไม่ต้องซื้อถ่านมาเผาเครื่องปั้นดินเผา นอกจากนี้ เศษดินเผาที่แตกสามารถนำมาทำเป็นแผ่นทางเดินในสวนได้อีกด้วย ทำให้เกิดคุณค่าสูงสุด ถือเป็นการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
ไม่ต่างจาก "มหัศจรรย์ลำไย" อีกหนึ่งในโครงการของทีมรักกัน จากคณะบริหารธุรกิจ เอกการจัดการทั่วไป มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โครงการที่นำเปลือกลำไยไร้ประโยชน์มาเป็นหนึ่งในส่วนผสมไล่ยุงและแมลงอย่างได้ผล "น้องหยิง" อรุณสวัสดิ์ ธรรมษา หนึ่งในสมาชิกทีมรักกัน เล่าว่า ภาคเหนือมีลำไยเยอะ โดยเฉพาะที่ จ.ลำพูน จึง ต่อยอดผลงานของโรงเรียนอุโมงค์วิทยาคม จ.ลำพูน ที่ทำยากันยุงและผลิตภัณฑ์เปลือกลำไยด้วยการเพิ่มกลิ่น สี รูปแบบผลิตภัณฑ์ การบรรจุภัณฑ์ และโลโก้ ให้น่าสนใจมากขึ้น รูปลักษณ์ สวยงาม
โดยเฉพาะลำไยไล่ยุงประกอบไปด้วย ผงลำไยบด ผงไกซ์ มีสรรพคุณเหมือนกาว ทำให้ปั้นเป็นรูปร่างได้ ผงจันทน์ขาวหรือว่าผงธูป มีสรรพคุณไล่แมลง ไล่ยุง อาจจะใส่ผงตะไคร้บด ผงมะลิบด เพื่อให้มีกลิ่นหอม ผสมกับน้ำเปล่าแล้วปั้นเป็นรูปต่างๆ ตากแดดเป็นเวลา 3 วัน หรือจนกว่าจะแห้งสนิทเพื่อป้องกันการขึ้นราและจุดไม่ติด
"ลงพื้นที่จริง เพื่อนำความรู้ไปเผยแพร่ให้แก่ชาวบ้านในชุมชน ได้รับความสนใจมาก ชาวบ้านในชุมชนอยากให้กลับไปสอนอีก เวลาว่างจากการทำสวนลำไย จะได้นำมาทำเป็นอาชีพเสริม ชาวบ้านนำผลผลิตแปรรูปลำไยอย่างเช่น ทาร์ตลำไย น้ำผึ้งดอกลำไย เป็นสินค้าจำหน่ายทำให้เกิดรายได้อีกด้วยภูมิใจมาก ได้ทั้งประสบการณ์จริงจากการลงพื้นที่จริง ได้ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ มีความรับผิดชอบมากขึ้น และที่สำคัญคือ สอนให้ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างพอเพียง" น้องหยิงกล่าวทิ้งท้าย
..............................
(ต้นกล้าสีขาว'ทุนทางปัญญา' ปั้นเยาวชนตามรอยพระราชดำริ โดย...พิมพ์ชนก ศรเพชร)



