
คมเลนส์ส่องพระ:อาทิตย์12ก.พ.55
คมเลนส์ส่องพระประจำวันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 : แล่ม จันท์พิศาโล
••• คมเลนส์ส่องพระ วันนี้มีภาพ พระชุดเบญจภาคี มาให้ชมกัน ๓ องค์ เริ่มจากองค์แรก พระสมเด็จ พิมพ์ทรงเจดีย์ วัดระฆัง องค์สวยสมบูรณ์ดูง่าย แท้ตาเปล่า (ไม่ต้องส่องผ่านแว่นขยาย) ได้มีการเปลี่ยนมือกันแล้ว เมื่อเร็วๆ นี้ โดยผู้โชคดี คือ วิโรจน์ สินทวีเลิศ นักธุรกิจเสื้อผ้า นอกจากพิมพ์ทรงที่คมชัดแล้ว เนื้อหามวลสารยังครบสูตรอีกด้วย จุดเด่นของพระพิมพ์นี้ คือ มีรูปร่างเหมือนกับ เจดีย์ โดยเมื่อขีดเส้นจากปลายพระเกศ ลงสู่เส้นฐานด้านล่างทั้ง ๒ ข้าง จะเป็นกรอบรูปสามเหลี่ยม เหมือนกับ ทรงเจดีย์ โดยไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งขององค์พระยื่นออกนอกเส้น ผิดกับพระสมเด็จพิมพ์อื่นๆ ซึ่งมักจะมีเข่าหรือเส้นฐานล้ำออกนอกเส้นดังกล่าว พระพิมพ์นี้ดูผิวเผินจะเหมือนกับ พิมพ์ใหญ่ หากแต่การวางแขนจะสอบกว่า พระพิมพ์ใหญ่การวางแขนบึกบึนสง่างาม ซึ่งแน่นอนว่าราคาย่อมสูงกว่าอยู่แล้ว หากเป็นพระที่มีสภาพพอๆ กัน •••
••• ๒ องค์ต่อมา คือ พระนางพญา กรุวัดนางพญา จ.พิษณุโลก องค์แรก พิมพ์ใหญ่ เข่าตรง ของ ตู่ มาบุญครอง น้องชายสุดเลิฟของ เสี่ยลิ้ง หาดใหญ่ และองค์ที่ ๒ พระนางพญา กรุวัดนางพญา พิมพ์เทวดา ของ พ.ต.ท.ประพจน์ โชติคุณ รอง ผกก.บก.การท่องเที่ยว ... ตามประวัติ พระนางพญา กรุนี้เป็นต้นแบบของ พระนางพญา กรุอื่นๆ ที่มีรูปร่างพิมพ์ทรงเหมือนกัน คือ พิมพ์สามเหลี่ยม ปางมารวิชัย (หากเป็นปางสมาธิ จะไม่นิยมเรียกว่า พระนางพญา) พระนางพญา กรุวัดนางพญา สร้างโดย พระวิสุทธิกษัตรีย์ พระมเหสีของ สมเด็จพระมหาธรรมราชา ผู้เป็นพระบิดาและพระมารดาของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระพิมพ์นี้สร้างในระหว่างเกิดศึกสงครามกับพม่า ต้องเร่งรีบ มีเวลาน้อย พิมพ์ทรงองค์พระจึงออกแบบอย่างง่ายๆ ไม่มีรายละเอียดแต่ประการใด อีกทั้งเนื้อหามวลสารก็ไม่ได้กลั่นกรองให้ละเอียด จึงปรากฏเม็ดกรวดทรายค่อนข้างมาก แต่ในด้านพุทธคุณแล้วเป็นเลิศในทางแคล้วคลาดปลอดภัย และคงกระพันชาตรี เป็นพระเครื่องที่สร้างขึ้นเพื่อปกป้องประเทศชาติโดยเฉพาะ มีทั้งหมด ๗ พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่เข่าโค้ง, พิมพ์ใหญ่เข่าตรง (และพิมพ์ใหญ่เข่าตรงมือตกเข่า),พิมพ์ใหญ่อกนูน, พิมพ์กลางสังฆาฏิ, พิมพ์เล็กอกแฟบ (หรือพิมพ์เทวดา), พิมพ์เล็กอกนูน และพิมพ์พิเศษ หรือพิมพ์ใหญ่เข่าบ่วง แต่ละพิมพ์ราคาเช่าหาอยู่ที่หลักแสนกลางขึ้นไป •••
••• พระหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นพระเนื้อดินเผา มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนพระเครื่องอื่นใด คือ เป็นพระเนื้อดินแต่มีการบรรจุผงพระพุทธคุณเอาไว้ที่ขอบด้านบน โดยเชื่อว่าใช้รักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้ ถือว่าเป็น พระหมอ ก็ได้ หลวงพ่อปานสร้างพระรุ่นนี้ไว้แจกชาวบ้าน โดยมี ใบฝอย (คำชี้แจง) บอกวิธีใช้พระของท่านด้วย ลงท้ายว่า ได้แจกตั้งแต่ วันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ.๒๔๖๐ แสดงว่าพระของท่านได้สร้างก่อนหน้านั้นมาก่อน นับอายุถึงทุกวันนี้มีความเก่าประมาณ ๙๕ ปี หลวงพ่อปาน (เดิมชื่อ ปาน สุทธาวงษ์) เกิดเมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๔๑๘ มรณภาพเมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๔๘๑ สิริรวมอายุ ๖๓ ปี พรรษา ๔๒ พระเครื่องที่ท่านสร้างยุคแรกพิมพ์ทรงไม่ค่อยสวยงามเท่าที่ควร เพราะเป็นฝีมือชาวบ้าน เรียกว่า พิมพ์โบราณ ต่อมาได้มีผู้แนะนำช่างฝีมือให้หลวงพ่อ จึงได้สร้าง พระพิมพ์มาตรฐาน ดังที่เห็นในทุกวันนี้ ซึ่งมีทั้งหมด ๖ พิมพ์ทรง คือ ๑.พิมพ์ทรงไก่ ๒.พิมพ์ทรงครุฑ ๓.พิมพ์ทรงเม่น ๔.พิมพ์ทรงนก ๕.พิมพ์ทรงปลา และ ๖.พิมพ์ทรงหนุมาน ซึ่งแต่ละพิมพ์ได้แบ่งเป็นพิมพ์ย่อยออกไปอีกหลายพิมพ์ โดยปกติด้านหลังขององค์พระทุกพิมพ์จะราบเรียบ ไม่มีอักขระเลขยันต์ใดๆ แต่องค์ที่นำภาพมาให้ชมในวันนี้เป็นพิมพ์พิเศษ เพราะด้านหลังมีตัวอักขระขอม (มะ อะ อุ) พิมพ์จมลงในเนื้อพระ อันเกิดมาจากอารมณ์ศิลปินของช่างผู้กดพิมพ์พระองค์นี้ก็ได้ พระพิมพ์พิเศษเช่นนี้มีน้อย หายาก แต่ที่มีผู้กล้าซื้อกล้าขายก็เพราะพิมพ์ทรงถูกต้อง (พิมพ์ทรงนก) เนื้อหามวลสารใช่แน่แท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ รอยอุดผงด้านบนมีครบถ้วน องค์นี้เป็นพระของ หมอก มรดกไทย เพิ่งได้มาในราคาหลักแสนต้นๆ (สมัยก่อนวงการพระถือว่า พระพิมพ์ทรงนก เป็นพิมพ์บ๊วย ราคาถูกกว่าพิมพ์ทรงอื่นๆ แต่สมัยนี้ความเชื่ออันนี้แปรเปลี่ยนไปแล้ว ราคาสูงต่ำอยู่ที่ความสวยงามคมชัดมากกว่า รวมทั้งพระดูง่าย แท้ตาเปล่า ยอมมีภาษีกว่าพระดูยากอย่างแน่นอน) •••
••• ดังได้กล่าวมาแล้วว่า คอลัมน์นี้มีผู้ฝากภาพ พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ จ.ปัตตานี มาให้ลงเผยแพร่มากมาย โดยไม่มีจุดประสงค์เพื่อบอกขายต่อแต่ประการใด หากเพื่อเป็นวิทยาทานให้ผู้สนใจพระสายนี้ได้ศึกษาเป็นข้อมูลเบื้องต้น เพื่อจะได้ทราบว่า พระแท้ มีลักษณะเช่นใด พระสวย มีสภาพแบบไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเก็บ พระสวย ย่อมมีโอกาสมากกว่าพระที่มีสภาพคมชัดน้อยกว่า ดังนั้นแม้ว่า พระสวยแท้ และ ดูง่าย จะมีราคาสูงกว่า ก็ควรจะเก็บเอาไว้ก่อน เพราะเป็นหลักทรัพย์ที่มั่นคงกว่า อัตราความสูงของมูลค่าย่อมมีมากกว่า ออกตัวเมื่อไรก็ได้กำไรเมื่อนั้น อย่างเช่น พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ หลังตัวหนังสือ พิมพ์เล็ก ปี ๒๕๐๕ องค์ในภาพนี้ สวยคมชัดลึกสมบูรณ์มาก แม้ว่าตอนออกพระรุ่นนี้ใหม่ๆ เมื่อปี ๒๕๐๕ จะเป็นพระพื้นๆ เพราะจำนวนสร้างมีมากถึง ๘๔,๐๐๐ องค์ (รวม ๒ พิมพ์) ทางวัดให้บูชาองค์ละ ๑๐ บาท (สมัยนั้นก๋วยเตี๋ยวชามละ ๒-๓ บาท) ความนิยมของชาวบ้านจึงมองผ่าน โดยมุ่งไปที่ พระหลวงพ่อทวด หลังเตารีด ที่ออกพร้อมกันมากกว่า หากหาไม่ได้ก็จะมองไปที่ เหรียญรุ่นแรก หรือเหรียญรุ่น ๒-๓ มากกว่าจะเก็บ พระหลวงพ่อทวด หลังตัวหนังสือ ซึ่งมีทั้งพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก อย่างไรก็ตาม หากหาพระรุ่นอื่นใดไม่ได้จริงๆ ถึงจะมองมาที่ พระหลวงพ่อทวด หลังตัวหนังสือ เป็นองค์ต่อมา ทุกวันนี้ พระหลวงพ่อทวด เป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวาง เพราะมีประสบการณ์มากมายมาโดยตลอด ส่งผลให้ พระหลวงพ่อทวด หลังตัวหนังสือ รุ่นนี้เป็นที่นิยมกันมากขึ้นด้วย จนกลายเป็น พระหลักยอดนิยม ไปโดยปริยาย พระสภาพทั่วๆ ไปราคาอยู่ที่หลักหมื่นต้นไปถึงหลักหมื่นปลาย พระสภาพสวยคมชัดขึ้นถึงหลักแสน โดยเฉพาะพิมพ์พิเศษ เช่น พิมพ์ใหญ่ หลังเสาอากาศ เช่าหากันกว่า ๒ แสนบาท พิมพ์เล็ก ว. มีจุด (ตรงคำว่า วัดช้างให้ ด้านหลังองค์พระ) หลักหมื่นปลายถึงหลักแสนต้น องค์ในภาพนี้ คือ พระหลวงพ่อทวด หลังตัวหนังสือ พิมพ์เล็กว.มีจุด ของ ฐกร บึงสว่าง ผู้บริหาร บมจ.หลักทรัพย์บัวหลวง บอกว่า องค์นี้ตั้งใจเอาไว้ประกวดอย่างเดียว ไม่ขายต่อให้ใครแน่นอน เพราะมั่นใจว่า ความสวยระดับนี้เป็น พระองค์แชมป์ แน่นอน •••
••• เมื่อปี ๒๔๖๔ หลวงปู่แก้ว วัดนางสาว จ.สมุทรสาคร ได้จัดทำพิธีเททองหล่อพระประธาน หลวงพ่อดำ จึงได้จัดสร้างพระหล่อแบบโบราณขึ้นมาด้วย ๓ พิมพ์ คือ ๑.พระปิดตา ๒.พระพุทธชินราช และ ๓.พระพิมพ์ปรกโพธิ์ปางสมาธิ โดยใช้ชนวนโลหะเดียวกับที่ใช้หล่อพระพุทธรูปหลวงพ่อดำ และใช้ช่างชุดเดียวกับที่แกะ เหรียญเจ้าสัวหลวงปู่บุญ พิธีครั้งนั้นได้นิมนต์ หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ เนื่องจากขณะนั้น วัดนางสาว ขึ้นอยู่กับมณฑลนครชัยศรี สำหรับพระเกจิอาจารย์ที่ร่วมพิธีเททองและปลุกเสกมีมากมาย ล้วนเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในสมัยนั้น และมีความสนิทสนมกับ หลวงปู่แก้ว เป็นอย่างดี อาทิ หลวงพ่อคง วัดบางกระพร้อม, หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก, หลวงพ่อห้อย วัดหอมเกร็ด, หลวงพ่อเฮง วัดบ้านขอม, หลวงปู่รอด วัดบางน้ำวน ฯลฯ จึงรับประกันได้ว่า พระปิดตา รุ่นนี้มั่นใจได้ในพุทธคุณอันสูงส่ง อีกทั้งยังเป็นเหรียญหล่อโบราณด้วยแล้ว ความซาบซึ้งในคุณค่าด้านศิลปะยิ่งเพิ่มความศรัทธาน่าเลื่อมใสขึ้นไปอีกหลายเท่า องค์นี้สวยสมบูรณ์คมชัดมาก ส่งประกวดงานไหนเป็นต้องได้รับรางวัลชนะเลิศเสมอ สนนราคาอยู่ที่หลักหมื่นกลางขึ้นไป เป็นพระของ เอ พระราหู ซึ่งขณะนี้ปักหลักอยู่ที่ชั้น ๗ ห้างเซ็นทรัล บางนา •••
••• สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย กำหนดจัด งานประกวดพระ ครั้งยิ่งใหญ่ ในวันเสาร์ที่ ๑๐ และวันอาทิตย์ที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๕ ณ อิมแพ็คฟอรั่ม (อาคาร ๙) เมืองทองธานี เพื่อนำรายได้สมทบทุนสร้างอุโบสถ พร้อมด้วยจิตรกรรมฝาผนัง, กำแพงแก้ว และสวนป่าสมุนไพร ณ วัดโป่งหวาย อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ซึ่งนอกจากงานประกวดพระแล้วยังมีกิจกรรมเพื่อการกุศลอื่นๆ อีกมากมาย โดยในวันอังคารที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ นี้ สมาคมจะจัด งานแถลงข่าว ณ ห้องจูปิเตอร์ ๔ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เวลา ๑๒.๐๐ น. (พร้อมกับร่วมรับประทานอาหาร) จึงขอเชิญกรรมการสมาคมทุกท่าน และผู้สื่อข่าวพระเครื่องทุกฉบับ ร่วมงานดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน สอบถามโทร.๐-๒๙๕๒-๗๘๙๘,๐-๒๙๕๒-๕๔๙๐ โอกาสนี้ จะมีการเปิดตัวเว็บไซต์ของ สมาคมพระเครื่อง คือ www.samakompra.com เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับพระเครื่องพระบูชาสู่สาธารณชน และเป็นศูนย์กลางข่าวสารของสมาคมในทุกด้าน •••
••• วางตลาดแล้ว นิตยสาร สปีริต ฉบับใหม่ ปก พระกริ่งจตุรทิศ “ชินบัญชร” วัดพันสี รุ่นแรก ในฉบับอ่านเรื่อง พระกริ่งยอดนิยม ยุคหลังกึ่งพุทธกาล, พระกรุวัดใหญ่ชัยมงคล อยุธยา, พระพันตา (เกร็ดความพระเครื่องหลากหลายพิมพ์),หลวงปู่จาม วัดป่าวิเวกฯ คำชะอี, เหรียญ ๒ หลวงพ่อคง แห่งเมืองสงขลา, พระเกจิอาจารย์ล้านนาล้ำค่า ปี ๒๕๕๔, ซอกแซกบ้านเซียน มล เชือกคาด, ๑๐๘ เหรียญที่น่าศึกษา ฯลฯ ••• พบกับ คมเลนส์ส่องพระ ได้ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ต่อไป ขอบพระคุณทุกท่านที่ได้ติดตามอ่านคอลัมน์นี้มาโดยตลอด...พร้อมกับกำลังใจที่ได้มอบให้เป็นประจำ...นะมัสเต •••



