
เทศกาลมิลานแฟร์09ดีไซน์ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม
รูปแบบและเทรนด์ของงานออกแบบทั่วโลกผันผวนเปลี่ยนแปลงไปตามสังคมและเหตุการณ์แต่ละช่วงเวลา เราสามารถวิเคราะห์ได้ว่าปัจจุบันเทรนด์เป็นอย่างไรด้วยการศึกษาสภาวะการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในเวลานั้น และถ้าเราต้องการทราบว่าอนาคตของผลงานออกแบบจะเป็นอย่างไร
เราสามารถค้นคว้าจากอดีตไปจนถึงการคาดการณ์กระแสสังคมในอนาคตจากพฤติกรรมของมนุษย์ที่มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร, ธรรมชาติและโลกที่เราอยู่ที่น่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ฉะนั้นผู้ที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานออกแบบโดนใจสังคมจนกลายเป็นผู้นำกระแสในแต่ละยุค จะเป็นผู้ที่ล่วงรู้อนาคต สังเกตพฤติกรรมมนุษย์ วิเคราะห์ออกมาจนเป็นการสรุปผลลัพธ์ในผลงานออกแบบที่สัมฤทธิผลได้
ธุรกิจต่างๆ และผู้ประกอบการร้านค้าก็เช่นกัน ยิ่งสามารถรีเสิร์ช, วิจัยหาข้อสรุปได้แม้เป็นเพียงเปอร์เซ็นต์เล็กน้อยที่จะเกิดขึ้นจริงก็จะสามารถนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการ วางแผน สร้างสรรค์ จนเกิดวิสัยทัศน์ใหม่ๆ ซึ่งสามารถไปรอดในทุกวิกฤติจนส่งผลต่อความยั่งยืนขององค์กรมากที่สุด
ในปัจจุบันผลของการทำงานหนักและล่วงรู้อนาคตจากการค้นคว้าและวางแผนงานไว้ล่วงหน้าของบางองค์กร วันนี้ก็สามารถเผชิญอยู่ได้อย่างแข็งแรง มีผลกระทบเพียงเล็กน้อย โดยสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว แต่น่าเสียดายที่แม้บริษัทยักษ์ใหญ่ในโลกตะวันตกบางบริษัท ถึงแม้วิเคราะห์วางแผนเอาไว้ แต่แพ้ภัยเศรษฐกิจเพราะเหตุผลบางประการ เช่น ความประมาท ความหยิ่งยโส และความไร้จริยธรรม (ความบาป) ของระบบโลกบางระบบนั่นเอง
นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้บริษัทและองค์กรบางแห่งนำเอากรณีศึกษาในเหตุการณ์วิกฤติครั้งนี้เป็นข้อเปรียบเทียบเพื่อวางแผนองค์กรต่อไป เช่น
1.การไม่ทำอะไรเกินตัวเกินความพอดี
2.การใช้เงินโดยไม่ก่อหนี้แต่หาวิธีใช้เงินแบบอื่นๆ ที่มีความฉลาดกว่า
3.การศึกษาหาความรู้โดยแตกแขนงหาความรู้ใหม่ๆ อยู่อย่างสม่ำเสมอ
4.ปรับเปลี่ยนองค์กรครั้งใหญ่ด้วยการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากร
5.การดำเนินธุรกิจสีขาวไม่เบียดเบียนโลก มีจริยธรรมขั้นสูงสุดโดยไม่เห็นแก่เงินเพียงอย่างเดียว
6.คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะตอบสนองพฤติกรรมการใช้งานในอนาคต
7.คิดค้นนวัตกรรมเพื่อรักษาโลกและสภาพแวดล้อมควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ
8.ลดการสูญเสียทุกกรณี เช่น การคิดค้นกระบวนการสร้างบ้านไม่ให้เกิดเศษและขยะ หรือการออกแบบขยะให้มีประโยชน์ต่อไปหลายช่วงการใช้ การคิดค้นระบบการประหยัด
พลังงานของอาคารในทุกขั้นตอน จนอาคารประหยัดไปถึง 70% (กรณีศึกษาจากบริษัท ชไนเดอร์อิเล็กทริก ฝรั่งเศส) หรือการลดการสูญเสียจากการด้อยประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรในองค์กร โดยการสร้างแรงจูงใจให้ขยัน มีอุดมการณ์ ซึ่งในขณะที่ประเทศไทยสนุกกับการประกาศวันหยุดราชการอย่างง่ายดาย
จากการเดินทางไปดูงานต่างประเทศของผมและทีมงานในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ในงานมิลานแฟร์ ชาลองอินเตอร์เนชั่นแนลเดลโมบิเล่ 2009 ที่จัดขึ้นที่มิลาน อิตาลี จะสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงโลก อันเกิดจากผลงานของนักออกแบบและรูปแบบการจัดงานที่กระทบออกมา โดยมีข้อสังเกตดังนี้ครับ
1.สภาวะการถดถอยของกำลังการซื้อของโลก
เห็นได้จากปริมาณของผู้เข้าเยี่ยมชมงานน้อยลงมากจากปีที่แล้ว 50% ไปจนถึงความคึกคักเบาลงไปมาก แต่ก็ยังมีอยู่เฉพาะงานที่มีแบรนด์ มีชื่อเสียงบางรุ่นเท่านั้น
2.สภาวะสินค้า ผลิตภัณฑ์ราคาแพงทำให้ขายยากขึ้น
นี่คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยุโรปและอเมริกาเสียหายที่สุด เพราะต้นทุนการผลิตอันเกิดจากค่าครองชีพสูงมากทำให้ไม่สามารถแข่งขันได้ โดยเฉพาะกับชาติเอเชีย แม้กระทั่งญี่ปุ่นเองที่แพงขึ้น เกาหลี ไต้หวัน และจีน มีโอกาสกินเรียบได้ต่อไปเช่นกัน ดังนั้นถ้าตราบใดที่ฝั่งตะวันตกไม่ปรับกลยุทธ์เรื่องนี้มีวันตกเหวตายแน่นอน เพราะนักช็อปทั้งโลกอาจจะไม่เชื่ออีกต่อไปว่าของดีจะต้องแพงเสมอไป เพราะจีนก็ล่วงรู้ว่าถ้าเขาจะทำให้ดีด้วยและราคาถูกด้วย ทำได้แน่นอน
3.ยังเห็นความพยายามของนักออกแบบ
การกู้วิกฤติโลกทุกครั้ง นักคิด นักออกแบบจะมีส่วนร่วมมือโดยตลอดตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ทุกครั้งที่สินค้าและผลิตภัณฑ์จะเป็นที่ยอมรับ ย่อมเกิดจากความใหม่ ความน่าสนใจของสินค้า การตอบสนองสังคม ตอบสนองพฤติกรรมใหม่ โดยเกิดเป็นผลงานออกแบบที่ดีนั่นเอง ไม่ใช่เพียงแค่มุกการตลาดที่มีแต่การลด แลก แจก แถมเพียงอย่างเดียว
4.รณรงค์เพื่อโลกและรักษ์โลก
ผลงานออกแบบจึงกระทบออกมาเป็นกลุ่มต่างๆ เช่น “อีโคดีไซน์” “กรีนเนอจี” “ลดอุณหภูมิโลก” “ลดพลังงาน” “หาพลังงานทดแทนใหม่” “คิดนวัตกรรมปกป้องโลก” เป็นต้น
5.เพื่อเด็กและเยาวชน
สนับสนุนให้เกิดการคิดค้นใหม่ๆ และเปิดโอกาสให้นักออกแบบรุ่นเยาว์แสดงผลงาน เพราะอนาคตกลุ่มเด็กและเยาวชนจะเป็นกำลังของโลกที่เข้มแข็งที่สุดต่อไป
ในขณะที่ประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่สามารถใช้โอกาสที่ดีในช่วงวิกฤตินี้คิดค้น สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้แก่โลก โดยเฉพาะพื้นฐาน “เกษตร” ที่เรามี “ทรัพยากรอาหาร” ที่เป็นพื้นฐานอันแข็งแรงที่สุดเราน่าจะนำโอกาสเหล่านี้สร้างชาติฟื้นฟูประเทศกันใหม่ สนับสนุนให้คนมีความคิดสร้างสรรค์ทำให้คนไทยมีความฉลาดมากขึ้นไม่ใช่เพียงแค่แบมือขอรัฐ โดยไม่คิดจะทำมาหากิน ลดความขัดแย้งไม่ใช่รัฐคิดออกแต่เพียงจัดสรรภาษีมาถลุงใช้ให้คนหยุดงานง่ายๆ แต่ไม่สนับสนุนให้ขยันเพื่อองค์กรหวังเพียงคะแนนเสียง แต่ไม่สนับสนุนผลงาน หรือถึงคราวที่เราจะอยู่ในยุคมืด คนไม่ฉลาดครองชาติบ้านเมืองหรืออย่างไร
อ.เอกพงษ์ ตรีตรง



