ไลฟ์สไตล์

หวานนี้ @ เขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด

หวานนี้ @ เขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด

12 ก.พ. 2555

ชวนเที่ยว : หวานนี้ @ เขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด

                 เดือนแห่งความรัก เดือนที่หลายๆ คนที่มีคู่รักมักจะสวีทหวานแหวว แต่หลายคนไม่มีคู่ปีนี้ดูจะหดหู่ลงไปอีก เมื่อมีการถอดสมการ แชร์กันไปทั่วเฟซบุ๊ก แล้วเหมือนจะได้กินแห้วอีกตามเคย ก็เพราะ วันที่ 14 เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2012 ถ้าเป็นตัวเลขจะได้เป็น 14-02-12 = 0  แถมปีนี้ วันวาเลนไทน์ตรงกับวันอังคาร ที่ลงท้ายเสียงเหมือนคำว่า "คาน" ยังไงยังงั้น แต่ไม่ว่าจะมีคู่ หรือไม่มีคู่ ก็อยากมีสถานที่สวยๆ งามๆ เก็บไว้ให้หัวใจแอบหวานๆ กับเขามั่งเหมือนกัน

                  เขาแหลมหญ้า ที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด เป็นสถานที่พักผ่อนที่เงียบสงบ เพราะแม้จะมีบ้านพัก แต่ผู้คนก็ชอบไปกางเต็นท์ ปิกนิกกันริมทะเล และยังเคยเห็นคู่รักมาแอบหวานถ่าย พรี-เวดดิ้ง กันที่นี่อยู่บ่อยๆ เพราะมีฉากทะเลและเกาะเสม็ดเป็นแบล็กกราวน์ พอเข้าเดือนแห่งความรักเลยทำให้ฉันนึกถึงสถานที่แห่งนี้ขึ้นมา ไหนๆ ก็ไปถึงเขาแหลมหญ้าแล้ว เลยไปอีกไม่ไกลก็ถึงท่าเรือไปเกาะเสม็ด แล้วฉันจะพลาดได้ไง จัดไป 2 ที่เลยดีกว่า

                  เดินทางคราวนี้ ฉันแอบปันใจไปให้พี่บิ๊ก Triton ที่เลิฟอีกแล้ว ที่จะช่วยให้ฉันเดินทางไกลได้สนุกขึ้น เพราะเป็นเส้นทางใช้รถเป็นส่วนใหญ่นั่นเอง จากกรุงเทพฯ ขึ้นบูรพาวิถี ไปลงสุดทาง (ฉันว่ามันใกล้กว่าใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์จากกรุงเทพฯ นะ) แล้วเข้าเส้นเลี่ยงเมือง ไประยอง ดูเหมือนเดือนนี้คนจะเดินทางวันหยุดกันเยอะ ก็ต้องระมัดระวังการใช้รถใช้ถนนกันหน่อย ถึงแยกตัวเมืองระยอง ให้เลี้ยวซ้ายไปทางจันทบุรี  ก่อนจะไปเลี้ยวขวา เข้าไปตามเส้นทางสู่หาดแม่รำพึง-ก้นอ่าว ขับตามทางไปเรื่อยๆ มีป้ายบอกทางเป็นระยะ เลียบชายหาดไปเรื่อยๆ จนถึงอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด อยู่ฝั่งขวามือ

                  จ่ายค่าธรรมเนียมตรงทางเข้า คนละ 40 บาท นำรถเข้าไปด้วยก็เพิ่มอีก 30 บาท ถนนลาดยางอย่างดี ฉันไปแวะแสตมป์ตราอุทยานฯ เป็นที่ระลึก ตรงที่ทำการซะหน่อย ก่อนจะขับต่อไปที่ท่าเทียบเรือเขาแหลมหญ้า ซึ่งเป็นจุดไฮไลท์ที่ใครต่อใครมาปิกนิกกัน แต่ก่อนถึงท่าเรือริมทะเล เป็นทางโค้งลงเขาแบบตัว U แคบๆ เพราะฉะนั้นต้องระวังให้ดีทีเดียว ถ้าไม่อยากเล่นจ๊ะเอ๋กับรถที่สวนขึ้นมา

                  ถึงปลายทางริมทะเล มีทางแยกซ้าย-ขวา ไปลานกางเต็นท์ได้ทั้งสองทาง ฉันเลือกไปทางขวา ไปชมวิวสะพานท่าเรือกันก่อน อยากจะร้องว๊าววว ดังๆๆ ก็มันช่างตรงใจฉันซะจริงๆ มีคู่รักมาถ่าย พรี-เวดดิ้ง ตั้ง 2 คู่ กับคู่รักที่เกี่ยวก้อยกันมาเที่ยว รวมไปถึงหมู่เพื่อน ครอบครัว ที่เลือกมาพักผ่อนกันที่นี่ ซึ่งโดยมากจะคึกคักในวันหยุดเป็นพิเศษ ส่วนวันธรรมดาก็จะเงียบเป็นพิเศษเช่นกัน

                  ที่ศาลาชมวิวเขาแหลมหญ้าเป็นจุดที่มองเห็นได้ทั่วบริเวณ ศาลานี้เคยเป็นมุมที่เพื่อนๆ ฉัน ยึดเป็นที่นั่งเสวนา และผูกเปลนอน ตั้งแต่สมัยที่คนยังไม่เที่ยวที่นี่กันไม่มากนัก แถมถนนหนทางก็ยังไม่สะดวกสบายเหมือนทุกวันนี้ ศาลาชมวิวยังเหมือนเดิม แต่ต่อเติมนิดหน่อยตรงบันไดขึ้น 

                  ว่างๆ ฉันมักเลือกมานั่งเล่น นอนเล่นแถวๆ นี้ เพราะไม่ต้องเตรียมอะไรมาก มีร้านค้าบริการ ห้องอาบน้ำ-ห้องสุขา สะอาดใช้ได้ แถมมีเกลียวคลื่นและลมทะเลเห่กล่อมทั้งวัน ทั้งคืน แต่คราวนี้ ฉันจะไปให้เกลียวคลื่น และสายลม เห่กล่อมถึงเกาะเสม็ดบ้างล่ะ

                 ออกจากอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า เลี้ยวขวาเพื่อไปบ้านเพ จะได้ขึ้นเรือไปเกาะเสม็ด มีท่าเรือให้เลือกหลายท่า แต่ท่าหลักๆ เลยคือท่าเรือนวลทิพย์ อยู่ตรงข้ามกับที่จอดรถบขส. ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวจะขึ้นเรือไปลงที่หน้าเกาะเสม็ด แล้วจะเดินหรือต่อรถสองแถวไปยังหาดต่างๆ อีกทอดหนึ่ง  ระยะทางเริ่มต้นที่ 10 บาท ถึงหาดทรายแก้ว แต่ถ้าใครรู้ทางก็จะรู้ว่าเดินไม่ไกลเท่าไหร่ก็ถึงแล้ว แพงสุดก็ 50 บาท ถึงอ่าวกิ่ว ที่อยู่ท้ายเกาะ

                  คราวนี้ฉันเลือกจะไปนอนเล่นที่ อ่าววงเดือน ขอนั่งเรือไปลงที่อ่าววงเดือนเลยดีกว่า เบื่อความจอแจที่ท่าเรือหน้าด่าน แล้วยังต้องนั่งสองแถวโขยกเขยกไปตลอดทางอีก ท่าเรือไปอ่าววงเดือน ที่มีเรือของวงเดือนรีสอร์ตให้บริการ จะอยู่เลยท่าเรือท่าเทียบเรือนวลทิพย์ ไปหน่อย ก่อนถึงท่าเทียบเรือของเทศบาล ค่าเรือไป-กลับ 120 บาท จ่ายเสร็จรอเวลาเรือออก ฉันไปถึงบ่ายได้เที่ยว 15.30 น. ดีเหมือนกันจะได้มีเวลาหาที่พัก ดูอาทิตย์ตก  จริงๆ ที่ท่าเรือก็จะมีคนมาตั้งโต๊ะบริการหาที่พักให้ ต่อรองกันดีๆ มีถูกกว่าไปหาเองบนเกาะด้วย 

                 "ฉันคิดไปเป็นชาวเกาะ" ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง ก็ได้เป็นชาวเกาะสมใจ ลงจากเรือใหญ่เป็นโป๊ะเล็กๆ มาส่งใกล้หาดทรายที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วก็ลุยน้ำนิดหน่อย ก็ขึ้นหาด มีเจ้าหน้าที่มาคอยดูแลและเก็บค่าบริการเหยียบเกาะด้วยตามธรรมเนียม

                 ได้ที่พักเรียบร้อย ฉันก็เดินข้ามเกาะไปอีกฝั่งซึ่งเป็นหน้าผาจุดชมวิวอาทิตย์ตก เดินไม่ทันเหนื่อยมากก็ถึงที่หมาย มีนักท่องเที่ยวหลายคนมารอชมอาทิตย์ตกอยู่ก่อนแล้ว แต่ก็ไม่มากนัก เพราะส่วนใหญ่ชอบเล่นน้ำทะเล สนุกสนานกันริมหาดมากกว่า เดินขึ้นเขา มีแต่พวกเราๆ สะพายกล้องมารอถ่ายรูปกัน

                 ค่ำคืนที่อ่าววงเดือน ดูจะเป็นหนึ่งในไม่กี่อ่าว ที่คึกคักที่สุด  ร้านอาหารเริ่มทยอยกันมาตั้งโต๊ะริมหาดตั้งแต่เย็น ให้นักท่องเที่ยวเลือกตามใจชอบ จะนั่ง หรือจะเอนหลัง เลือกสั่งอาหารทะเลสดๆ ปิ้ง ย่างมารับประทานได้ ดึกหน่อยยังมีโชว์ควงลูกไฟให้ดูอีก ราตรีของอ่าววงเดือนเลยดูจะยาวไกลกว่าอ่าวอื่นๆ

                 ยามเช้า ที่นี่ก็ยังเป็นจุดชมอาทิตย์ขึ้นที่สวยไม่แพ้ตอนเย็น แสงสีทองสะท้อนน้ำ เรียกพลังและความกระชุ่มกระชวยให้ตื่นขึ้นมาซึบซับบรรยากาศยามเช้า กับสายลมเย็นๆ พร้อมกับเป้าหมายในใจ วันนี้ ฉันจะตะเวนไปดูอ่าวอื่นๆ มั่งล่ะ โดยเฉพาะอ่าวหวาย ที่อยู่ในใจแต่ยังไปไม่ถึงซะที

                 จากอ่าววงเดือน เดินข้ามเขาตรงท้ายหาด จะไปทะลุที่อ่าวแสงเทียน  ที่วันนี้ มีที่พักลงมาอยู่ริมหาดดูแล้วหนาแน่น ทั้งที่เป็นอ่าวเล็กๆ หาดเล็กๆ ก่อนจะผ่านไปหาดลุงดำ แวะถ่ายรูปตรงสะพานเทียบเรือ ตอนนี้มีต่อเติมเป็นที่นั่งรับประทานอาหารตอนต้นของสะพานซะแล้ว หลายอย่างแปลกตาไปเยอะทีเดียว จนฉันต้องกลับมานั่งนับนิ้วว่า ไปเสม็ดครั้งสุดท้ายเมื่อปีไหนกันนะ 555

                 แล้วก็มีป้ายชี้ไป อ่าวหวาย อืมมม อีกไกลเอาการ "ไหนใครว่ามาเที่ยวทะเล ตกลงต้องเดินป่าเดินเขากันอีกเหรอ" มีเสียงท้วงติงขึ้นระหว่างหยุดหอบบนโขดหินริมเขา แต่ไม่นานก็มองเห็นที่พัก เดินเลยลงไปถึงชายหาด แล้วก็ต้องอุทาน "หวายยยยยย ... ทำไมมันสวยอย่างนี้"  เอ๊ะหรือชื่ออ่าวหวายมาจากเสียงอุทานนี้นะ ไม่ทันจะได้ถามใครซะด้วยซิ

                 หาดทรายกว้างๆ เรียบเนียน นักท่องเที่ยวไม่มากนัก มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมานอนอาบแดด พวกฉันไม่รอช้า หาที่ร่มไม้ใต้ต้นเสม็ด ผูกเปลนอนเล่น คุยกัน เราใช้เวลาที่นี่กันนานทีเดียว จนค่อนบ่ายถึงได้โบกมือลา เสียดายว่าซื้อเรือขากลับจากวงเดือน ก็ต้องกลับไปขึ้นเรือที่อ่าววงเดือน ไม่เช่นนั้นเราก็ขึ้นเรือกลับที่อ่าวหวายได้เหมือนกัน 

                 แล้วที่สุดก็ต้องโบกมือลาเกาะเสม็ด เมื่อเรือใหญ่ขยับกลับฝั่ง กับแสงอาทิตย์ที่เริ่มโรยแรง

                 เสม็ดวันนี้ดูวุ่นวาย ความสะดวกสบายเกินพอดีกับความต้องการพักผ่อนอิงแอบกับธรรมชาติ แต่ก็พอมีมุมสงบๆ สบายๆ เกลี่ยวคลื่นและสายลมเห่กล่อมให้พอสุขใจอยู่ที่เลือกจะไปแบบไหน และกับใครมากกว่า

...................................
(ชวนเที่ยว : หวานนี้ @ เขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด)