ไลฟ์สไตล์

สปส.จัด'โครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน'

สปส.จัด'โครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน'

11 ก.พ. 2555

สัมภาษณ์พิเศษ : สปส.จัด 'โครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน' ช่วยผู้ประกอบการ

สัมภาษณ์พิเศษ : จีรศักดิ์ สุคนธชาติ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม

                   "สำนักงานประกันสังคมจัดทำ "โครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน" วงเงิน 10,000 ล้านบาท ให้สถานประกอบการที่ขึ้นทะเบียน กู้เงิน ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อเสริมสภาพคล่อง เพิ่มผลผลิต"

                   สำนักงานประกันสังคม (สปส.) จัด "โครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน" วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท ให้สถานประกอบการกู้เงินนำไปเป็นทุนหมุนเวียนในกิจการเสริมสภาพคล่อง เพิ่มผลผลิต มีศักยภาพที่จะเพิ่มรายได้ให้แก่แรงงาน ยื่นกู้ได้ตั้งแต่ 4 มกราคม-31 ธันวาคม 2555

                   นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า เมื่อปี 2554 ที่ผ่านมา กองทุนประกันสังคมได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนจำนวน 36,062 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2,062 ล้านบาท ในขณะที่ยอดเงินลงทุนเพิ่มจาก 789,141 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2553 เป็น 883,424 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2554 โดยเงินลงทุนทั้งหมดนำไปลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง ได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ และหุ้นกู้เอกชน ร้อยละ 80 และลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยง ได้แก่ เงินฝากธนาคาร ตราสารหนี้อื่น หน่วยลงทุน และหุ้นสามัญ ร้อยละ 20

                    "ผลตอบแทนจากการลงทุนที่ได้รับในปี 2554 จำนวน 36,062 ล้านบาทนั้น นอกจากจะสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้ว ยังสูงกว่าผลตอบแทนที่ได้รับในปี 2553 ที่มีจำนวน 33,750 ล้านบาท อีกด้วย ทั้งนี้ นับตั้งแต่จัดตั้งสำนักงานประกันสังคมเมื่อปี พ.ศ.2533 กองทุนประกันสังคมได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนสะสมจำนวน 235,097 ล้านบาท โดยกองทุนประกันสังคมกรณีสงเคราะห์บุตรและชราภาพ มีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนย้อนหลัง 5 ปี เฉลี่ยที่ 7.17% ต่อปี"

                   สำหรับการลงทุนของสำนักงานประกันสังคมในปี พ.ศ.2555 นั้น เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า สำนักงานประกันสังคมคาดว่า เศรษฐกิจไทยจะเติบโตร้อยละ 5.1 จากอุปสงค์ภายในประเทศที่แข็งแกร่ง แต่ภาคการส่งออกจะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ส่วนเศรษฐกิจโลกคาดว่า จะเติบโตร้อยละ 2.3 โดยได้รับแรงหนุนจากเศรษฐกิจประเทศเกิดใหม่ แต่ยังคงเผชิญความเสี่ยงจากภาระหนี้ในยุโรป ซึ่งจากการคาดหมายนี้ สำนักงานประกันสังคมยังคงเน้นการลงทุนอย่างระมัดระวัง โดยคงสัดส่วนการลงทุนในพันธบัตร และตราสารหนี้ที่มั่นคงสูง ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 เงินฝากธนาคาร ตราสารหนี้อื่น และหน่วยลงทุนร้อยละ 10 และลงทุนในหุ้นไม่เกินร้อยละ 10 โดยการลงทุนในหุ้น จะเน้นลงทุนในกลุ่มที่มีความผันผวนน้อยจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

                   ส่วนการลงทุนในต่างประเทศนั้น สำนักงานอยู่ระหว่างจัดเตรียมแผนการลงทุนกองทุนย่อยวงเงิน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่บริหารโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนธนชาต จำกัด ร่วมกับบริษัทจัดการกองทุนต่างประเทศ โดยมีแผนลงทุนในพันธบัตรประเทศเกิดใหม่ที่เศรษฐกิจโตเร็วและมีระดับหนี้สาธารณะต่ำ ลงทุนในหุ้นปัจจัยพื้นฐานดีที่ผลิตสินค้าจำเป็น เช่น อุปโภคบริโภค ค้าปลีก และเวชภัณฑ์ และลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศที่มีรายได้จากค่าเช่ามั่นคง

                   "ปี 2555 รัฐบาลมีนโยบายเพิ่มค่าแรงรายวันขั้นต่ำเป็น 300 บาท/ราย ซึ่งคณะกรรมการประกันสังคม มีมติเห็นชอบให้จัดทำโครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท ให้สถานประกอบการที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานประกันสังคมกู้เงินไปเป็นทุนหมุนเวียนในกิจการเสริมสร้างสภาพคล่อง เพิ่มผลผลิต ทำให้ผู้ประกอบการมีศักยภาพที่จะเพิ่มรายได้ให้แก่แรงงาน โดยธนาคารจะปล่อยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำให้กับสถานประกอบการ กรณีมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี คงที่ 3 ปี กรณีไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือใช้บุคคลค้ำประกัน ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี คงที่ 3 ปี ทั้งนี้จะต้องไม่เป็นการกู้เพื่อรีไฟแนนซ์ (Refinance) ซึ่งขณะนี้มีธนาคารที่เข้าร่วมโครงการแล้ว 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)"

                   สถานประกอบการที่มีความประสงค์จะขอกู้เงิน จะต้องเป็นสถานประกอบการที่ขึ้นทะเบียนประกันสังคม และจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน และต้องคงสภาพการจ้างงานโดยรักษาจำนวนผู้ประกันตนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของจำนวนผู้ประกันตน ณ วันที่ได้รับสินเชื่อตลอดอายุโครงการ 3 ปี

                   ทั้งนี้ สถานประกอบการ จะต้องขอรับหนังสือรับรองสถานะความเป็นสถานประกอบการที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัด/สาขา/เขตพื้นที่ และลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงในโครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน (สถานประกอบการละ 1 ฉบับเท่านั้น) หลังจากนั้น ให้ติดต่อยื่นกู้กับธนาคารทั้ง 4 แห่ง ได้ตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม 2555 นี้ 

                   สำหรับวงเงินสินเชื่อโครงการเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน จำนวน 1 หมื่นล้านบาท ได้แบ่งวงเงินกู้ให้กับสถานประกอบการ โดยแบ่งเป็น

                   1) วงเงิน 6,000 ล้านบาท สำหรับสถานประกอบการที่มีลูกจ้างไม่เกิน 50 คน วงเงินกู้ไม่เกิน 1 ล้านบาท ต่อราย

                   2) วงเงิน 3,000 ล้านบาท สำหรับสถานประกอบการที่มีลูกจ้าง 51-200 คน วงเงินกู้ไม่เกิน 2 ล้านบาท ต่อราย

                   3) วงเงิน 1,000 ล้านบาท สำหรับสถานประกอบการที่มีลูกจ้างเกินกว่า 200 คนขึ้นไป วงเงินกู้ไม่เกิน 4 ล้านบาท ต่อราย

                    มีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด/สาขาที่ท่านสะดวก หรือ โทร.1506 (ตลอด 24 ชั่วโมง) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sso.go.th

.......................................
(สัมภาษณ์พิเศษ : สปส.จัด 'โครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน' ช่วยผู้ประกอบการ)