
'รัก'นี้ใช่เลย
ไฮฮอตวันเสาร์ : 'รัก'นี้ใช่เลย
ใกล้วันแห่งความรักหรือวันวาเลนไทน์เข้ามาทุกที ซึ่งแน่นอนล่ะค่ะว่าเป็นช่วงที่คู่รักจะได้แสดงออกซึ่งความรักที่มีต่อกันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะแอบรักหรือหลงรัก วันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ละจัดเต็มไปได้เลย ไม่มีใครว่า...แต่ถ้าให้พูดถึงความรักก็ใช่ว่าจะเป็นความรักของคนสองคน ชายและหญิง ความรักยังมีอีกมากมายหลายรูปแบบแล้วยังเผื่อแผ่ไปรักสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อีกก็มากมาย
อย่างคนรักสุนัข...ให้บอกชื่อก็มากมายทั้งคนที่มีครอบครัว มีแฟน หรือคนโสดก็หลงที่จะรักเจ้าขนปุยหน้าซื่อกันแทบทั้งนั้น อย่าง "วิกกี้" อรธิรา ภาคสุวรรณ กับน้องหมาตัวโปรด ที่ชื่อว่า "โชกุน"
ส่วนหนุ่มคนนี้ "ป๊อป" วราวุธ เลาหพงศ์ชนะ ที่ตกหลุมรักงานและเข้าพิธีแต่งกับงานไปเรียบร้อย เล่าให้ฟังว่า ถ้าถามว่าความรักที่มีตอนนี้เห็นต้องบอกว่ามีให้แก่ "งาน" เพราะรักและมีความสุขกับการทำงานมาก ทั้งในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์แบรนด์คริสเตียน ดิออร์ ประเทศไทย ผู้ประกาศข่าวบันเทิงต่างประเทศ โต๊ะข่าวบันเทิง ไทยทีวีสีช่อง 3 และพิธีกรรายการเดอะลิสต์ อัศจรรย์ความรู้ ซึ่งทั้งหมดเป็นเพราะผู้ใหญ่ให้โอกาส จึงอุทิศตัวอย่างเต็มที่เท่าที่จะทำได้ในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถ
"ผมทำงานอย่างเต็มที่เมื่อได้รับความไว้วางใจทั้งจากเจ้านายจากช่อง 3 และผู้ชม ซึ่งนอกจากความเป็น "ป๊อป" ดิออร์ ตอนนี้เดินออกไปข้างนอกคนก็จะเรียก "ป๊อป" วราวุธ เพราะรู้จักผมจากการเป็นผู้ประกาศที่เป็นอาชีพในฝัน ผู้ชมขอถ่ายรูปพร้อมๆ กับชื่นชมเรา มีส่งจดหมายมาหา ส่งอีเมลมาทักทาย เขาสัมผัสได้จากความตั้งใจในการทำงาน นี่คือการตอบแทนกลับมาที่มีค่าที่สุดที่ไม่ว่าจะมีเงินมากมายขนาดไหนก็หาซื้อไม่ได้ ดังนั้นผมจึงต้องตั้งใจและมุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่ ถึงจะเหนื่อยก็เป็นความเหนื่อยของผม ผมมีความสุขที่ได้เขียนข่าวและเลือกสรรข้อมูลข่าวสารที่ดีและเป็นประโยชน์เผยแพร่ให้แก่ผู้ชมทุกคน ผมจะเหนื่อยไปเรื่อยๆ จนกว่านายไม่เมตตา มีคนใหม่ คลื่นลูกใหม่ จนคนดูไม่ให้โอกาสเรา และพร้อมที่จะเหนื่อยๆ ยิ่งๆ ขึ้นเพราะตอนนี้ผมตกหลุมรักงานและแต่งกับงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว" พิธีกรคนดัง เล่าถึงความรักในมุมมองของตัวเอง
ส่วนสาวโสดอารมณ์ดีอย่าง "นวล" นวลพรรณ โอสถานนท์ ที่มีน้องหมาภายในบ้านทั้งหมด 3 ตัว เป็นสายพันธุ์ชิวาวา 2 ตัว และสุนัขพันทางอีก 1 ตัว ตัวที่เธอให้ความรักและดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ เห็นจะหนีไม่พ้นเจ้า "ถั่วจิ๋ม" สุนัขพันธุ์ชิวาวา ที่เธอได้มาเลี้ยงตั้งแต่อายุ 2 เดือน กระทั่งทุกวันนี้อายุ 4 ปีก็ยังไม่หยุดให้ความรักแก่น้องหมาตัวนี้สักวัน
"ยอมรับเลยว่าติดเขามากถึงมากที่สุด เหมือนเราหมุนรอบตัวเขาอยู่ตลอด เราจะนอนด้วยกันเช้าเขาจะปลุกเราด้วยการเลียแขนเลียมือ ก็ตื่นมาพาเขาลงมาเดินทำธุระ พอเราทำงานกลับมาเขาจะนอนรอเราอยู่ตรงประตูในบ้าน ทุกครั้งที่เหนื่อยจากการทำงาน กลับมาบ้านเจอเขา ความเหนื่อยหายไปเลย นาทีที่เราได้ดูแลเทคแคร์เขารู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขมาก นวลรู้สึกว่าความรักของน้องหมาที่มีให้แก่เราเป็นรักที่ไม่มีข้อแม้ เหมือนกับเราเป็นแม่คนเดียวของเขา ถึงเขาจะมีพี่เลี้ยงคอยดูแลแต่เขายังมีความรักความผูกพันให้แก่เราตลอด ถึงแม้เขาจะมีรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปจากเดิม ตัวใหญ่ขึ้นผอมลง แก่ขึ้น ขนเริ่มขาว แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกว่ารักเขาน้อยลงเลย ในสายตาของเราเขายังเป็นที่รักของเราอยู่ตลอด เรียกว่าเป็นสุดที่รักของหม่ามี้ตลอดเวลา" นวลพรรณ เล่าอย่างออกรส
ขณะที่รักของหนุ่มนักธุรกิจคนนี้ ดูจะน่าเกรงขามสักหน่อย "บอย" ดร.เชษฐา ส่งทวีผล หรือที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากการเป็นผู้จัดงานแสดงสุดยอดยานยนต์ระดับพรีเมียมของทุกค่าย เจ้าของนิตยสารเกี่ยวกับรถยนต์ รวมถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเจ้าตัวบอกไม่ว่าครอบครัว ธุรกิจ หรือของสะสมเกิดจากความรักทั้งสิ้น โดยเฉพาะความรักในของสะสมอย่าง "ปืน" นั้นให้ทั้งประโยชน์และความสุข
“กว่าสิบปีมาแล้วที่ผมเริ่มเก็บสะสมปืน ตอนนี้น่าจะมีประมาณ 100 กระบอกได้ แรกๆ มีไว้เพื่อไว้ป้องกันตัวและทรัพย์สิน ถ้าจะแบ่งประเภทก็มีทั้งปืนสั้นพกพา และปืนยาวซึ่งใช้ยิงเป้า และล่าสัตว์ ส่วนใหญ่ผมสั่งซื้อในประเทศไทย จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องใบอนุญาตที่ถูกต้องตามขั้นตอน ซึ่งเกือบทุกกระบอกจะมีซีรีส์ นัมเบอร์สวยทั้งนั้น อาทิ ปืนลูกโม่ยี่ห้อ SV Infinity ขนาด .45 สั่งทำพิเศษ ด้ามพิเศษสีแดง ปืนลูกโม่ยี่ห้อ Cylinder & Slide ขนาด .45 หรือ 11 มม. ปี 2553 ต้องสั่งทำและรอคิวนานถึง 4 ปี ปืนสั้นรูปทรงไม่เหมือนปืนลูกโม่ธรรมดา ด้ามจับถูกดัดแปลงซึ่งทำจากไม้แท้ ส่วนปืนยาว ก็อย่างปืนลูกกรดยี่ห้อ Browning ขนาด .32 ปี 2553 ความพิเศษที่เป็นงานฝีมือ รุ่นนี้ผลิตในประเทศอเมริกาและถูกส่งไปแกะลายและสลักที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น ผมมองว่าการสะสมของรักประเภทนี้ นอกจากมีความสุขทางใจ ทุกครั้งที่นำปืนออกมาชื่นชม และมีโอกาสได้ใช้ฝึกยิง ก็จะได้สมาธิเป็นของแถม" ดอกเตอร์หนุ่ม กล่าวน้ำเสียงหนักแน่น
แต่ถ้าพูดถึงความรักในเรื่องของเวลา ต้องยกให้แก่หนุ่ม "นัท" ธนัท ตันอนุชิตติกุล ที่หลงใหลเรือนเวลาจนมีสะสมเอาไว้เป็นสมบัติส่วนตัวกว่า 10 เรือน ทั้งรักทั้งหวงโดยเฉพาะรุ่นที่หายาก รุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่น เรียกว่ายิ่งเก็บยิ่งเพิ่มมูลค่า แต่ไม่เคยคิดจะขายเพื่อหวังผลกำไรเลยสักครั้ง เพราะทุกเรือนล้วนแต่เป็นชิ้นงานที่มีคุณค่าทางจิตใจแทบทั้งสิ้น ซึ่งสิ่งที่ทำให้เขาหลงรักคือดีไซน์ของนาฬิกา เพราะแต่ละเรือนจะสามารถบ่งบอกถึงบุคลิกของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี
"ทุกเรือนที่ผมมีจะคอยหาเวลาคอยปัดฝุ่นเช็ดถูอยู่บ่อยครั้ง ถ้าเรือนไหนเอามาใส่เสร็จแล้วจะต้องเช็ดทำความสะอาดก่อนเก็บเข้ากล่องทุกครั้ง เป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้นาฬิกาเรือนที่ชอบมาอยู่ในครอบครอง บางครั้งแค่ได้ดูก็มีความสุขแล้ว เวลาไปร้านนาฬิกาผมสามารถอยู่ได้เป็นวัน สามารถเดินเข้าไปคุยกับผู้จัดการร้านกับเซลส์ บางยี่ห้อผมยังรู้ข้อมูลมากกว่าเซลส์ของเขาอีกด้วย และถึงแม้บางเรือนราคาจะค่อนข้างสูง (ลิบลิ่ว) แต่ทุกเรือนผมก็ตั้งใจหาซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของผมเอง ผมคิดว่าเราทำงานหนัก การได้ซื้อและได้ใส่ของที่เราชอบก็ทำให้มีความสุขแล้ว" หนุ่มรักนาฬิกากล่าวด้วยรอยยิ้ม
เช่นเดียวกับสาวอารมณ์ดี ที่กำลังหลงรักกิจกรรมยืดเส้นยืดสายสุดอินเทรนด์อย่างโยคะ "แตง" อลิสา อัศวโภคิน เธอบอกว่าก่อนหน้านี้เคยเทใจให้ "รองเท้า" แต่พักหนึ่งก็เริ่มปลงและไม่อยากยึดติดกับวัตถุ เลยเปลี่ยนมาขอรักตัวเองและพยายามทำให้ตัวเองดูดี โดยค้นพบรักแท้ "โยคะ" ครั้งแรกเมื่อได้ลองฝึกเล่นที่นิวยอร์กราว 10 กว่าปีก่อน นับแต่นั้นมาก็ยากจะถอนตัว !!
"เล่นโยคะแล้วรู้สึกว่าทำให้ร่างกายและจิตใจดี มีสมาธิ แตงว่างานทุกอย่างถ้าเราไม่มีความรักก็ยากที่จะทำออกมาดี อย่างโยคะแตงใส่ใจ และศึกษาเพิ่มเติม จนตอนนี้เปิดสตูดิโอโยคะ "ลัล ลา บาย" และผันตัวเองมาเป็นครูสอนสำหรับผู้เริ่มเล่นด้วย เล่นทุกวันสอนทุกวันจนตัวอ่อนแล้ว ไม่มีเบื่อเลย แต่ก็ต้องมีสมดุลในชีวิตด้วยค่ะ รักนี้ถึงจะยืนยาว" ครูโยคะผู้มีรักล้นใจ บอก
ปิดท้ายที่คนรักธรรมะ "อ้อย" อัจฉราวดี วงศ์สกล ที่หันเข้าสู่เส้นทางธรรมะมากว่า 12 ปี เธอจริงจังอย่างเต็มที่และพร้อมที่จะแนะนำแก่ผู้อื่นได้ 7 ปีที่ผ่านมา เธอเล่าให้ฟังว่าความรักที่ได้มอบให้และได้ตอบกลับมาจากธรรมะคือได้ดวงตาและได้เส้นทางที่ประเสริฐ ซึ่งก่อนนั้นก็วุ่นวายอยู่กับความมุ่งมั่นในมายาแสงสีเพื่อให้สำเร็จในสิ่งที่คาดหวัง แต่เมื่อหันหน้าเข้ามาธรรมะรับรู้เลยว่าสิ่งเหล่านั้นคือความจอมปลอม คือหน้ากาก คือความร้อนรุ่มและความทุกข์ใจ ไล่ไปจนถึงความทะยานยาก
"ความรักที่ธรรมะให้เราคือการหยุดในสิ่งที่เราคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ทำให้รู้จักพอ ให้ความเข้มแข็ง และให้เรารู้จักให้ ให้ความสมดุลและให้ความสุข และสิ่งที่ประเสริฐที่สุดคือให้เราได้ทำงานถวายพระพุทธเจ้า นั่นคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต และให้ความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่แก่ตัวเราเองด้วยเช่นกัน" คนรักธรรมะ แจงถึงความรักของเธอ
วาเลนไทน์นี้นอกจากจะมอบความรักให้แก่คนที่คุณรักแล้ว ลองมอบความรักให้แก่สิ่งรอบๆ ตัว แล้วคุณจะรู้ว่ามันคือรักที่ยิ่งใหญ่และให้ความสุขแก่คุณได้เช่นกัน...
..........................................
(ไฮฮอตวันเสาร์ : 'รัก'นี้ใช่เลย)



