
ช่วงเวลาพิเศษเสก'เมืองกรุง เมืองเทพ'
ศิลปวัฒนธรรม : ช่วงเวลาพิเศษ เสก 'เมืองกรุง เมืองเทพ'
"เมื่อวันหยุดต่อเนื่องกลับมาเยือนครั้งใด ผมอาจจะเหมือนหลายๆ ท่านที่เลือกจะไม่ท่องเที่ยวในช่วงวันพิเศษเหล่านั้น กลับใช้ชีวิตแบบสบายอกสบายใจอยู่ในเมือง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะต่างรู้ว่าทุกคนจะได้สัมผัสกับชีวิตอันแสนสะดวก ปราศจากอุปสรรคในการเดินทางไปยังที่ต่างๆ ซึ่งเราเคยรู้สึกว่าไกลเสียเหลือเกินเมื่ออยู่ในวันเวลาปกติ ทั้งจะได้ใกล้ชิดกับวันอันแสนสงบเงียบ และดูร่มรื่นตามสถานที่ต่างๆ ที่แทบจะเกิดขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกันในทันทีทันใดได้ดั่งราวมีปาฏิหาริย์...."
“ถ้ากรุงเทพฯ เป็นอย่างนี้ตลอดไปก็น่าจะดี ” นั่นคือความรู้สึกนึกคิดที่ฝังลึกในจิตใจของ สมศักดิ์ พัฒนพิฑูรย์ ศิลปินภาพถ่ายที่เคยได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานฯ ถึงสองครั้ง มีผลงานต่างๆ มากมาย รวมถึงงานนิทรรศการศิลปะภาพถ่ายชุด “รากไทย ” ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์เมื่อปี พ.ศ.2551
จนล่าสุดกับผลงานนิทรรศการศิลปะภาพถ่ายชื่อ “เมืองกรุง เมืองเทพ” แรงบันดาลใจที่เขาอยากถ่ายทอดความรู้สึกที่มักเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกครา ทุกครั้งที่มีโอกาสใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ ในช่วงวันหยุดต่อเนื่อง แม้จะเป็นเพียงระยะเวลาอันแสนสั้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาในหนึ่งปี กระนั้นก็ยังรู้สึกคุ้มค่าต่อการรอคอย เพื่อจะได้สัมผัสกับความสะดวก ความสงบเงียบและร่มรื่นอย่างที่เราโหยหามาตลอดในระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา
ทว่าเมื่อวันหยุดนั้นสิ้นสุดลง เจ้าตัวค้นพบว่าท่ามกลางการเติบโตเปลี่ยนแปลงของสังคมเมืองที่รวดเร็วและรุนแรง เมืองแห่งจินตนาการอาจไม่มีวันเกิดขึ้น ด้วยข้อจำกัดอันมากมาย ด้วยสารพัดปัญหาและเหตุผล ความสงบ ความดีงามในศาสนาที่ได้เติบโตและฝังรากลึกมายาวนาน ช่วยชดเชยบางอย่างอันขาดหายไปของสภาพความเป็น “เมืองกรุง” ได้เป็นอย่างดี
ศิลปิน ยอมรับว่า ทุกวันนี้คนกรุงเลือกรับและให้เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจนแทบผสานเป็นหนึ่งเดียวกันกับตัวเอง ทั้งทางด้านจิตใจและทางด้านวัตถุเพื่อคืนความสมดุล พร้อมมอบวันแห่งความสุขสงบกลับคืนมา คนกรุงได้สืบสานและค่อยๆ สร้างเสริม พัฒนา ผนวกไปกับจิตใจและวัตถุจนมีสภาพเปรียบได้ดั่งเป็น “เมืองเทพ” ที่เติบโตซ้อนทับและควบคู่ไปกับการเติบโตของเมืองกรุงตลอดมา
"เมื่อย้อนนึกถึงความปรารถนาของเรา ขณะที่หลายคนได้พยายามเสาะแสวงหาความสงบ ร่มรื่นเมื่ออยู่ในเมืองกรุง เราอาจคิดไม่ถึงเลยว่า สภาพบ้านเมืองที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ย่อมสะท้อนถึงส่วนหนึ่งในความพยายามที่จะตอบสนองความต้องการของเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เรากลายเป็นส่วนหนึ่งของความสงบ รวมทั้งความวุ่นวายต่างๆ ที่เกิดขึ้นโดยไม่อาจหลีกเลี่ยง ครั้นเมื่อเราเริ่มวิงวอนขอความช่วยเหลือจากเมืองเทพ ที่ที่เคยมอบความสงบสุขให้จิตใจและร่างกายอันแสนอ่อนล้าจากการดำเนินชีวิตในเมืองกรุง "เมืองเทพ" เองนั้นก็กลับถูกเราพัฒนาจนเติบโตอย่างซับซ้อนจนมีสภาพใกล้เป็น “เมืองกรุง” อย่างช้าๆ และในขณะเดียวกันนั้นเอง เราก็กำลังแสวงหาและพยายามให้เมืองกรุง ที่ดูวุ่นวายกลับไปสู่ความสงบและร่มรื่นให้ได้ดั่งเมืองเทพเช่นกัน" ช่างภาพระดับแถวหน้าแสดงความปรารถนา
ความน่าสนใจของผลงานชุดนี้ ไม่เพียงการนำเทคนิคการถ่ายภาพโดยการใช้ฟิลม์อินฟราเรด ชนิดขาว-ดำ ทำให้ได้ภาพที่ดูแปลกตาและหาชมดูได้ยากเท่านั้น หากผลจากการนำความคิด แรงบันดาลใจ ผนวกกับเทคนิคการถ่ายภาพดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ชมได้สัมผัสลึกถึงอีกหนึ่งมิติ อีกแง่ความคิด และบรรยากาศความสงบดูคล้ายจริงกึ่งฝัน ที่หลายคนใฝ่ฝันปรารถนาให้เป็นจริงอย่างทุกเมื่อเชื่อวัน
ภาพถ่ายได้ร้อยเรียงความปรารถนาของคนที่อาศัยอยู่ในเมืองกรุง ซึ่งมีความต้องการอย่างแรงกล้าและโหยหาความสงบดุจเมืองเทพที่ใฝ่ฝัน ภาพความสงบเงียบในแง่มุมต่างๆ ถูกนำเสนอด้วยเหตุผู้คนส่วนใหญ่เลือกวิธีผ่อนคลายท่ามกลางความรื่นรมย์แห่งธรรมชาติ วัดวาอารามดุจตัวแทนแห่งเมืองเทพที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ยามอ่อนล้า
ในขณะเดียวกัน ภาพความสงบนั้นเองถูกค่อยๆ พัฒนา เปลี่ยนแปลงจนวุ่นวายและยุ่งเหยิงคล้ายเมืองกรุงที่ทุกคนพยายามหนีจากสองภาวะแห่งความขัดแย้งและต้องอยู่ร่วมกัน สะกิดเตือนใจผู้ชมได้ตระหนักถึงความสำคัญแห่ง “ตน" ที่มีส่วนร่วมในทั้งสองสภาวะแห่ง “เมืองกรุง เมืองเทพ” ว่าควรจะทำเช่นไรจากนี้ต่อไปเพื่อให้ความเป็น “เมืองกรุง เมืองเทพ” กลับสู่สมดุลอีกครั้งหนึ่ง
ร่วมซึมซับความเป็นเมืองกรุงเมืองเทพ ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2555 เว้นวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ที่ หอศิลป์ วังท่าพระ มหาวิทยาลัยศิลปากร สอบถามเพิ่มเติมโทรศัพท์ 0-2623-6115 ต่อ 1418, 1422



