ไลฟ์สไตล์

12 ปี ร.ร.สร้างสรรค์สิ่งแวดล้อม

12 ปี ร.ร.สร้างสรรค์สิ่งแวดล้อม

08 ก.พ. 2555

12 ปี ร.ร.สร้างสรรค์สิ่งแวดล้อม'ตามรอยเท้าพ่อ อย่างพอเพียง' โดย...พิมพ์ชนก ศรเพชร

                   "ในหลวงทรงงานที่เกี่ยงข้องกับสิ่งแวดล้อมให้ประเทศมายาวนาน จึงจัดตั้งโครงการโรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมดีเด่น เฉลิมพระเกียรติขึ้น เพื่อเป็นการสนองพระราชปณิธานที่ทรงห่วงใยต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่" ศิริพร ศรีสุข ผู้จัดการฝ่ายส่วนกิจกรรมเพื่อสังคม สายงานรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด กล่าว

                   ศิริพร บอกว่า โครงการโรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมเฉลิมพระเกียรติ ภายใต้แนวคิด "ตามรอยเท้าพ่อ กับฮอนด้า" ดำเนินโครงการเป็นปีที่ 12 แล้ว ได้รับพระบรมราชานุญาตพระราชทานถ้วยรางวัลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นการทำโครงการของโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน มี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เป็นที่ปรึกษาโครงการ บริษัทฮอนด้าร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงมหาดไทย และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย อาจารย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

                   "โครงการ 'ศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญา รักษาสิ่งแวดล้อม ป่าสวย น้ำใส บ้านสันป่าไร่' แม้เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของสังคม แต่เป็นการจุดประกายการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ อนาคตเด็กๆ จะได้นำความรู้ไปถ่ายทอดในสังคมที่เขาอยู่ต่อไปได้" สมเจตน์ ครุฑปาน ผอ.โรงเรียนบ้านสันป่าไร่ หนึ่งในโรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมดีเด่น ระดับประถมศึกษา กล่าว

                   สมเจตน์ บอกว่า โรงเรียนนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม นำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้กับการเรียนการสอน มีธนาคารขยะให้นักเรียนรู้จักแยกขยะและรีไซเคิล พลังงานเชื้อเพลิงจากซังข้าวโพด ใช้สารสกัดชีวภาพแทนสารเคมี การบำบัดน้ำตามแนวพระราชดำริ โดยใช้ถังกรองน้ำและถังดักไขมันจากโรงอาหาร น้ำที่ผ่านการบำบัดมารดน้ำแปลงเกษตรอินทรีย์โดยใช้จักรยานปั่นน้ำ การรักษาป่าต้นน้ำ สร้างฝายเพื่อชะลอความเร็วของน้ำและกักเก็บน้ำไว้ใช้หน้าแล้ง นักเรียนเป็นเหมือนกระบอกเสียงเล็กๆ เป็นสื่อกลางนำความรู้ไปเผยแพร่ในครอบครัวและชุมชน

                    "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้พระราชดำรัสไว้หลายประการ น้ำเสียกับน้ำท่วมจะเจอปัญหาทุกปี พระราชดำรัสไว้ว่า จะทำอย่างไรให้น้ำเสียกลับมาเป็นน้ำที่ใช้ประโยชน์ได้ จะดีหรือไม่เราไม่ทราบขอให้สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้เป็นพอ" บุญเสริม สุริยา ผอ.โรงเรียนสันป่าตองวิทยาคม ผู้ริเริ่มโครงการในโรงเรียนฝางชนูปถัมภ์ โรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมดีเด่น ระดับมัธยมการศึกษา กล่าว

                   บุญเสริม บอกว่า โรงเรียนเน้นการรักษาพลังงานและสิ่งแวดล้อม การจัดการขยะ น้ำและพลังงานทดแทนเป็นสำคัญ โรงอาหารมีบ่อบำบัดน้ำเสียและถังดักไขมันเพื่อปรับคุณภาพน้ำสู่ชุมชน ร่วมกิจกรรมปลูกป่า สร้างฝายชะลอน้ำ การแลกเปลี่ยน "โรงเรียนสู่ชุมชน ชุมชนสู่โรงเรียน" คือการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาเผยแพร่ภายในโรงเรียน ให้เป็นส่วนหนึ่งในรายวิชาต่างๆ เพื่อให้นักเรียนเห็นความสำคัญของภูมิปัญญาท้องถิ่นและการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียนให้เด็กเป็นสื่อกลางเผยแพร่ความรู้สู่ชุมชน

                   เช่นเดียวกับ ฐิตติณัฐ ศักดิ์ธนานนท์ ผอ.โรงเรียนฝางชนูปถัมภ์ ผู้สานต่อโครงการ กล่าวว่า โรงเรียนนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการจัดการและส่งเสริมสิ่งแวดล้อม สอดแทรกหลักสูตรด้านสิ่งแวดล้อมทุกสาระการเรียนรู้และเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริของชุมชนขอบคุณนักเรียนที่มีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม มีเด็กเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม "กระบวนการจัดการเรียนการสอน ทำให้นักเรียนร่วมแรงร่วมใจกันรักษาสิ่งแวดล้อม การสอดแทรกเนื้อหาถือเป็นการปลูกฝังให้เด็กรู้จักและเห็นคุณค่าของสิ่งแวดล้อม นักเรียนทุกคนมีหน้าที่ในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมทั้งในโรงเรียนและชุมชนของตนเอง"

                   ด้านนักสิ่งแวดล้อมรุ่นเยาว์สองโรงเรียนอย่าง "น้องเบญ" ปัญจารี เงาส่อง อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนฝางชนูปถัมภ์ เล่าว่า ในหลวงสอนให้เธอและเพื่อนๆ รู้จักการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง จากโครงการตามแนวพระราชดำริ โรงเรียนมีโครงการเกษตรผสมผสาน เลี้ยงสัตว์และปลูกผักผลไม้ เศษกระดาษมารีไซเคิลเป็นเปเปอร์มาเช่ สมุดทำมือ ไขมันจากเศษอาหารนำมากรองทำเป็นเทียนไขได้ นำเศษใบไม้ เศษอาหารทำเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพ ทุกอย่างเป็นกระบวนการรักษาสิ่งแวดล้อม ใช้ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ อยากให้เพื่อนๆ รู้จักใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและความสำคัญของสิ่งแวดล้อม

                   นิติพงศ์ นิธิสมบัตวนิช อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนบ้านสันป่าไร่ เล่าว่า "โครงการนี้สอนให้รู้จักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า นำภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นส่วนหนึ่งของการเรียน นำเศษกระดาษเหลือใช้มาทำกระดาษสา ทำกระถางดินปลูกต้นไม้ ทำถ่านจากซังข้าวโพด การรณรงค์ใช้น้ำส้มควันไม้แทนยาฆ่าแมลง เพราะไม่มีอันตรายและไม่มีสารตกค้างในแหล่งน้ำ เขากับเพื่อนๆ ปลูกป่า ทำฝายแม้ว เป็นฝายที่ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อชะลอการไหลของน้ำไม่ให้ขาดแคลนช่วงหน้าแล้ง" 

                   "ผมว่า ผมโชคดีมากที่เกิดเป็นคนไทย มีในหลวงอยู่เคียงข้างคนไทย โครงการของในหลวงช่วยให้มีที่ทำมาหากิน สร้างอาชีพเองได้ รู้จักการใช้ชีวิตพอเพียง อย่างมีความสุข" นิติพงศ์บอกอย่างภาคภูมิใจ

............................................
(12 ปี ร.ร.สร้างสรรค์สิ่งแวดล้อม'ตามรอยเท้าพ่อ อย่างพอเพียง' โดย...พิมพ์ชนก  ศรเพชร)