ไลฟ์สไตล์

โรคหลอดเลือดสมอง

โรคหลอดเลือดสมอง

08 ก.พ. 2555

สมอง เป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดในร่างกาย ทำหน้าที่ในการรับความรู้สึก รับภาพ รับเสียง รับรส และความรู้สึกจากอวัยวะภายใน ควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย ภาษากายพูด สติปัญญาและความจำ

 เมื่อสมองได้รับอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุรถยนต์ ยานพาหนะ ศีรษะถูกระแทกจากการแข่งขันกีฬา หรือถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ก็จะมีผลทำให้สมองเกิดการสูญเสียหน้าที่ และปรากฏอาการออกมาในรูปของแขนขาพิการ อัมพาต ชัก ปากและใบหน้าเบี้ยว หรือสูญเสียสติและความรู้สึกตัว หรืออาจสูญเสียแก่ชีวิตได้
การสูญเสียหน้าที่การทำงานของสมอง
 นอกจากการทำงานของสมอง นอกจากการเกิดอุบัติเหตุแล้ว โรคของหลองเลือดสมองก็เป็นอีกโรคหนึ่งที่พบบ่อยที่สุดของโรคทางระบบประสาทวิทยา ซึ่งแบ่งกลุ่มโรคใหญ่ๆ ได้ 2 กลุ่ม
 1.โรคหลอดเลือดสมองตีบ หรืออุดตัน ซึ่งพบบ่อยมาก เกิดจากการตีบตันที่หลอดเลือดสมองเอง หรือเกิดจากการมีลิ่มเลือดอุดตันหลุดมาจากที่อื่น เช่น จากหัวใจและจากหลอดเลือดที่บริเวณคอ มาอุดตันหลอดเลือดสมองทำให้สมองบางส่วนเกิดการขาดเลือด
 2.โรคหลอดเลือดสมองแตก เกิดจากการแตกของหลอดเลือดสมอง ทำให้มีเลือดออกมาคั่ง และทำลายเนื้อสมองในบริเวณนั้นนอกจากนี้อาจกดเบียดสมองส่วนที่อยู่ใกล้เคียง ทำให้สมองส่วนนั้นทำหน้าที่ไม่ได้ตามปกติ เกิดการอัมพฤกษ์ หรืออัมพาตได้
โรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคที่พบบ่อยที่สุด
 แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
 1.โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน เกิดจากไขมัน หรือ ลิ่มเลือด มาอุดตันหลอดเลือดสมอง เนื้อสมองจึงขาดเลือดไปเลี้ยง และทำให้เซลล์สมองส่วนนั้นตาย
 สาเหตุ เกิดได้จากโรคหลายอย่างร่วมกัน ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง ที่สูงมากกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท โรคเบาหวาน โรคไขมัน และคอเลสเตอรอลในเลือดสูง โรคหัวใจบางชนิด อาทิ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหัวใจโต โรคอ้วน โรคการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ การสูบบุหรี่
 อาการ พบมีอาการ แขน ขา ข้างเดียว อ่อนแรง ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด มีนศีรษะ ซึมลง อาการเหล่านี้ จะเกิดขึ้นในระยะเวลาที่รวดเร็ว
 การรักษา หลังเกิดอาการภายใน 3 ชั่วโมงแรง อาจใช้ยาฉีดละลายลิ่มเลือด (rt-PA) เพื่อสลายลิ่มเลือดที่อุดตันออกไป ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้ตามปกติ ผู้ป่วยจำนวนมากอาจหายเป็นปกติ หรือมีอาการดีขึ้นมาก เมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่ไม่ได้รับยา หรือมาถึงโรงพยาบาลช้ากว่า 3 ชั่วโมง ภายใน  3 วันแรก ควรพักรักษาตัวในโรงพยาบาล เพื่อให้ยารักษาหลอดเลือด และปกป้องเซลล์สมองจะช่วยลดภาวะทุพพลภาพ และเสริมสร้างความสามารถของผู้ป่วยให้กลับมาได้ ภายใน 3 สัปดาห์ ควรได้รับการฟื้นฟูสมองด้วยยา และทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นฟูความสามารถทางการเคลื่อนไหว การพูดคุยและการใช้ภาษาให้กลับคืนมาได้ดีเร็วขึ้น
 2.โรคหลอดเลือดสมองแตก เมื่อหลอดเลือดสมองแตก จะทำให้เกิดเลือดคั่งอยู่ในเนื้อสมอง ไปกดเบียดเซลล์สมองให้ทำงานไม่ได้ และเกิดเซลล์สมองตายในที่สุด ในบางรายก้อนเลือดอาจมีขนาดใหญ่มาก จนทำให้ความดันภายในกระโหลกศีรษะสูงมาก และเสียชีวิตได้
 สาเหตุ โดยส่วนใหญ่เกิดจากภาวะความดันโลหิตสูง แล้วควบคุมความดันได้ไม่ดี หรือมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย
 อาการ พบมีอาการปวด หรือมึนศีรษะเฉียบพลัน ตามด้วยอาการซึมลง แขน ขา ข้างใดข้างหนึ่งอ่อนแรง พูดไม่ชัด อาจมีอาการชัก หรือหมดสติร่วมด้วย 
 การรักษา จะขึ้นอยู่กับตำแหน่งของเลือดที่ออกภายในสมอง และขนาดของก้อนเลือด ส่วนใหญ่จำเป็นต้องผ่าตัดสมอง เพื่อป้องกันการกดเบียดก้านสมอง ซึ่งหากเกิดภาวะนี้จะทำให้เป็นอันตราย และเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว ในปัจจุบันเทคโนโลยีของการผ่าตัด มีการใช้กล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูง(Microscope) ช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นความผิดปกติภายในสมองได้อย่างชัดเจน ทำให้เกิดการผ่าตัดได้ผลดีมากขึ้นลดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้มาก หลังผ่าตัดก็ต้องได้รับยาช่วยลดอาการบวมของสมอง ร่วมกับการทำกายภาพ และฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างต่อเนื่อง

โรงพยาบาลเชียงใหม่ ราม
โทร.0-5392-0333