
กรอบทางความคิด8ประการ
กรอบทางความคิด 8 ประการ:บ้านไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว
สวัสดีครับแฟนๆ ชาว “บ้านไม่บาน” สำหรับ “อินฟินิตี้อินท์” ที่ผมได้นำเสนอไปเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็เป็นที่ชื่นชมชื่นชอบของใครต่อใครไปทั่วประเทศ ตลอดจนพระสงฆ์องค์เจ้า ไม่เว้นแม้แต่บรรดาผู้สูงอายุ ที่ว่า “โดนใจ” แบบตรงๆ เต็มๆ เห็นว่าจะเป็นบรรดานักลงทุนประเภท “ไฮโซ+โลว์คอสต์” หรือ “ไฮโปรไฟล์+ไฮโปรฟิส” เพราะเป็นการลงทุนที่ไม่หนักจนเกินไปแบบสูงเกินเอื้อมเพียง 3 ล้านบาท++ กับการได้มาของอาคารทั้งหมด 8 หลัง
สำหรับวันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังถึงกรอบทางความคิด 8 ประการ ที่ผมมักจะเรียกว่าเป็น “อินฟินิตี้อิมเมจิเนชั่น” ซึ่งใช้เป็นหลักในการศึกษาค้นคว้ามายาวนานกว่า 6 ปี ตั้งแต่ครั้งที่เกิดมหาตภัย “สึนามิ” ซึ่งถือได้ว่าเป็นโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้เตรียมการรับมือไว้เลย เป็นผลให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตมากมายและทรัพย์สินคิดเป็นมูลค่ามหาศาลเป็นที่น่าเวทนาเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากเกิด “สึนามิ” ผมได้ถูกร้องขอให้หาแนวทางที่จะปรับปรุงฟื้นฟู ซ่อมสร้างอาคารบ้านเรือนที่เสียหาย ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นกรอบทางการศึกษาค้นคว้าวิจัย 8 ประการ ดังต่อไปนี้ คือ ประการแรก ต้องเป็นอาคารบ้านเรือนที่สร้างได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีอาคารบ้านเรือนนับพันนับหมื่นหลังที่กำลังรอคอยการฟื้นฟูบูรณะ จะมาสร้างโดยใช้เทคนิควิธีการก่อสร้างแบบเดิมๆ คงไม่ทันการณ์เป็นแน่ ซึ่งจะต้องหาวิธีที่สามารถสร้างแล้วเสร็จภายใน 1-3 สัปดาห์ (สำหรับโครงสร้างจะต้องสร้างเสร็จภายใน 1-3 วัน)
ประการที่ 2 ต้องเป็นอาคารบ้านเรือนที่แข็งแรงทนทาน สามารถต้านภัยธรรมชาติได้ในกรณีที่เกิด “สึนามิ” อีกครั้ง หรือเกิด “น้ำท่วมฉับพลัน” อีกครั้ง หรือเกิด “พายุโซนร้อน” อีกครั้ง จะต้องทนทานได้ดีระดับหนึ่ง ถึงจะเสียหายจะต้องเสียหายน้อยที่สุด ประการที่ 3 ต้องมีราคาประหยัด ใช้งบประมาณในการก่อสร้างต่ำที่สุดเพื่อที่ผู้ประสบภัยจะเดือดร้อนน้อยที่สุด ประการที่ 4 ต้องประหยัดพลังงาน หมายถึงผู้ที่อยู่อาศัยสามารถใช้ชีวิตอยู่ในอาคารบ้านเรือนดังกล่าวอย่างร่มเย็นเป็นสุข ไม่ร้อนอบอ้าว และสามารถสู้กับแดด ลม ฝน ได้อย่างดี ซึ่งหมายถึงว่าต้องเป็นมิตรกับสภาพแวดล้อม อีกทั้งยังต้องเป็นอาคารที่ใช้พลังงานต่ำ
ประการที่ 5 ต้องเป็นอาคารบ้านเรือนที่มีความสวยงามทางสถาปัตยกรรม ซึ่งหมายถึงรูปลักษณ์ที่ผู้เป็นเจ้าของภาคภูมิใจ อีกทั้งยังมีรูปแบบการตกแต่งภายในที่งามง่าย พอเพียงไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไปสมกับฐานะ และประการที่ 6 ต้องเป็นอาคารบ้านเรือนที่สามารถซ่อมบำรุงได้ง่าย นอกจากนี้ยังต้องสามารถปรับปรุง ต่อเติม ดัดแปลงได้ง่าย และใช้วัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างมีอายุใช้งานยาวนานกว่า 30 ปีขึ้นไป
ประการที่ 7 ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากครับและก็ทำได้ยากมากเช่นเดียวกันคือ ต้องสามารถยกเคลื่อนย้ายไปในที่ต่างๆ ได้ง่าย หมายถึงว่าถึงแม้จะสร้างเสร็จแล้ว หากเจ้าของบ้านมีความประสงค์จะยกเคลื่อนย้ายก็สามารถทำได้ง่าย และไม่ทำให้เกิดความเสียหาย และประการที่ 8 ซึ่งเป็นประการสุดท้ายจะต้องเป็น “ทั้งที่รักและที่พักอาศัย” หมายความว่า จะเป็นที่ที่คนอยากกลับบ้าน เป็นที่ที่ก่อให้เกิดความรักความผูกพันระหว่างคนกับบ้าน
กรอบทางความคิดทั้ง 8 ประการนี้แหละครับ เป็นข้อกำหนดที่สำคัญซึ่งเป็นผลให้ผมและคณะทำงาน “ชาวบ้านไม่บาน” อันประกอบไปด้วยบรรดาสถาปนิกและวิศวกรต้องทำงานอย่างหนักต่อเนื่องมายาวนานเกือบ 6 ปี ตั้งแต่ครั้งเกิดโศกนาฏกรรม “สึนามิ” เมื่อปลายปี พ.ศ.2547 ก็นับว่าโชคดีนะครับที่ทั้ง 8 ประการที่กล่าวมาข้างต้นสามารถบรรลุผลสำเร็จตามเป้าประสงค์ก็เลยกลายเป็นที่มาของโครงการ “บ้านมวลชน” ในราคาเพียงหลังละ 3 แสนบาท++ โครงการ “อินฟินิตี้อินท์” ซึ่งเป็นโรงแรมในสไตล์รีสอร์ท จำนวน 8 หลัง และโครงการ “อินฟินิตี้เอาท์เลท” ซึ่งเป็นโครงการในสไตล์ “ช็อปปิ้งคอมเพล็กซ์” จำนวน 8 หลัง ในราคาเพียง 3 ล้านบาท++ นอกจากนี้ยังสามารถสร้างให้แล้วเสร็จในระยะเวลาเพียง 1-3 สัปดาห์
พื้นที่หมดครับ เอาไว้ต่ออีกสองสัปดาห์หน้าผมจะมาไขปริศนาว่าผมทำอย่างไรจึงสามารถตอบโจทย์ทั้ง 8 ข้อได้อย่างครบถ้วน สำหรับท่านที่สนใจก็สามารถไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ยอดฮิตของชาว “คนรักบ้าน” www.homeloverthai.com สัปดาห์นี้คงมีสาระน่ารู้เพียงแค่นี้ แล้วพบกันได้ใหม่นับจากนี้ไปอีก 14 วันครับ
...................
(หมายเหตุ กรอบทางความคิด 8 ประการ:บ้านไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว)



