ไลฟ์สไตล์

'นิซวา'ทั้งเก่าทั้งเก๋

'นิซวา'ทั้งเก่าทั้งเก๋

05 ก.พ. 2555

คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า : 'นิซวา'ทั้งเก่าทั้งเก๋ โดย...กาญจนา หงษ์ทอง

                 ทั้งบาห์เรน กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  โอมาน  ซีเรีย จอร์แดน อิหร่าน อิสราเอลไปจนถึงปาเลสไตน์ ทำให้รู้ใจตัวเองแล้วว่าชอบประเทศแถบนี้เหลือเกิน ชอบในน้ำใจไมตรีของผู้คน มีโอกาสเมื่อไหร่ก็อยากแวะเวียนไปเที่ยวเรื่อยๆ

                 กลับจากแทนซาเนีย ต้องแวะเปลี่ยนเครื่องที่ โอมาน มีหรือที่ปล่อยให้โอมานลอยนวล ถึงจะเคยเที่ยวในมัสกัตมาแล้วก็เถอะ แต่เท่าที่รู้โอมานยังมีอีกหลายเมืองที่น่าเที่ยว รอบนี้เลยปักหมุดเอาไว้แล้วว่าจะไปเที่ยวเมืองสวยอย่าง นิซวา (Nizwa)

                 โอมานแอร์ (0-26351222) มีเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ ไปกลับมัสกัตทุกวันวันละหลายไฟลท์ หรือมี 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ จากมัสกัตไปนิซวามีรถประจำทางออกวันละ 2 เที่ยว เมืองนี้อยู่ห่างจากมัสกัตซักประมาณ 140 กิโลเมตร ใช้เวลานั่งรถประมาณชั่วโมงครึ่งก็ถึง ระหว่างทางก็สังเกตได้ว่าโอมานก็เหมือนประเทศอาหรับอื่นๆ คือถนนหนทางเขาเนี้ยบมาก  เลี่ยมกริ๊บเหมือนเพิ่งตัดเสร็จเมื่อวาน 

                 สภาพภูมิทัศน์โดยรวมก็จัดว่าแห้งแล้ง สลับกับบางช่วงเป็นเมืองเล็กๆ มีชุมชนตั้งอยู่ก็พอจะมีความร่มรื่นแทรกตัวอยู่บ้าง แต่อย่างที่รู้กันว่าที่นี่เขารวยน้ำมัน ค่าครองชีพก็แพง ลองถามคนที่นั่นเขาบอกว่าเงินเดือนคนจบปริญญาตรีเฉลี่ยอยู่ที่ 1,000 เรียล ก็ตก 8 หมื่นกว่าบาท ฟังแล้วน่ามาทำงานมาก ฟังดูเหมือนเยอะแต่เอาเข้าจริงพอสิ้นเดือนเขาบอกว่าแทบไม่มีเงินเหลือเก็บ เพราะรายได้เยอะแต่ก็ค่าครองชีพก็แพงตามไปด้วย

                 พอมาถึงนิซวาก็ค่อนข้างแปลกใจเล็กน้อย  ไม่คิดว่าจะมีนักท่องเที่ยวล้นเมือง โรงแรมก็เยอะ สำหรับคนจะค้างที่นี่คลิกไปเลือกได้ในเว็บไซต์อโกด้า (www.agoda.co.th) สาเหตุที่เมืองนี้เป็นที่นิยมของนักเดินทาง คงเป็นเพราะนิซวาเคยเป็นเมืองหลวงเก่าในช่วงศตวรรษที่ 6 ทำให้ที่นี่มีเรื่องราวและสถานที่ที่น่าสนใจ

                 ในอดีต ที่นี่คืออาณาจักรขนาดเล็กของโอมาน ทำการค้ากับอินเดีย จีน และเกาะซานซิบาร์ของแทนซาเนีย แถมยังเคยเป็นศูนย์กลางอำนาจของบรรดาอิหม่ามที่ปกครองอาณาเขตทางตอนใต้ของโอมานด้วย 

                 แรกเห็นนิซวาก็ต้องบอกว่า เป็นเมืองที่มีเสน่ห์เอาเรื่องอยู่ ก็อย่างที่บอก ขึ้นชื่อว่าโอมานไม่ว่าจะเร่ไปเมืองไหน เรื่องอัธยาศัยไมตรีของผู้คน หายห่วง แค่ด้านหน้าทางเข้า นิซวา ซุค ก็เจอผู้คนยิ้มแย้มอย่างเป็นมิตร

                 เมืองนี้เขามีผู้คนอาศัยประมาณ 7 หมื่นคน ผู้คนเขาทำมาหากินหลายอย่าง เพราะที่นี่เป็นศูนย์กลางของการทำอัญมณี งานหัตถกรรม และเป็นแหล่งปลูกอินทผลัมของโอมาน  

                 แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในนิซวากำลังมาแรงมาก  เดี๋ยวนี้นักเดินทางมาถึงโอมานไม่ได้หยุดแค่มัสกัต  แต่มักจะมานั่งรถมาเที่ยวที่นี่กันด้วย โดยเฉพาะถ้าเป็นวันศุกร์ตอนเช้าจะเยอะกว่าวันอื่น เพราะเขาจะมีตลาดค้าสัตว์ด้วย ชาวเมืองจะหอบแพะ แกะ วัวมาขายกัน 

                 น่าเสียดายฉันไปไม่ตรงวันศุกร์ แต่ไม่เป็นไร เพราะแค่บรรยากาศของนิซวา ซุค ที่เห็นอยู่ ถึงแม้ไม่ใช่วันศุกร์แต่ละวันก็จะมีคนมาซื้อขายกันอย่างคึกคัก

                 น่าเดินมากตลาดนี้ เขาจะแยกเป็นโซน โซนขายผักผลไม้ โซนตลาดปลาและเนื้อ  โซนขายของที่ระลึก และโซนที่อนุรักษ์สภาพและบรรยากาศของซุคโบราณเอาไว้

                 สำรวจตลาดเสร็จ  ยังมี ป้อมปราการประจำเมือง ที่เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของนิซวา นี่คือสถานที่ที่มีไว้ให้ทุกคนมาได้ตามรอยประวัติศาสตร์หน้าต่างๆ ทั้งของนิซวาและโอมาน

                 ตั้งแต่เดินอยู่ตรงตลาดก็จะเห็นความใหญ่โตโอ่อ่าของป้อมแห่งนี้แล้ว เป็นป้อมตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ที่ใช้เวลาสร้างนานถึง 12 ปีจึงจะเสร็จสิ้น  ตั้งแต่ทางเข้าจะมีปืนใหญ่ตั้งอยู่  พอผ่านเข้าไปใครไม่รีบร้อนเที่ยวจะนั่งพักผ่อนหรืออ่านข้อมูลก่อนเขามีคาเฟ่และมุมนั่งเล่นให้ด้วย 

                  ด้านในของป้อมนี่กว้างมาก  มีทั้งโซนที่ทำเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ความรู้ว่าสมัยก่อนชาวโอมานเขาใช้ชีวิตกันยังไง ทั้งเรื่องน้ำท่า เรื่องการกินการอยู่ ไปจนถึงเครื่องแต่งกาย ทั้งเสื้อผ้าและเครื่องประดับ  ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้าน

                 พอออกมาเดินด้านนอก เห็นบ่อน้ำหลายจุดมาก นั่นก็เพราะตัวป้อมสร้างบนธารน้ำที่ซ่อนอยู่ใต้ดิน ถึงจะถูกข้าศึกปิดล้อมยืดเยื้อนานแค่ไหนก็มีน้ำกินน้ำใช้  ตัวป้อมนั้นบึกบึนชวนให้รู้สึกว่าพวกข้าศึกที่บุกเข้ามาโจมตีในสมัยก่อนคงลำบากไม่น้อย นี่คือฐานที่มั่นของชาวเมืองที่เวลาถูกศัตรูรุกราน เขาจะอพยพผู้คนเข้ามาอยู่ในป้อม

                 กว่าจะเดินขึ้นบันไดวนขึ้นไปหาด้านบนของป้อมก็เมื่อยเหมือนกัน ตัวป้อมด้านบนสุด สามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวได้ 360 องศา ไม่ว่าใครจะบุกมาด้านไหนก็รับมือได้หมด นอกจากจะมีห้องประชุม ห้องวางแผนและบัญชาการ ก็ยังมีปืนใหญ่อยู่รอบด้าน  จะเห็นว่าบนหอคอยมีช่องที่เป็นเหมือนตะแกรง เวลาศัตรูบุกเข้ามาก็จะเอาพวกน้ำมันปาล์มต้มเดือดๆ ราดลงไปตามช่อง ภูมิปัญญาของคนสมัยก่อนนี่มองข้ามไม่ได้เลย

                 อยู่บนหอคอยของป้อมสามารถมองเห็นนิซวาได้ทั้งเมือง ด้านหนึ่งเป็นบ้านช่องห้องหับของชาวเมือง ด้านหนึ่งเป็นตลาด และด้านหนึ่งมองเห็นยอดสุเหร่าที่อยู่ติดกับป้อม

                 นิซวาจึงเป็นเมืองที่ถ้ามีเวลาให้โอมานอย่างไม่จำกัดจำเขี่ยจนเกินไป ลองไปด้อมๆ มองๆ เมืองนี้ดู แล้วคุณจะรู้ว่าเมืองที่ทั้งเก่าทั้งเก๋เป็นแบบไหน

.....................................
(คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า  : 'นิซวา'ทั้งเก่าทั้งเก๋ โดยกาญจนา หงษ์ทอง)