ไลฟ์สไตล์

ระวัง!โพสต์ชื่อบุคคลถูกฟ้องหมิ่นฯ

ระวัง!โพสต์ชื่อบุคคลถูกฟ้องหมิ่นฯ

02 ก.พ. 2555

'ไอซีที' ยันโปรแกรม 'ซิมซิมิ' ไม่ผิดก.ม. เตือนพิมพ์ชื่อบุคคลแล้วโพสต์ผ่านโซเชียล เจอข้อหาหมิ่นประมาท ด้าน วธ.วอนผู้ใช้ ถามอย่างสุภาพ ขณะที่ ผอ.สำนักเฝ้าระวังฯ เร่งประสานขอเจ้าของระบบคัดกรองคำไม่เหมาะสม

              2 ก.พ. 55   นายณัฐ พยงค์ศรี นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 กระทรวงไอซีที กล่าวว่า ไอซีทีได้ทราบข่าวเรื่องการใช้งานก็มีความกังวลใจเกี่ยวกับคำหยาบและภาษาที่ใช้ จึงได้ส่งอีเมลไปถึงผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นที่เกาหลีใต้เพื่อสอบถามว่ามีการควบคุมหรือคัดกรองคำหยาบอย่างไรบ้าง เมื่อ 1-2 วันที่แล้ว

              โดยผู้พัฒนาได้ขอโทษมาในเบื้องต้น โดยบอกให้ไอซีทีและผู้ที่เกี่ยวข้องแจ้งคำที่ไม่เหมาะสมไปให้ อย่างไรก็ตามแอพพลิเคชั่นดังกล่าวต้องใช้เวลาในการเก็บข้อมูล ซึ่งช่วงแรกยังมีจำนวนผู้ใช้งานน้อยทำให้มีคำในฐานข้อมูลน้อย จึงต้องใช้เวลาในการเก็บข้อมูลอีกระยะหนึ่ง

              "ไอซีทีไม่สามารถบล็อกหรือปิดกั้นการเข้าถึงแอพพลิเคชั่นนี้ได้ เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูล อีกทั้งการใช้งานซิมซิมิไม่มีอะไรที่เข้าข่ายผิดตาม พ.ร.บ.คอมพ์ 2550 แต่ถ้านำไปใช้ในทางไม่ดี เช่น ถามชื่อคนที่ไม่ชอบแล้วโปรแกรมตอบมาด้วยคำหยาบ โดยผู้ถามก๊อบปี้หน้าจอ แล้วนำไปเผยแพร่ต่อในสื่อสังคมออนไลน์ ก็อาจเข้าข่ายทำให้ผู้อื่นเสียงชื่อเสียง เป็นการหมิ่นประมาทมีความผิดตามกฎหมายอาญาได้" นายณัฐ กล่าวเตือน

 

วธ.วอนผู้ใช้ ป้อนคำถามกับ 'ซิมซิมิ' อย่างสุภาพ

 

             นางสุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) เปิดเผยว่า วธ.ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน เกี่ยวกับ การใช้โปรแกรมซิมซิมิ (simsimi) ในโทรศัพท์ระบบไอโฟน ไอแพด พีซี และระบบแอนดรอย อย่างไม่เหมาะสม ซึ่งรูปแบบของโปรแกรมคล้ายกับการถามตอบเพื่อความสนุกสนาน แต่ปรากฏว่า ผู้ใช้โปรแกรมดังกล่าว มีการสนทนากันอย่างไม่สุภาพมีการด่าทอกันอย่างหยาบคาย

              "ดิฉัน เห็นว่า เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม จึงอยากจะเตือนผ่านประชาชนให้ช่วยกันใช้โปรแกรมดังกล่าวอย่างสุภาพ เนื่องจากตนเห็นว่า ซิมซิมิ เป็นโปรแกรมที่มีประโยชน์ในการใช้ติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ในขณะเดียวกัน ตนห่วงว่า ปัจจุบันมีเด็กใช้โทรศัพท์ที่สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมซิมซิมิได้เป็นจำนวนมากจึงไม่อยากให้ใช้โปรแกรมเพื่อความสนุกสนามจนลืมความเหมาะสม" นางสุกุมล กล่าว

              นางสุกุมล กล่าวต่อว่า ตนได้สั่งการให้สำนักเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม ดำเนินการตรวจสอบ โปรมแกรมซิมซิมิ ว่ามีต้นตอมาจากที่ใด และอยากให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที)ช่วยประสานเจ้าของระบบให้มีการตรวจสอบการใช้ภาษาในการเล่นของสมาชิก 

               "สิ่งที่ดิฉันห่วงคือ เด็กและเยาวชน เพราะโปรแกรมนี้ จะเป็นเหมือนระบบการสอน เช่น สอนด่าคำว่า คอวอยอ หากว่า ระบบไม่มีฐานของคำ จากนั้นซิมซิมิจะตอบกลับมาว่า ฉันไม่มีคำตอบนี้ ช่วยสอนฉันหน่อย หากมีคนเข้ามาพิมพ์คำตอบให้ เช่น หมายความว่า อวัยวะเพศชาย ซิมซิมิก็จะจำความหมายดังกล่าว เพื่อใช้ตอบให้แก่คนที่ถามคำดังกล่าวซ้ำต่อไป"

 

ผอ.สำนักเฝ้าระวังฯ เร่งประสานขอเจ้าของระบบ คัดกรองคำไม่เหมาะสม

 

              ด้านน.ส.ลัดดา ตั้งสุภาชัย ผอ.สำนักเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กล่าวว่า ในเบื้องต้นตนทราบว่า โปรแกรมดังกล่าวมาจากสาธารณรัฐเกาหลีใต้ และระบบจะมีการตรวจสอบคำที่ไม่เหมาะสม ส่วนในประเทศไทย ระบบดังกล่าวจะไม่มีการตรวจสอบคำ มีเพียงการเตือนกันเองว่า เป็นคำที่ไม่เหมาะสมเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ตนจะประสานกับกระทรวงไอซีที ให้ช่วยดูแลเรื่องดังกล่าวหรือแจ้งไปยังเจ้าของระบบในประเทศไทยให้ช่วยมีระบบคัดกรองคำเหมือนเกาหลีใต้ด้วย รวมทั้งอยากเตือนเด็กและเยาวชนของเราให้ใช้โปรแกรมนี้อย่างเหมาะสม

              "การไปห้ามคงยากเพราะเป็นระบบออนไลน์ทั่วโลก แต่อยากให้เล่นอย่างถูกต้อง โปรแกรมจะเกิดประโยชน์ในการใช้งานมากกว่านี้สำหรับโปรแกรมซิมซิมิ เป็นโปรแกรมที่สามารถดาวน์โหลดได้ทั่วไป โดยผู้เล่นสามารถเล่นซิมซิมิได้ทันที โดยไม่ต้องมีการลงทะเบียน แต่ผู้ที่จะเข้าไปสอนจะต้องลงทะเบียนว่า อยู่ในประเทศไหน เบอร์โทรอะไร โดยที่ไม่ต้องมีการกำหนดหรือถามเรื่องอายุแต่อย่างใด"