
ล่องเรือโอบบุญกรุ่นตำนานเมืองเก่า
ศิลปะวัฒนธรรม : ล่องเรือโอบบุญ กรุ่นตำนานเมืองเก่า
ช่วงต้นปีเป็นฤกษ์ดีแก่การเริ่มต้นชีวิตใหม่ จะทำบุญปล่อยนกปล่อยปลาหรือใดๆ ก็สบายใจไปทั้งปี นี่คือหนึ่งในความเชื่อของชาวพุทธ ที่ปฏิบัติต่อๆ กันมาช้านาน แม้สภาพสังคมจะเปลี่ยนแปลงไปตามเวลาแต่ธรรมเนียมการเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นจารีตประเพณีที่สร้างความอุ่นใจให้มนุษย์มารุ่นต่อรุ่น เช่นเดียวกันกิจกรรม เอ็ม ไพรส์ เอ็กซ์คลูซีฟ ทริป จากเดอะมอลล์ ที่ขอพาลูกค้าคนสำคัญล่องเรือนสำราญแกรนด์เพิร์ลไปนมัสการพระ 9 วัด ตั้งแต่กรุงเทพฯ จนถึงพระนครศรีอยุธยา ที่นอกจากจะได้บุญกันถ้วนหน้าแล้ว การได้เห็นประวัติศาสตร์ของเมืองเก่ายังชวนให้หนุ่มสาวสมัยใหม่ได้มีใจรักประเทศไทยกันเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณเลยทีเดียว
ทัวร์บุญคู่ประวัติศาสตร์ออกสตาร์ทจากสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ท่าน้ำสี่พระยา ด้วยสถาปัตยกรรมชาววังและวิถีชีวิตริมแม่น้ำ อันเริ่มเฟื่องฟูในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวที่โปรดให้ขุดคลองการคมนาคมใหม่ เพื่อการสงครามและค้าขายและเมื่อริมสองฝั่งคลองเริ่มเจริญรุ่งเรืองการสร้างวัดหรือบ้านจึงเป็นการออกแบบที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมทั้งนีโอคลาสสิก โมร็อกโก และจีน มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่ารัชกาลที่ 3 ทรงส่งทูตไปสร้างสัมพันธภาพที่ประเทศจีน ทางฝั่งจีนได้มอบเครื่องปั้นดินเผามาให้เต็มลำเพื่อถ่วงน้ำหนักเรือไทยให้เดินทางกลับได้สะดวก แต่เมื่อกลับมาถึงมีสิ่งของแตกหักจำนวนมาก และด้วยพระอัจฉริยภาพพระองค์จึงรับสั่งให้นำเศษกระเบื้องไปสร้างเป็นวัดดีกว่าปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ ทำให้ปัจจุบันเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมริมฝั่งเจ้าพระยาจึงมีลวดลายกระเบื้องและวัฒนธรรมจีนแฝงอยู่มากพอสมควร
หนึ่งในนั้นคือ วัดกัลยาณมิตร ในกรุงเทพมหานคร กับการนมัสการพระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อโตซำปอกง จำลองพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ที่สุดแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ อันเป็นที่เคารพรักของชาวไทยเชื้อสายจีน องค์จริงนั้นตั้งอยู่ที่ วัดพนัญเชิงวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ก่อตั้งก่อนสมัยอยุธยากว่า 70 ปี และเพราะอยู่บริเวณเกาะรอบเมืองจึงไม่ได้ถูกทำลายจากการรบ ภายในวัดยังมีตำนานเล่าขานของ "เจ้าแม่สร้อยดอกหมาก" หญิงสูงศักดิ์ของจีนคนหนึ่งที่ถูกส่งตัวมาให้เจ้าเมืองที่ไทย เมื่อขบวนส่งตัวเดินทางมาถึงริมแม่น้ำเข้าเมือง เจ้าสาวจึงขอให้เจ้าเมืองข้ามฝั่งมารับ แต่โดนปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ว่าเดินทางมาไกลขนาดนี้แค่ข้ามแม่น้ำอีกนิดเดียวทำไมจึงทำไม่ได้ ด้วยประโยคนี้ทำให้พระนางน้อยใจก่อนตัดสินใจกลั้นใจตาย จากนั้นจึงมีการตั้งศาลและโดยชาวบ้านมักจะมาขอพรให้ความรักสมหวัง นับเป็นอีกหนึ่งตำนานความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ไม่ได้สวยงามตามฉบับแต่ก็เป็นที่เล่าขานและนับถือกันมาจนถึงปัจจุบัน
เมื่อก้าวมาฝั่งเมืองเก่า เค้ารอยของสงครามการต่อสู้และความสวยงามของวัฒนธรรมยังปรากฏชัด ทั้งกำแพงวิหารของ วัดสุวรรณดารารามราชวรวิหาร เป็นวัดที่สร้างสมัยช่วงต้นตระกูลของสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 มีการวาดรูปการชนช้างศึกสงครามของพระนเรศวรให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเรื่องราวการกอบกู้บ้านเมืองอย่างละเอียด ตามรอยมาต่อที่ซากอารยธรรมอันสวยงามของวิหาร 9 ห้อง วัดธรรมิกราช ที่ถูกสร้างขึ้นโดยพระเจ้าธรรมิกราช ด้วยโครงสร้างพื้นเสาที่ไม่ได้มีเหล็กเป็นฐานแต่กลับมีความแข็งแรงมากเพราะสร้างโดยปูนเปลือกหอยประสานด้วยน้ำตาลอ้อย แต่เมื่อถูกพม่าเผาทำลาย พระพุทธรูปสำริดศิลปะสมัยอู่ทองหรือหลวงพ่อแก่จึงเหลือแต่เศียร กล่าวกันว่าผู้ใดมีคดีความหากมาสาบานต่อหน้าพระพักตร์คนผิดต้องมีอันเป็นไปทุกคน
ก้าวต่อมาที่ตำนานวัดหลวงอย่าง วัดหน้าพระเมรุราชิการาม เคยใช้เป็นที่สำหรับสร้างพระเมรุถวายเป็นพระเพลิงพระบรมศพของกษัตริย์สมัยอยุธยาตอนต้น เป็นอีกวัดที่ไม่ได้ถูกพม่าทำลาย ตามตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาว่า เมื่อแม่ทัพพม่ากำลังจุดไฟปืนใหญ่เพื่อทำลายวัดปรากฏว่า ปืนเกิดแตกทำให้แม่ทัพบาดเจ็บสาหัส จากนั้นทัพพม่าจึงไม่กล้ายุ่งกับวัดนี้อีกเลยเชื่อว่าเป็นฤทธิ์การปกปักรักษาของ "พระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชรญ์บรมไตรโลกนาถ" ปัจจุบันจัดเป็นพระพุทธรูปสวยงามที่สุดของอยุธยา
เสน่ห์นอกเหนือจากศิลปะอันคลาสสิกของวัดเก่า คือเมื่อคนสมัยก่อนมีเงินทองก็นิยมสร้างวัดวาอารามเป็นศูนย์รวมลูกหลาน ชาวบ้านนชุมชน ถือว่ามีความสำคัญพอๆ กับห้างสรรพสินค้าในปัจจุบัน เกือบทุกวัดสร้างขึ้นด้วยพื้นฐานของความศรัทธา ความหวังดี ต่อประเทศชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ไม่ถือเรื่องเศรษฐกิจเป็นสำคัญทำให้เกิดที่มาอันหลากหลาย แต่คล้อยตามด้วยความดีงามสร้างความรู้สึกอุ่นใจคนรุ่นหลังเมื่อเดินทางไปสักการะได้อย่างดี
-------------------------
(ศิลปะวัฒนธรรม : ล่องเรือโอบบุญ กรุ่นตำนานเมืองเก่า)



