
ตะลึง!กำแพงวัดมหาธาตุมรดกโลกถล่ม
ตะลึง! กำแพงวัดมหาธาตุมรดกโลกถล่ม "สุกุมล" รุดตรวจสอบสวนแฉน้ำลดตอผุด บูรณะเมื่อ 30 ปีก่อนไร้มาตรฐาน สั่งเช็ควัดพระราม - ราชบูรณะเสี่ยงพังเพิ่ม เล็งยกเลิกงานกาชาดหวั่นส่งผลกระทบ กรมศิลป์เตรียมรายงานความเสียหายมรดกโลกจมน้ำยูเนสโก
เมื่อวันที่ 31 ม.ค. นางสุกุมล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม (วธ.) พร้อมด้วยนางโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากร และกรรมการมรดกโลก ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายของโบราณสถานวัดมหาธาตุ ภายในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้มีแนวกำแพงพังทลายลงมาความยาวกว่า 10 เมตร
นางสุกุมล กล่าวภายหลังการตรวจสอบว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นมีคล้ายคลึงกับโบราณสถานหลายจุดที่มีการบูรณะเมื่อ 30 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีข้อจำกัดทางด้านงบประมาณ ทำให้การบูรณะนำวัสดุเก่าใส่ไว้ด้านในของแนวกำแพงโบราณสถาน ด้านในจึงเป็นโพรง และไม่มีความแข็งแรง ซึ่งการบูรณะครั้งนี้ จะต้องทำให้เกิดความมั่นคงให้มากที่สุด โดยจะมีการก่ออิฐให้แน่นหนา มีความตัน
"ขณะเดียวกันดิฉันได้สั่งการให้สำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยาเร่งตรวจสอบโบราณสถานที่มีการบูรณะในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการบูรณะในลักษณะเดียวกันจึงอาจมีความเสี่ยงต่อการพังทลายเช่นเดียวกัน ส่วนการจัดงานกาชาด ประจำปี 2555 หรือ งานยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลกที่จะมีการจัดแสงสีเสียงนั้น จะต้องมีการหารือกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดอีกครั้งว่า งานดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อมรดกโลกหรือไม่ หากคิดว่าการแสดงส่วนใดมีความเสี่ยงก็จะต้องยกเลิกไปไ นางสุกุมล กล่าว
นางสุกุมล กล่าวต่อว่า ในส่วนของกรมศิลปากรคงจะต้องเร่งฟื้นฟูโบราณสถาน และเพิ่มความแข็งแรงของตัวโครงสร้างโบราณสถานเป็นหลัก ขณะเดียวกันในส่วนของการป้องกันน้ำท่วมที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ จะต้องมีการขุดลอกคูคลองโบราณเมืองเก่า ส่วนแผนระยะยาวนั้น จะมีการหารือถึงการดำเนินการอีกครั้ง เนื่องจากต้องใช้งบประมาณค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม การบูรณะโบราณสถานในบริเวณเกาะเมืองอยุธยา ได้รับงบประมาณมาแล้วกว่า 600 ล้านบาท แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นของแนวกำแพงวัดมหาธาตุจะมีการเสนองบประมาณเพิ่มเติมเพื่อใช้ในการบูรณะต่อไป
ด้านนางโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ทางกรมศิลปากร จะต้องรายงานเรื่องความเสียหายของแนวกำแพงวัดมหาธาตุ ไปยังองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโกอย่างเร่งด่วน เกี่ยวกับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในปี 2554 ในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ศรีสัชนาลัย ว่ามีอะไรบ้าง โดยเฉพาะใน จ.พระนครศรีอยุธยาที่มีความเสียหายแห่ง เช่น วัดมหาธาตุ วัดพระศรีสรรเพ็ชญ์ วัดราชบูรณะ ที่แช่น้ำเป็นระยะเวลานาน ที่สำคัญกำแพงแก้วของวัดมหาธาตุถล่มลงมา ถือเป็นประเด็นที่จะต้องเร่งนำเสนอ และกรรมการมรดกโลกต่างให้ความสำคัญ และมีความเป็นห่วง ส่วนวัดไชยวัฒนาราม แม้จะอยู่นอกเกาะเมือง ก็จะต้องมีการรายงานเช่นกัน เพราะถือว่าอยู่ในส่วนของเมืองมรดกโลกด้วย
นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า มีแนวทรุดเอียงและมีรอยแตกร้าวของพื้นที่โดยรอบกำแพงวัดมหาธาตุอีกหลายแห่ง เนื่องจากการบูรณะครั้งที่ผ่านมาขาดความมั่นคง จึงคาดการณ์ว่าอาจจะเกิดผลกระทบในลักษณะดังกล่าวอีกหลายแห่ง ซึ่งโบราณสถานที่มีการบูรณะในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ในกลุ่ม จ.อยุธยา ได้แก่ วัดพระราม วัดมหาธาตุ และวัดราชบูรณะ จึงมีความเสี่ยงต่อการพังทลายจากผลกระทบของน้ำฝนที่ท่วมขังเป็นเวลานาน ส่วนการบูรณะแนวกำแพงจะต้องมีการเสริมฐานรากให้มีความมั่นคง และมีการใช้อิฐก่อในลักษณะที่ตันให้มากขึ้น คาดว่าจะใช้เวลาในการทำงานประมาณ 20 วันจึงจะแล้วเสร็จ
ตรวจซากโบราณสถานกลางทุ่งนานครสวรรค์
เมื่อเวลา 13.00 น. จากกรณีที่ชาวบ้านหมู่ที่ 20 บ้านคลองกระดานเขตติดต่อบ้านสวนหลวง ต.บ้านไร่ อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ขุดพบกำแพงเมืองโบราณโผลกลางทุ่งนา ทำให้มีบรรดาเซียนหวย ชาวบ้านทั่วสารทิศแห่เดินทางมาจำนวนมากนั้น ล่าสุดนางสาวภัคคดี อยู่คงดี หัวหน้ากลุ่มโบราณคดีลพบุรี สำนักศิลปกรที่ 4 พร้อมคณะได้เดินทางมาสำรวจพื้นที่ เพื่อทำการบูรณะปรับปรุงเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ต่อไป ท่ามกลางบรรยากาศชาวบ้านกว่า 2000 คนมาขอหวยกันก่อนวันหวยออก
นางสาวภัคคดี กล่าวว่า จากการสำรวจร่องรอยทางประวัติศาสตร์เบื้องต้น พบว่าพื้นที่ดังกล่าวน่าจะเป็นวัดหรือเมืองเก่า ส่วนที่พบน่าจะเป็นเจดีย์เก่าแก่ 2-3 องค์ อายุราว 900-1,000 ปี อยู่ในยุคลอยต่อระหว่างลพบุรีกับสุโขทัย ส่วนจะมีอาณาบริเวณกว้างขนาดไหนคงต้องสำรวจอีกครั้ง ซึ่งเบื้องต้นได้ประสานยัง อบต.บ้านไร่ให้กันพื้นที่ไว้ก่อน เพื่อรองบประมาณมาขุดค้นและจะได้อนุรักษ์ไว้ศึกษาเป็นแหล่งเรียนรู้ต่อไป ซึ่งเรื่องนี้ชาวบ้านเองก็เข้าใจดีพยายามที่จะกันคนแล่ช่วยกันหางบประมาณมาอนุรักษ์ไว้ต่อไป
“ศิลปกรยังดำเนินการอะไรไม่ได้เต็มที่ เนื่องจากเป็นช่วงรอยต่องบประมาณ ขาดงบประมาณการขุด ซึ่งน่าจะต้องใช้เงินประมาณ 7 แสนบาทในการขุดค้นหรือบูรณะซ่อมแซมต่อไป ซึ่งเรื่องนี้ได้ประสานของบประมาณกับ อบต.บ้านไร่และ อบจ.นครสวรรค์เพื่อหางบประมาณมาดำเนินการต่อไป ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ เพราะคนยังหลั่งไหลมาจำนวนมากอยู่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันมีประชาชนทั่วประเทศที่ทราบข่าว ต่างเดินทางมาขอเลขเด็ดจำนวนมาก เพราะว่าหวยจะออกในวันพรุ่งนี้ ทำให้ร้านขายหวยขายดิบขายดีราคาใบละ 120 บาทยังไม่มีหวยจะขาย ขณะที่ตู้รับบริจาคเงินเพื่อนำไปสร้างอุโบสถวัดบ้านไร่มีคนบริจาควันละ 2-3 หมื่นบาทบรรยากาศท้องทุ่งนาจึงคึกคักคราค่ำไปด้วยคลื่นประชาชนเรือนหมื่นแห่ขอหวยกัน



