
สามี(ตัวดี)หนีหายไปเฉยเลย
ดิฉันอยู่กินกับสามีมา 5 ปีแล้วไม่มีลูกด้วยกัน ไม่ได้จดทะเบียนสมรส เราซื้อบ้านร่วมกันค่ะ ชื่อเป็นของสามี ดิฉันได้เซ็นในนามภรรยาผู้ยินยอมค่ะ
เรื่องเป็นแบบนี้ค่ะ สามีไปบวชเมื่อปี 2553 รวมระยะเวลาบวช 5 เดือนกว่าๆ หลังจากสึกมาก็มาอยู่กับดิฉันประมาณ 4 วัน หลังกจากนั้นก็ออกจากบ้านไปแล้วไม่ติตต่อกลับมาอีกเลย ดิฉันพยายามติดต่อก็ติดต่อไม่ได้
ตั้งแต่สามีบวช ดิฉันเป็นคนผ่อนบ้านค่ะ ทุกวันนี้ก็ยังผ่อนอยู่ค่ะ เราไม่ได้ทะเลาะกันไม่เคยมีปัญหาค่ะ ดิฉันรู้มาว่าสามีแอบไปอยู่กับเมียอีกคน ถ้าเขาทิ้งดิฉันไปแล้ว ดิฉันมีสิทธิในบ้านไหม ดิฉันต้องทำอย่างไร แจ้งความไว้เป็นหลักฐานดีไหม ถ้าผ่อนไปเรื่อยๆ กลัวว่าสามีจะกลับมาทวงสิทธิในบ้านค่ะ ทะเบียนบ้านสามีเป็นเจ้าบ้านค่ะ ดิฉันเป็นแค่ผู้อาศัย
อยากทราบว่า ดิฉันควรผ่อนบ้านต่อดีไหม กลัวผ่อนหมดแล้วจะไม่มีสิทธิในบ้านค่ะ ต้องทำอย่างไรดิฉันจึงจะมีสิทธิในบ้านคะ
กัญญา
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า จากข้อมูลคุณบอกว่า ได้เซ็นยินยอมในฐานะภรรยา ถ้าการเซ็นยินยอมในที่นี้คือ การค้ำประกัน ในที่นี้หมายถึงคุณเป็นลูกหนี้รายที่สองของธนาคาร ดังนั้นไม่อาจเลี่ยงความรับผิดชอบที่มีต่อเจ้าหนี้ได้
ทางที่ดีประการแรกเลยควรติดต่อสามี แล้วคุยกันให้ชัดเจนว่าจะจัดการอย่างไรกับบ้านหลังนี้ เพราะถึงคุณจะจ่ายค่าบ้านทุกเดือน แต่ที่สุดแล้วคุณก็ไม่มีสิทธิในบ้านหลังนี้ เพราะชื่อไม่ได้เป็นของคุณ แต่เป็นของสามี ขณะเดียวกันหากสามีไม่ส่งบ้าน และมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น คุณในฐานะลูกหนี้คนที่สอง ก็ต้องร่วมรับผิดชอบหนี้ที่เกิดขึ้นด้วย
ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือคุยกับสามีว่าจะดำเนินการอย่างไร ถ้าคุณอยากได้บ้านหลังนี้ไว้ แล้วสามีตกลงตามนี้ ก็ต้องคุยกัน แล้วไปเปลี่ยนคุณเป็นลูกหนี้ที่ซื้อบ้านกับธนาคาร แต่กรณีนี้ก็ต้องดูด้วยว่าธนาคารจะยินยอมหรือไม่ หรือถ้าสามียินยอมโดยที่คุณส่งบ้านจนหมด โดยที่ยังเป็นชื่อของสามี เมื่อถึงเวลานั้น ถ้าสามีไม่โอนให้ คุณเสียเปรียบอยู่ดี
แนะนำว่าให้ตัดใจ และไม่ควรจ่ายเงินต่อ น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดของคุณ
ส่วนเรื่องแจ้งความนั้น ไม่มีผลกับเรื่องนี้ เพราะนี่เป็นคดีแพ่ง ตำรวจจะรับแจ้งความเฉพาะคดีอาญาเท่านั้น
ลุงแจ่ม



