
สาธุๆ...'สวดมนต์ข้ามปี'ไฉนเรื่องดีๆถึงมีวิวาทะ!
สาธุๆ...'สวดมนต์ข้ามปี'ไฉนเรื่องดีๆถึงมีวิวาทะ! โดย...ผกามาศ ใจฉลาด
หากพูดถึงกิจกรรมยอดฮิตช่วงข้ามพ้นปีกระต่าย 2554 สู่ปีมังกร 2555 “สวดมนต์ข้ามปี” เป็นสิริมงคล เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ผู้คนสนใจเข้าร่วม ยิ่งได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งมหาเถรสมาคม (มส.) วัด สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) มีประชาชนเข้าวัดฟังเทศน์จำนวนมาก นับว่าประสบความสำเร็จเป็นที่กล่าวถึง แต่ไฉนต้องหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอีก เหตุก็เพราะเป็นกิจกรรมที่ดี ประสบผลสำเร็จนี่แหละ กลับกลายเป็นวิวาทะย่อยๆ แย่งเป็นผลงานระหว่าง 2 กระทรวงใหญ่
กิจกรรมจบ แต่การรายงานผลงานสวดมนต์ข้ามปีของกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กับ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ยังไม่จบ เมื่อการประชุมคณะรัฐมนตรีหลังปีใหม่ นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแล พศ. ขณะนั้น ชิงรายงานต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าเป็นผลงานของตน พศ. วัด มส. สสส. อ้างว่ามียอดคนสวดมนต์ข้ามปีทะลุ 1 ล้านคน ทุบสถิติใหม่ ดึงวัยรุ่นเข้าวัดมากถึงร้อยละ 80
ส่วนอีกฟาก “สุกุมล คุณปลื้ม” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ย้ำเน้นว่า เป็นแนวคิดของกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ตั้งแต่สมัย นางอุไรวรรณ เทียนทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รณรงค์วัยรุ่นเข้าวัด ธรรมะขึ้นห้าง โดยกรมการศาสนา (ศน.) ส่งรายงานผลเชิงคุณภาพมากกว่าปริมาณว่า งบ 6 ล้านบาททำให้เด็กและเยาวชน ประชาชนร่วมปฏิบัติธรรม 5 หมื่นคน แต่ใช่เข้าไปไหว้พระขอพรเฉยๆ มีตัวชี้วัดของการเข้าใจในหลักธรรมทางศาสนาถึงร้อยละ 70 เลยทีเดียว สามารถนำไปใช้ในชีวิตให้เกิดความสงบสุข ปลอดจากอบายมุข
ไม่ใช่แค่ช่วงปีใหม่ หากย้อนกลับไปก่อนหน้าเกิดอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ปลายปี 2554 หลายคนลงพื้นที่ตรวจโบราณสถานที่ตั้งอยู่ในวัดถูกน้ำท่วม ก็ลำบากใจ เมื่อทางวัด เจ้าอาวาส พระ บางรูป บอกว่า ไม่รู้ว่าจะบอกหน่วยงานใดมาช่วยเหลือ กรมศิลปากร กรมการศาสนา หรือ พศ. ความช่วยเหลือก็ไปไม่ถึง แต่เวลาของบช่วยเหลือ หรืองบบูรณะต่างฝ่ายต่างมีตัวเลขที่สูงลิ่ว สวนทางกับตัวเลขการให้ความช่วยเหลืออย่างลิบลับ ในเรื่องนี้เชื่อได้ว่า แม้แต่คณะสงฆ์ก็คงลำบากใจ
ในเรื่องนี้ สุกุมล ได้มอบหมายให้ สมชาย เสียงหลาย ปลัด วธ. และปรีชา กันธิยะ อธิบดีกรมการศาสนา ไปหารือกับ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.พศ. รวมถึงผู้บริหาร พศ. กรณีที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตและมองว่า การทำงานบางส่วนและหลายโครงการของ วธ.และ พศ. ที่ผ่านมามีความทับซ้อนกันมาก ดังนั้นต้องมีการหารือกันว่าจะทำอย่างไรไม่ให้ทำงานซ้ำซ้อนกัน โดยเฉพาะโครงการปี 2555 รวมถึงโครงการที่อยู่ระหว่างกำลังจัดทำของปีงบประมาณ 2556
“เข้าใจว่าการทำงานของ วธ.และ พศ.มีเนื้องานและขอบเขตงานที่ใกล้เคียงกันมาก จึงเป็นสาเหตุหลักที่ต้องพูดคุยเรื่องนี้ให้ชัดเจน เพื่อให้การขับเคลื่อนงานมีศักยภาพและบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ เป็นการประหยัดงบประมาณ ทั้งนี้ จากนี้ต้องแบ่งงานให้ชัดเจนว่า หน่วยงานใดจะทำเรื่องอะไรบ้าง งานใดคิดว่าร่วมกันทำแล้วมีประโยชน์และจะประสบความสำเร็จมากกว่าแยกกันทำ ก็จะคงดำเนินการต่อไป” สุกุมล แจกแจงรายละเอียด
ด้าน นพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.พศ. มองว่า พศ.เน้นสนองงานคณะสงฆ์ วัด แต่กรมการศาสนาเน้นศาสนพิธีต่างๆ และส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมบางส่วน หากจะวัดว่าใครทำงานได้ครอบคลุมกว่า อยากให้เปรียบเทียบจำนวนศาสนิกของศาสนาพุทธในไทยมีมากถึงร้อยละ 90 พศ.มีเจ้าหน้าที่ 1,100 คนดูแล งบประมาณ 4,000 ล้านบาท แต่กรมการศาสนาดูแลการเผยแผ่ศาสนิก 5 ศาสนาไม่ถึงร้อยละ 10 มีเจ้าหน้าที่ดูแล 115 คน คงไม่เพียงพอต่อการดูแลชาวพุทธทั้งหมด
ด้วยเนื้องานบางอย่างที่ซ้ำซ้อนกัน ผอ.พศ.ยอมรับว่า มีกระแสยุบรวม 2 หน่วยงานจริง แต่การปฏิรูประบบราชการตั้งแต่ปี 2545 มาถึงปัจจุบัน เป็นหน้าที่ของ ก.พ.ร.เท่านั้นเป็นผู้ประเมินผลงานแต่ละหน่วยงาน จะออกมาอย่างไร จะยุบหรือรวม ซ้ำซ้อนหรือไม่ ที่สำคัญต้องถามไปยังคณะสงฆ์ด้วยว่าเห็นด้วยหรือไม่ งบ พศ. 4,000 ล้านบาท สนองงานคณะสงฆ์อย่างเต็มที่ แบ่งเป็นเงินนิตยภัต 1,000 ล้านบาท การศึกษาสงฆ์ 1,000 ล้านบาท เงินบริหาร 1,000 ล้านบาท เงินเดือนข้าราชการ 1,000 ล้านบาท
“จึงไม่อยากให้คิดว่าจะรวมหรือไม่รวม ซ้ำซ้อนหรือไม่ อยากให้ดูที่ผลการประเมินผลงานมากกว่า การส่งเสริมคุณธรรมของคนในชาติเป็นเรื่องที่ดี ควรจะมีหน่วยงานทำกันมากๆ ซ้ำซ้อนในเรื่องนี้มากๆ งานพศ.ไม่ใช่การสั่งการคณะสงฆ์ แต่เป็นการรับนโยบายคณะสงฆ์มาทำ ส่งเสริมศักยภาพคณะสงฆ์ให้เด่นชัด นำหลักธรรมคำสอนไปยังประชาชนมากที่สุด ต่อไปจะเน้นการจับมือทำงานกับทุกภาคส่วน พศ.ทำงานคนเดียวไม่ได้” ผอ.พศ.กล่าว
ผลปฏิรูประบบราชการของ ก.พ.ร. ในอนาคต จะต้องมี “คำตอบ” ที่ชัดเจนให้กับทั้ง 2 หน่วยงานว่าจะต้อง "ทำหน้าที่" กันอย่างไร จะรวมกันอยู่หรือแยกกันทำ ชาวบ้าน พระสงฆ์ จะได้ไม่สบสน มีเรื่องเดือดร้อนเร่งด่วนแต่ต้องมาเสียเวลาคิดก่อนว่าจะแจ้งใคร หน่วยงานใหน แจ้งผิดก็ถูกโยนกันไปมา สงสารประชาชนตาดำๆ ล่าสุด ปี 2555 รัฐบาลจัดงานฉลองสัมพุทธชยันตี 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า มอบหมายให้ พศ.จัดงานประชุมวิชาการ มอบหมายให้ วธ.จัดกิจกรรมศิลปวัฒนธรรมประกอบ แถมพิษน้ำท่วมใหญ่ยังทำให้ พศ. ต้องย้ายมาอยู่ตำตาตำใจที่อาคารธนาลงกรณ์ร่วมกัน วธ. อีก นี่แหละหน่วยงานพี่หน่วยงานน้องเกิดจากแม่เดียวกันคือกระทรวงศึกษาธิการ ยิ่งแยกเหมือนยิ่งเจอ
......................................
(สาธุๆ...'สวดมนต์ข้ามปี'ไฉนเรื่องดีๆถึงมีวิวาทะ! โดย...ผกามาศ ใจฉลาด )



