ไลฟ์สไตล์

สนามเรื่องสั้น-สั้น:ปากดำ

สนามเรื่องสั้น-สั้น:ปากดำ

29 ม.ค. 2555

สนามเรื่องสั้น-สั้น : ปากดำ : โดย...ธารา ศรีอนุรักษ์

ปากดำ จุ๊ๆๆๆ

               แค่ทำเสียงเท่านี้ สุนัขพันธุ์พื้นเมืองขนสีน้ำตาลเข้มชื่อ ปากดำ ก็วิ่งกระดิกหางเข้ามาหาเจ้าของอย่างว่าง่าย ทุกๆ เช้ายามที่ ชัย หนุ่มใหญ่วัยสามสิบกว่าต้องออกเรือในทะเลสาบ เพื่อเก็บไซที่วางมาตั้งแต่เมื่อคืน เพื่อนคู่กายที่ขาดไม่ได้ก็คือ ปากดำ

               ชัยเจอปากดำจากมีคนนำใส่ลังมาทิ้งไว้ที่หน้าวัด วันนั้นพอเขาเสร็จจากทำบุญขณะเดินกลับบ้านผ่านซุ้มประตูวัดก็ได้ยินเสียงร้องหงิงๆ ดังอยู่ในลังกระดาษ จึงเดินเข้าไปดู เห็นลูกหมาสี่ห้าตัวนอนอัดกันอยู่ในลังเบียร์ เกิดความสงสารจึงจับออกมาให้อยู่ข้างนอก

               ตอนแรกชัยก็ไม่อยากจะนำตัวไหนมาเลี้ยง เพราะไม่ต้องการเพิ่มภาระให้ตัวเอง แต่พอลุกขึ้นยืนหันหลังก้าวออกจากตรงจุดนั้น มีตัวหนึ่งวิ่งไล่มาพัวพันเท้าอย่างไม่ยอมเลิกรา แม้นำกลับไปวางยังจุดแรกพบหลายครั้งแล้ว แต่สุดท้ายพอออกย่างเท้าเดินหนีมันก็วิ่งตามมาอีก พร้องส่งเสียงร้องหงิงๆ อย่างน่าสงสาร และพอชัยอุ้มขึ้นดูหน้า เห็นแววตาใสแป๋วมองมาประหนึ่งต้องการจะอ้อนวอนให้นำกลับไปบ้านด้วย อีกยังลู่หูลง หน้าตาทะเล้นขี้เล่น วูบนั้นชัยรู้สึกถูกชะตากับเพื่อนสี่ขาตัวจ้อยนี้ยิ่งนัก จึงตัดสินใจนำมาเลี้ยงอยู่ด้วย

               ที่ผ่านมาชัยอยู่บ้านคนเดียว หลังจากอายุครบบวชและได้บวชหนึ่งพรรษากาลตามความเชื่อชายไทยนับถือพุทธศาสนา พ่อกับแม่ก็ทยอยกันละสังขารจากไป ทิ้งบ้านไม้โบราณริมฝั่งทะเลสาบกับที่ดินแปลงเล็กๆ เป็นมรดกชิ้นสุดท้ายไว้ให้ บ้านหลังนี้จึงเปลี่ยวเหงายิ่งนัก ประกอบกับบุคลิกส่วนตัวของชัยที่ไม่ชอบสุงสิงใคร แถมมีหน้าตาดุดัน ขนาดเด็กเล็กๆ ไม่กล้าเดินผ่านบ้าน จนหลายคนให้สมญานามว่า ‘ชัยหน้าหิน’ เวลาใครเอ่ยชื่อนี้แล้วไม่แน่ใจว่าถูกคนหรือเปล่า มักจะมีสร้อยตาม เท่านี้เป็นอันรู้กัน

               นับตั้งแต่บ้านไม้โบราณเพิ่มสมาชิกใหม่เข้ามา ชัยเหมือนคลายจากความหน้าหินเป็นหน้านิ่มลงไปทุกขณะ เจ้าปากดำมีเรื่องมากมายทำให้เขายิ้มและหัวเราะอยู่เสมอ เขาเป็นคนตั้งชื่อให้มันเองว่า “ปากดำ” ยึดเอาคุณลักษณะพิเศษคือ ถึงแม้ขนตามลำตัวจะสีน้ำตาลเข้ม แต่ตรงปากกลับดำสนิท แถมลิ้นยังเป็นปานสีดำอีก

               ชัยเลี้ยงเจ้าปากดำไม่ต่างจากลูกในไส้ รัก ห่วงใย ดูแล จนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของตัวเอง ถึงขนาดหากเห็นชัยที่ไหนต้องเห็นเจ้าปากดำที่นั่น

               เช้านี้พอลงจากบ้านชัยก็เอ่ยเสียงเรียกเพื่อนยากสี่ขาหูตูบ เพราะถึงไม่เรียกมันก็ต้องวิ่งแจ้นตามมาอยู่แล้ว จุดหมายอยู่ตรงริมฝั่งทะเลสาบที่มีเรือหางยาวพ่วงเครื่องยนต์จอดเทียบฝั่งอยู่ พอไปถึงชัยก็จัดการเอาสัมภาระต่างๆ ลงเรือ เสร็จแล้วหันมาจุ๊ปากให้เจ้าปากดำแทนคำพูดบอกให้รออยู่ตรงนี้ อันที่จริงเมื่อก่อนชัยนำเจ้าปากดำลงเรือไปด้วย แต่ประสบการณ์ครั้งที่เพื่อนยากตื่นน้ำ พอเจอคลื่นเล็กๆ โถมใส่เรือโคลงเคลงก็ส่งเสียงเห่าว็อกๆ ออกมาดั่งลั่น เลยไม่อยากเสี่ยงนำออกทะเลอีก
 ชัยใช้เวลาประมาณหนึ่งถึงสองชั่วโมงในการออกเรือเก็บไซในทะเลสาบ โดยปล่อยให้ปากดำนอนรอยู่ตรงจุดจอดเรืออย่างแสนรู้เหมือนเช่นวันที่ผ่านมา แต่แล้วพอกลับถึงฝั่งวันนี้ วูบแรกที่เขามองมายังจุดที่เจ้าปากดำเคยส่งเสียงเห่าอย่างดีใจเมื่อเห็นเรือ วันนี้กลับไม่เห็นแม่แต่เงาและเสียงของเพื่อนยาก ให้รู้สึกแปลกๆ ใจชอบกล

               ชัยใช้เวลาร้องเรียกเจ้าปากดำอยู่เป็นนานสองนานก็ไม่เห็นวี่แวว จึงตัดสินใจเที่ยวออกตามหา เจอใครชัยก็สอบถามว่าเห็นหมาตนไหม ผ่านที่หลืบ ป่าละเมาะ หรือตรงไหนที่สงสัยว่าเจ้าปากดำอาจวิ่งมาเล่นซุกซนก็ส่งเสียงร้องเรียก แต่แล้วผลตอบรับกลับเหมือนๆ กัน คือความเงียบและผิดหวัง
 เจ้าของสมญานาม ชัยหน้าหิน บัดนี้ไม่หลงเหลือความแข็งกระด้างบนใบหน้าสักนิด หัวใจเขาเต็มไปด้วยความห่วงใย กังวล หวั่นวิตก ต่างๆ นานา เที่ยวเดินร้องเรียกหาเพื่อนสี่ขาเหมือนคนคลุ้มคลั่ง เจอใครก็รี่เข้าไปถามเผื่อเจอวี่แวว แต่ทุกคนก็ตอบทำนองเดียวกัน คือไม่เห็น ไม่รู้ ไม่ทราบ

               ชัยเที่ยวตามหาเจ้าปากดำจากสายจนเที่ยง เลยไปถึงย่ำบ่ายก็ยังไม่เจอเพื่อนยาก เขารู้สึกทุกข์จนไม่เป็นอันทำอะไร กลับมาบ้านเพื่อหวังกินอะไรพอเป็นกำลัง แต่ก็กินไม่ลง เพราะทุกวันถึงเวลาอาหารจะมีเจ้าปากดำคอยหมอบนอนอยู่ใกล้ๆ เอาคางมาหนุนเท้าเขานอนรอเจ้านายกินเสร็จ แล้วค่อยกินทีหลังอย่างแสนเชื่องและเข้าใจ

               คืนนั้นชัยเข้านอนด้วยอารมณ์ทุกข์ระทม เขาแทบไม่เชื่อตัวเองว่าจะหลั่งน้ำตาออกมาอีกครั้ง เพราะหลังจากเคยร้องไห้เมื่อตอนพ่อกับแม่เสียก็ไม่เคยมีน้ำตาอีกเลย หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย ห่วงว่าเจ้าปากดำจะมีอันตราย รถชน งูกัด ถูกคนจับไปทำเป็นอาหารเหมือนที่เป็นข่าว เขานอนไม่หลับ กระทั่งได้งีบนิดหนึ่งด้วยความอ่อนเพลียเมื่อตอนใกล้รุ่ง “พี่ชัยครับ พี่ชัย อยู่มั้ยครับ” ชัยสะดุ้งตื่นพรวดขึ้นมาจากที่นอน เพราะเสียงร้องเรียกอยู่หน้าบ้าน เขาทะลึ่งตัวขึ้นแล้วเดินออกไปเปิดประตู มองไปยังต้นเสียง จึงเห็นเด็กหนุ่มผู้มีอาชีพออกเรือเช่นเดียวกันยืนอยู่หน้าบ้าน “เมื่อวานเห็นพี่เที่ยวตามหาหมา ผมได้ข่าวมาว่าทางสาธารณสุขอำเภอจัดส่งเจ้าหน้าที่กวาดล้างหมาจรจัดที่ไม่มีปลอกคอ ถ้าไงพี่ลองไปที่นั่นดูนะครับ ก่อนเขาจะเคลื่อนย้ายหมาไปที่อื่น” “ขอบใจมากน้อง”

               ชัยแสดงอาการดีใจออกมาสุดขีดกับเบาะแสและประกายความหวังนั้น เขารีบเร่งล้างหน้าผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าแบบลวกๆ แล้วนำมอเตอร์ไซค์ออกมาจากที่จอด สตาร์ทขับมุ่งไปยังสถานที่ที่คาดว่าเจ้าปากดับถูกจับอยู่ทันที

               รู้สึกแรกที่ชัยมองไปยังกรงขังสุนัขที่ถูกจัดสร้างขึ้นเฉพาะกาล ภายในมีสุนัขถูกขังแออัดกันอยู่หลายสิบตัวที่สาธารณสุขประจำอำเภอ คือมั่นใจว่าเจ้าปากดำต้องอยู่ในนั่น เขาไม่รอช้ารีบนำรถไปจอดแล้วเดินเข้าไปยังกรงเหมือนมีแรงดึงดูด สุนัขหลายตัวนอนหมอบราบอยู่กับพื้นกรงด้วยแววตาสิ้นหวังน่าสงสาร และหลายตัวเดินพล่านไปมาในกรงหาทางออกอย่างไม่ยอมเหน็ดเหนื่อย บ้างก็ส่งเสียงเห่าลั่นตลอดเวลาเหมือนกับรู้ชะตากรรมของตนว่า หากไม่ออกไปจากกรงมรณะนี้ อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าจะมีจุดจบเยี่ยงไร

               ชัยส่งเสียงร้องหาเจ้าปากดำเพื่อนยากอยู่ครู่หนึ่ง พลันนั้นเองเขาหัวใจเต้นตูมเมื่อเห็นสุนัขขนสีน้ำตาลเข้มตัวหนึ่งในกลุ่ม ชันหูขึ้นจากอาการนอนหมอบราบอยู่กับพื้นกรง และพอมันหันมาเห็นเขา ราวกับว่าโลกทั้งโลกสว่างจ้าขึ้น “ปากดำ...ปากดำ ลูก” ถึงตอนนี้ชัยรู้แล้วว่าเขารักปากดำเหมือนอะไร แม้เขาจะพยายามยื่นมือไปสัมผัสมันที่หัวของเจ้าปากดำ แต่ด้วยกรงที่ถูกออกแบบอย่างดี มีตาข่ายลวดเส้นใหญ่หุ้มเป็นผนังภายในอีกที จึงทำได้แค่ใช้ปลายนิ้วมือสัมผัสขนบางๆ ที่หัวมันเท่านั้น
 ชัยนั่งรออยู่ข้างกรงจนถึงเวลาทำงานราชการ และพอเจ้าหน้าที่คนแรกเข้ามายังสำนักงานเขารี่เข้าไปแจ้งความจำนงขอสุนัขคืนทันที ซึ่งขั้นตอนการปล่อยตัวสุนัขไม่ยากอะไรหากเจ้าของแจ้งว่าเป็นเจ้าของและยอมจ่ายเงินฉีดวัคซีน เอาตราเครื่องหมายว่าผ่านการฉีดยาแล้วแขวนไว้ที่ปลอกคอสุนัข ซึ่งชัยยอมปฏิบัติตามทุกขั้นตอนอย่างเต็มใจ

               ช่วงที่เจ้าหน้าที่เปิดกรง เจ้าปากดำเหมือนรู้ว่านี่คืออิสรภาพสำหรับมัน จึงพุ่งออกมาทันทีที่ฝาประตูเปิด แล้วโผเข้ายกขาหน้าตะกุยท้องเจ้าของอย่างแสนรัก พร้อมส่งเสียงร้องหงิงๆ ตลอดเวลา ชัยคุกเข่าลงกอดคอเพื่อนยากสี่ขาด้วยคิดถึง สองตาของเขารื้นไปด้วยน้ำตา

               “เดี๋ยวไปฉีดยากันนะ ใครจะไม่จับเอาไปอีก” ชัยส่งเสียงกระซิบเบาๆ ขณะที่เจ้าปากดำวีหางไปมา ประหนึ่งบอกให้เขารับทราบคำตอบว่า ‘ตกลง’

--------------------------

(สนามเรื่องสั้น-สั้น : ปากดำ : โดย...ธารา ศรีอนุรักษ์)