
'นาจ'อาหารไทยเอาใจลิ้นคนไทย
กม.ชวนชิม : 'นาจ' อาหารไทยเอาใจลิ้นคนไทย
ร้อยทั้งร้อยแม้กระแสอาหารต่างชาติอย่างยุโรป จีน แขก เกาหลี หรือ ญี่ปุ่น จะเข้ามาโด่งดังในบ้านเรา แต่นั่นก็เพียงชั่วครู่ชั่วยาม รับประทานได้ไม่กี่ครั้งเป็นต้องหันกลับมาตายรังกับอาหารบ้านๆ ของไทยอยู่ร่ำไป ด้วยเหตุนี้ "นาจ" ร้านอาหารไทยรสจัดจ้านตามแบบฉบับลูกหลานชาวใต้ย่อมเข้าอกเข้าใจลิ้นคนไทยเป็นอย่างดี เพราะตั้งหลักปักฐานเปิดให้บริการในย่านคนมีตังค์บนถนนสีลมเข้าซอยคอนแวนต์มาเนิ่นนานถึง 7 ปี ทำให้คนไทยรวมถึงฝรั่งมังค่าต่างก็ดาหน้ามาลิ้มลองเมนูพื้นบ้านและอาหารชาววังกว่า 100 จานแบบไม่ขาดสาย
ตัวบ้านไม้สักทองร่วมสมัยระหว่างความเป็นไทยและสถาปัตยกรรมแบบยุโรป 3 ชั้น อายุอานามไม่ต่ำกว่าร้อยปี ทายาทคนกลางของ "ลักขณนาจ" ที่เข้ามาช่วยดูแลกิจการเป็นรุ่นที่สอง "แคน" ธนพร มารควัฒน์ ตั้งใจตกแต่งภายในด้วยเครื่องเคราแบบไทยๆ ซะเป็นส่วนใหญ่ทั้ง ระฆัง เจดีย์ หัวโขน ยังไม่นับรวมถึงเครื่องแต่งกายของพนักงานต้อนรับและพนักงานเสิร์ฟ ท่วงทำนองดนตรีไทยคลอเบาๆ เคล้ากับกลิ่นอโรมาเย็นๆ หลังจากสัมผัสทางด้านรูป กลิ่น เสียง ก็ถึงคราวของ "รสชาติ" กันล่ะ
เบิกม่านจานแรกด้วยจานเรียกน้ำย่อย "ยำตะไคร้ 3 เกลือใต้" นำทีมด้วย ปลาฉิ้งฉ้าง กุ้งเสียบ และมะพร้าวคั่ว คลุกๆ เคล้าๆ ให้เข้ากันด้วยน้ำยำเน้นเปรี้ยวๆ หวานๆ เค็มๆ โดยที่ผู้จัดการร้านหนุ่มย้ำว่าถ้าจะให้อร่อยเต็มคำต้องห่อด้วยใบชะพลู ต่อด้วย "ต้มกะทิชาวใต้" หน้าตาจืดๆ เรียบๆ แต่ได้กลิ่นฉุนของวัตถุดิบอย่าง สะตอ, ชะอม และหอมแดง เป็นตัวชูโรงเสริมความเค็มด้วยกะปิที่มาช่วยตัดความมันของกะทิกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ไม่ลืมเพิ่มโปรตีนเล็กๆ ด้วยกุ้งแห้งตัวเป้ง
ส่วนจานระดับตำนานเคียงคู่ร้านมาเนิ่นนานตกยกให้กับ "แกงไตปลา" ถึงน้ำจะใสๆ แต่รสชาติเข้มข้นด้วยพริกแกงตำเองครบรสเค็มเผ็ด ประกอบด้วยเนื้อปลาเน้นๆ เป็นชิ้นๆ ต้มกับสะตอ หน่อไม้ มะเขือพวง ใบมะกรูด รับประทานคู่กับผักสดผักต้มอร่อยเหลือหลาย ยืนยันได้จากลูกค้าวีไอพีของร้านอย่าง "เชลล์ชวนชิม" ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ เป็นต้องเรียกหาบ่อยครั้ง เช่นเดียวกับลูกค้าระดับอดีตผู้นำประเทศอีกหลายๆ ท่าน
หรือถ้าไม่ค่อยถนัดเรื่องรสจี๊ดจ๊าด แนะนำว่าน่าจะลองถามหา "หลนปลาร้าสำเร็จ" มาลิ้มรสกลมกล่อมเปรี้ยวจากน้ำมะขามนิดๆ เค็มหน่อยๆ จากน้ำปลาร้าที่เจ้าของร้านการันตีว่ากลั่นกรองจนเหลือกลิ่นหอมเพียงจางๆ เผ็ดหน่อยๆ ด้วยพริกขี้หนูสด และไม่ลืมตัดด้วยน้ำตาลเพียงเล็กน้อยเพื่อความลงตัวตามสูตรต้นตำรับอาหารชาววังอย่าง ม.ล.เนื่อง นิลรัตน์
อีกหนึ่งจานยังวนเวียนอยู่กับเรื่องพริกๆ แต่ไม่เผ็ดโดดตามสไตล์แกงกะทิ ยิ่งได้ซี่โครงหมูกระดูกอ่อนตุ๋นจนเนื้อนุ่มก่อนจะค่อยๆ เคี่ยวกับเครื่องแกงพะแนงและกะทิอย่างไม่รีบร้อนจนได้ "พะแนงซี่โครงหมู" ชิ้นโตแต่กินง่ายไม่ต้องกลัวเสียบุคลิกนั่งแทะนั่งฉีก เพียงแต่ใช้ช้อนและส้อมสะกิดเบาก็ส่งเข้าปากให้อิ่มอร่อยได้ง่ายๆ
ผ่านเรื่อง (อาหาร) คาวๆ มาหลายจาน ต่อแต่นี้จึงเป็นเรื่องของหวานๆ อย่าง "บัวลอยเบญจรงค์" ขนมชาววังขนานแท้กันบ้าง บัวลอย 5 สีไม่ฉูดฉาด เม็ดเล็กจิ๋วตามตำรับชาววังของจริง ใส่เนื้อมะพร้าวเส้น กะทินุ่มละมุน เน้นเอาใจหนุ่มสาวรุ่นใหม่เอาใจใส่สุขภาพไม่หวานจนเกินเหตุหรือมันจนเกินไป ขณะที่เครื่องดื่มก็สมุนไพรให้เลือกอีกหลายชนิด อาทิ น้ำตะไคร้ผสมน้ำผึ้ง
อาหารการกินแบบไทยแท้ๆ แม้หาไม่ยาก แต่ชนิดที่ครบเครื่องก็ใช่ว่ามีให้กินกันง่ายๆ แบบตรงไหนก็มีเหมือนข้าวราดแกงทั่วๆ ไป ถ้าอยากให้ภูมิปัญญารุ่นปู่ย่าตายายสืบสานในวันข้างหน้า เจ้าของร้านฝากบอกว่าก็ต้องอาศัยให้คนไทยด้วยกันนี่แหละช่วยชิมและช่วยบอกต่อ...ร้านอาหาร "นาจ" เปิดให้บริการทุกวันแบ่งเป็น 2 ช่วง 11.30-14.30 น. และ 17.30-23.30 น. สอบถามเรื่องรายการอาหาร เรื่องสถานที่ หรือแม้แต่ลานจอดรถ โทร.0-2632-2811-3
....................................
(กม.ชวนชิม : 'นาจ' อาหารไทยเอาใจลิ้นคนไทย)



