ไลฟ์สไตล์

ถูกปรับจนหมดตัว

ถูกปรับจนหมดตัว

27 ม.ค. 2555

ลูกชายขับรถจักรยานยนต์จากมหาวิทยาลัยสุรินทร์ เพื่อจะกลับ จ.ศรีสะเกษ เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. วันที่ 30 ธันวาคม 2554 โดยขับผ่านด่าน 3-4 ด่าน โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 พอมาถึงด่านศรีขรภูมิก็ถูกจับ ข้อหารถจักรยานยนต์ไม่มีเบรกหลัง ตำรวจบอกว่า เสียค่าปรับ 500 บาท ลองคิดดู เด็กมีเงิน 500 บาท ติดกระเป๋าก็ถือว่ามากพอแล้ว จากสุรินทร์ถึงศรีสะเกษ ระยะทาง 100 กว่ากิโลเมตร มีเงิน 500 บาท ตำรวจจราจรปรับไปหมด น่าจะให้เด็กเก็บไว้กินข้าวกินน้ำบ้าง
 พอลูกขับรถไปได้ประมาณ 5 กิโลเมตร ยางรถแตก ลูกชายโทรศัพท์หาดิฉันให้โอนเงินให้เพื่อเปลี่ยนยาง เพราะไม่มีเงินติดตัวเลย ดิฉันต้องนั่งรถเข้าไปที่ตัวเมืองระยะทางไป-กลับ 32 กิโลเมตร เพื่อโอนเงินให้ลูกซื้อยางยนต์จักรยานยนต์
 อยากให้ตำรวจศรีขรภูมิเห็นใจเด็กที่ต้องเดินทางไกลบ้าง อย่างน้อยก็เหลือให้เด็กซื้อข้าวซื้อน้ำกินบ้าง ก็ยังดี ถ้าเป็นลูกหลานของตัวเองจะเป็นอย่างไร
สมจิตร / ศรีสะเกษ
ตอบ
 พ.ต.ต.ชาญชัย ปุราทะกา สวป. ดูแลงานด้านการจราจร สภ.ศรีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ชี้แจงว่า เรื่องนี้ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะการจับปรับรถจักรยานยนต์ ไม่น่าจะเกิน 100-200 บาท ไม่ถึง 500 บาทแน่นอน น่าจะเป็นข้อหาไม่สวมหมวกกันนิรภัย ไม่มีใบขับขี่ แต่ถ้าข้อหามากกว่านี้ ก็อาจจะเป็น เมาแล้วขับ ถึงแม้จะตรวจสอบใบเสร็จย้อนหลังก็ไม่น่ามี เพราะตำรวจจราจรที่ สภ.ศรีขรภูมิ มีแค่ 10 นายเท่านั้น ไม่มีทางเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้แน่นอน
 การจราจรที่ อ.ศรีขรภูมิ มีวินัยดี ตำรวจจราจรที่นี่อยู่กันมานานแล้ว ไม่มีความด่างพร้อยในเรื่องนี้ โดยเฉพาะช่วงปีใหม่ที่มีการตั้งด่าน เป็นการเข้มงวดเรื่องการสวมหมวกนิรภัย และตรวจจับเมาไม่ขับมากกว่า ตามมาตรการ 3 ม. 2 ข. 1 ร.
 ตามข้อเท็จจริงแล้ว ข้อหารถจักรยานยนต์ไม่มีเบรคหลัง มีความผิดกฎหมายจริง แต่ไม่น่ามีการจับปรับข้อหานี้ เพราะมองยากมาก ตำรวจต้องขึ้นไปทดลองขับรถแล้วเหยียบเบรก จึงจะรู้ว่า รถไม่มีเบรคหลัง มองเผินๆ ไม่สามารถรู้ได้อย่างแน่นอน
ลุงแจ่ม