
หมอดินอาสาตรอนพลิกชีวิตมั่นคง
หมอดินอาสาตรอนพลิกชีวิตมั่นคง ยก 'ร่องนา' สร้างสวนเกษตรอินทรีย์ : โดย...สุรัตน์ อัตตะ
ความที่เป็นคนขยันอดทน มุมานะในการทำงานและต้องลงมือทำด้วยตัวเอง ทำให้รู้ถึงรสชาติของงานและทำให้งานนั้นสำเร็จตามเป้าหมาย นี่เป็นความคิดของ "ชัยกุล สุขก้อน" หมอดินอาสาประจำ อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งหลังจากจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก็มีความคิดไม่อยากจะไปหางานทำในต่างถิ่น จึงมาช่วยพ่อแม่ทำนาและมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะยึดอาชีพเกษตรตามบรรพบุรุษ จึงไปสมัครเป็นหมอดินอาสากับเจ้าหน้าที่สถานีพัฒนาที่ดินอุตรดิตถ์ เพื่อนำความรู้ที่ได้มาพัฒนาพื้นที่ของตนเอง
หมอดินชัยกุล เล่าว่าหลังจากการเป็นหมอดินอาสาประจำหมู่บ้านก็ได้รับการฝึกอบรมความรู้เกี่ยวกับหมอดินหลายด้าน เช่น การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ การปรับปรุงบำรุงดินและการอนุรักษ์ดินและน้ำโดยการปลูกพืชคลุมดิน รวมทั้งการปลูกหญ้าแฝกเพื่อประโยชน์ด้านต่างๆ และเมื่อมีความรู้จึงมีความคิดที่จะนำแปลงนามาปรับรูปแบบ "ยกร่อง" เพื่อปลูกพืช ผักและผลไม้ ส่วนในร่องสวนก็เลี้ยงปลา ทำเป็นสวนผสมผสาน เนื่องจากคิดว่าเป็นการลดความเสี่ยงจากการทำนาอย่างเดียว ที่มีความเสี่ยงต่อราคาข้าวตกต่ำบ่อยครั้ง เมื่อความคิดตกผลึก จึงชักชวนพ่อให้มาทำสวนแบบผสมผสานตั้งแต่ปี 2535 โดยมีการปรับปรุงบำรุงดินและจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำควบคู่กันไป
บนพื้นที่กว่า 25 ไร่ ได้แบ่งการใช้ประโยชน์อย่างลงตัว ประกอบด้วย พื้นที่ลุ่มใช้ปลูกข้าว ประมาณ 12 ไร่ ซึ่งจะทำนาปีละ 2 ครั้ง และปลูกพืชปุ๋ยสดคั่น เพราะจะได้มีโอกาสพักดินและปรับปรุงบำรุงดิน โดยการหลังเก็บเกี่ยวข้าวจะหมักฟางข้าวไว้ในนา โดยการปล่อยน้ำเข้านาพร้อมกับนำสารเร่ง พด.1 ประมาณ 1 ซอง กับน้ำหมัก พด.2 ประมาณ 2 ลิตร ผสมกับน้ำ 100 ลิตรต่อไร่ ราดและฉีดพ่นให้ทั่ว จากนั้นก็ตีตอซังและฟางข้าวให้จมดิน ทิ้งไว้ประมาณ 10 วัน ก็ไถทำเทือกหว่านข้าวในฤดูต่อไป ส่วนปุ๋ยพืชสดจะทำปีละครั้งหลังจากการหมักข้าวในนาในฤดูการทำนาครั้งที่ 2 โดยจะใช้ปอเทือง หรือถั่วพุ่มในการทำเป็นปุ๋ยพืชสด
หมอดินอาสาคนเดิมระบุอีกว่า ในส่วนพื้นที่ดอนจะใช้ปลูกผักสวนครัว ได้แก่ ผักกาด กะหล่ำ กวางตุ้ง ผักบุ้ง ประมาณ 1 ไร่ และไม้ผลปลูกมะละกอ พุทรา น้อยหน่า มะม่วง มะพร้าวน้ำหอม ฝรั่ง ประมาณ 10 ไร่ การจัดการดินใช้วิธีทำปุ๋ยหมักจากฟางข้าว เปลือกถั่ว ซังข้าวโพดและเศษพืชอื่นๆ ตามที่หาได้ในท้องถิ่นโดยใช้สารเร่ง พด.1 เป็นตัวเร่งในการย่อยสลาย แล้วนำไปใส่ต้นไม้ผล บางปีจะใช้ปุ๋ยคอกที่หาซื้อได้ในท้องถิ่น ส่วนมะพร้าวจะใช้ปุ๋ยจากมูลไก่ที่เลี้ยงไว้เพราะช่วยในการออกดอกและติดผลดี ซึ่งผลผลิตหลักๆ ที่ได้ต่อปี คือ มะพร้าว 1 ตัน มะม่วง 2 ตัน พุทรา 1 ตัน รายได้จากผักและไม้ผลรวมประมาณ 7-8 หมื่นบาทต่อปี
นอกจากนี้ยังเลี้ยงปลา 2 บ่อ รวมเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ มีการเลี้ยงด้วยอาหารยอดปอเทือง พืชปุ๋ยสดที่ปลูกไว้ริมขอบสระเพื่อการปรับปรุงบำรุงดิน ซึ่งในใบของปอเทืองจะมีปริมาณโปรตีนสูงทำให้ปลาโตเร็วมาก ซึ่งในแต่รุ่นจะปล่อยประมาณ 20,000 ตัว ใช้ระยะเวลาเลี้ยง 7-9 เดือน จะมีรายได้จาการขายปลาประมาณ 5,000-8,000 บาทต่อรุ่น นอกจากเลี้ยงเพื่อขายแล้วยังเป็นอาหารหลักของครอบครัวและญาติพี่น้องอีกด้วย
"ผมยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพ คือ ทำงานเท่าที่มีกำลังความสามารถแล้วค่อยๆ ขยายตามประสบการณ์ที่ได้ ควบคู่กับการใช่จ่ายเท่าที่พอมีและต้องรู้จักเก็บออมไว้ใช้ยามจำเป็น เป็นการสร้างฐานครอบครัวให้เข้มแข็ง ส่วนที่เหลือก็เผื่อแผ่ผู้ด้อยโอกาสเท่าที่กำลังจะมี"
ด้วยความมุ่งมั่นของหมอดินชัยกุล จึงสามารถพลิกฟื้นผืนนาสู่การทำสวนผสมผสานแบบเกษตรอินทรีย์เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคในพื้นที่และใกล้เคียง ทั้งยังเปิดโอกาสให้เกษตรกรและผู้สนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้ศาสตร์ของการพัฒนาที่ดินรูปแบบต่างๆ ได้ที่บ้านเลขที่ 14/4 หมู่ 5 (บ้านใหม่เยาวชน) ต.วังแดง อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ หรือโทร.08-9267-3657
...........................................
(หมอดินอาสาตรอนพลิกชีวิตมั่นคง ยก 'ร่องนา' สร้างสวนเกษตรอินทรีย์ : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)



